+ ตอบกระทู้
Page 1 of 3 123 LastLast
Results 1 to 10 of 28

กระทู้: The REALMMASTER : Rescue of the princess SAKUYA 'ทะลุมิติ ! ภารกิจช่วยเจ้าหญิงซาุยะ'

  1. #1

    Default The REALMMASTER

    Chapter 00 'จะอ่านก็ได้ไม่อ่านก็ได้'

    >>>>
    Click and Download


    Prologue



    ---@Sector-88 เส้นทางการเดินทางระหว่างดาวเคราะห์---



    ยานอวกาศขนาดเล็กลำหนึ่งกำลังเคลื่อนที่อย่างช้าๆบนอวกาศที่ทุกๆอย่างล้วนเป็นสีดำ ตัวยานขนาดค่อนข้างเล็กหากดูจากลักษณะของยานคงจะไม่ใช่ยานรบที่เอาไว้สำหรับทำศึกสงครามแน่ๆ ทว่าเป็นยานที่มีไว้สำหรับเดินทางระยะไกลของพวกราชวงศ์ผู้สูงศักดิ์ โดยรอบๆตัวยานมีฝูงบินไฟท์เตอร์คอยอารักขาอยู่ทั้งหมด 8 ลำ



    "องค์หญิงครับ... พวกเราพึ่งออกจาก <Porter-Drive> ครับขณะนี้อยู่ที่ Sector-88 อีกประมาณครึ่งชั่วโมงพวกเราจะเข้าสู้วงโคจรแล้วครับ... มิทราบว่าพระองค์มีอาการปวดศีรษะหรือมีความผิดปกติประการใดหรือป่าวครับ..."


    นายทหารองค์รักษ์คนหนึ่่งกล่าวถามเจ้าหญิงผู้เลอโฉมอย่างสุภาพ


    "เราไม่มีความผิดปกติประการใดหรอก แค่ยิ่งใกล้จุดหมายของเราเข้าไปเท่าไหร่เราก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้นยิ่งขึ้นเท่านั้น..."


    องค์หญิงตอบกลับด้วยเสียงอันไพเราะโดยมีจังหวะการพูดที่ฟังแล้วเสนาะหูซึ่งเป็นการฝึกที่เหล่าราชวงศ์จะได้รับตั้งแต่อยู่ในวัง ในขณะนี้องค์หญิงกำลังเดินทางไปยัง <ดาวมารีส>ดาวเคราะห์ที่อยู่ในระบบของจักรวรรดิยูเรนซึ่งปัจจุบันทางด้านจักรวรรดิได้ทำสนธิสัญญาสงบศึกกับสาธารณรัฐจูเรียที่ที่นางอาศัยอยู่


    องค์หญิงต้องการที่จะสานสัมพันธไมตรีกับประชาชนในดาวเคราะห์นี้เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจักรวรรดิและสาธารณรัฐที่ต่างรบราฆ่าฟันกันมาเป็นเวลาช้านาน นอกจากนั้นพระองค์ยังโปรดที่จะมาพบกับเพื่อนในวัยเด็กของพระองค์อีกด้วยซึ่งปัจจุบันเขาเป็นประชาชนของดาวมารีส


    "ต่อจากนี้กระผมจะเป็นคนควบคุมยานเองครับ ขอแนะนำให้ท่านกัปปิตันไปพักผ่อนและพูดคุยกับองค์หญิงเถอะครับ"


    เสียงของหุ่นยนต์นักบินกล่าวกับกัปตันของยานอย่างแข็งกระด้างตามแบบฉบับของหุ่นยนต์


    "ขอบใจมาก ZP-1763 วันนี้นายทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมาก" เสียงตอบรับจากกัปตัน


    "ขอบคุณครับผม ตัวกระผมถูกโปรแกรมมาให้ทำหน้าที่เต็มประสิทธิภาพทุกเมื่อครับ" เสียงตอบรับอย่างแข็งกระด้างจากหุ่นยนต์ตัวเดิม


    ชายหนุ่มวัยประมาณ 25 ปีออกจากที่นั่งนักบินมาและค่อยๆเดินมาพูดคุยกับองค์หญิงที่เขาทำหน้าที่อารักขาให้ในวันนี้ เขาเดินมาด้วยใบหน้ายิ้มกริ่มด้วยความภาคภูมิใจในตำแหน่งของเขา 'นักบินผู้พิทักษ์พระองค์'


    "สายัณสวัสดิ์กัปตันปีเตอร์วันนี้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ครั้งแรกของท่านสินะ ตัวเราพอใจมากกับการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน" องค์หญิงกล่าวชื่นชมการทำหน้าที่ในฐานะนักบินของปีเตอร์อย่างมาก


    ปีเตอร์หน้าแดงออกมาเล็กน้อยด้วยความเขินซึ่งเป็นอาการปกติของชายหนุ่มที่ได้รับคำชมจากหญิงสาวหน้าตางดงาม ยิ่งไปกว่านั้นหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าซึ่งเขามีหน้าที่ที่ต้องปกป้องนั้นเป็นถึงเจ้าหญิงผู้สูงศักดิ์ของราชวงศ์จูเรีย ราชวงศ์ที่ก่อตั้งอาณาจักรและเติบโตมาจนกลายเป็นสาธารณรัฐที่ยิ่งใหญ่เปรียบดั่งแสงสว่างของกาแล็คซี่ที่เขาอาศัยอยู่ในทุกวันนี้ การได้มายืนอยู่ ณ จุดๆนี้ของเขาจึงเป็นความภาคภูมิใจสูงสุด


    "ขอบคุณครับ... กระผมก็จะหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดครับ... องค์หญิง" ชายหนุ่มพูดอย่างติดๆขัดๆเพื่อปิดบังความเขินอายของเขา


    "จากการประมวลจากระบบของกระผม ไม่ทราบว่ากัปปิตันมีความจงใจที่จะลอกเลียนคำพูดของกระผมหรือไม่ครับ เพราะจากคำพูดของกัปปิตันดูเหมือนว่าจะลอกเลียนมาจากตัวกระผมไม่มีผิด" จุ่ๆ ZP-1763 ก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างแบบหุ่นยนต์เช่นเดิมในขณะที่กำลังขับยานอยู่ที่นั่งคนขับ


    "ป้อนคำสั่งด้วยเสียง รหัส 89342 หมวดหมู่คำสั่ง <ปรับเปลี่ยนระบบ> ปรับเปลี่ยนระบบ <การร่วมวงสนทนา> ตั้งค่าใหม่ <ลดลงเหลือ 10%> ยืนยันคำสั่งโดยกัปตัน ปีเตอร์ ยูเรนัสป้อนรหัสอีกครั้ง 89342" กัปตันปีเตอร์เหมือนจะรู้สึกรำคาญเจ้าหุ่นนักบินจึงปรับระบบเจ้าหุ่นตัวนั้นซะใหม่


    "หึๆๆ ท่านไม่จำเป็นต้องใจร้ายกับหุ่นยนต์นักบินขนาดนั้นก็ได้นะคะ หึๆๆ"


    เจ้าหญิงหัวเราะออกมาอย่างน่ารัก กัปตันปีเตอร์จึงได้ทีพูดเสริมขึ้นมาว่า


    "กระผมก็แค่ไม่อยากให้หุ่นยนต์นักบินมาสร้างความรำคาญให้กับองค์หญิงน่ะครับ... เพราะกระผมต้องปฏิบัติหน้าที่ให้ยอดเยี่ยมที่สุด" ชายหนุ่มพูดตอบเจ้าหญิงไปด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนที่จะยิ้มออกมาเล็กน้อยเพื่อแสดงความมั่นใจในการทำงานของเขา


    "หึๆๆ เราพึ่งบอกไปเองสินะว่าท่านทำหน้าที่ได้น่าพึ่งพอใจมาก หึๆๆ ท่านช่างเป็นคนที่ทุ่มเทกับการปฏิบัติหน้าที่เสียจริงๆ ดูเหมือนว่าตัวเราคงต้องรางวัลอะไรบางอย่างเพื่อเป็นการตอบแทนแล้วล่ะ" หญิงสาวหัวเราะเบาๆออกมาพร้อมใช้มือกุมปากอย่างน่ารัก เธอเสยผมสีน้ำตาลที่ได้รับการจัดทรงมาอย่างดีก่อนจะหันไปจ้องมองชายที่อยู่ตรงหน้าของเธอด้วยดวงตากลมโตสีม่วงระยิบระยับ...


    หลังจากนั้นไม่นาน ในยานอารักขาลำหนึ่ง...


    (วิทยุ)"นี่ Head-leader เรียกฝูงบินเครื่องสแกนตรวจพบวัตถุขนาดใหญ่กำลังออกมาจาก Porter Drive กัปตันปีเตอร์ได้บอกอะไรกับพวกนายหรือป่าวทำไมฉันไม่ได้ยินอะไรเลย"


    (วิทยุ)"นี่ Head-6 บนยานขององค์หญิงไม่ได้บอกอะไรมาเลย ฉันก็นึกว่าเค้าบอกท่านแล้วซะอีก"


    (วิทยุ)"นี่ Head-leader เรียก White-SWAN (ชื่อยานขององค์หญิง) เราตรวจพบวัตถุกำลังออกมาจาก Porter Drive พวกท่านตรวจจับอะไรได้ไหม ?"


    (วิทยุ)"นี่ Head-leader เรียก White-SWAN ฮัลโหลระบบสื่อสารของพวกท่านผิดปกติหรือป่าว ขอย้ำมีวัตถุขนาดใหญ่กำลังออกมาจาก Porter Drive เครื่องสแกนพวกท่านมีปัญหาหรือไม่ ?"


    (วิทยุ)"ฮัลโหล ?? ฮัลโหล ?? นี่ Head-leader เรียก White-SWAN... Head-6 ได้ยินไหม มีบางอย่างผิดปกติบน White-SWAN หรือป่าวเนี่ย !?"


    (วิทยุ)"ไม่รู้ครับท่าน ! กัปตันอาจจะไปพักอยู่แต่หุ่นยนต์นักบินก็น่าจะประจำอยู่นี่นา !"


    (วิทยุ)"เว้นแต่ว่าพวกเขาจะลดระดับการสนธนาของหุ่นยนต์จนต่ำกว่า 20%"


    (วิทยุ)"บ้าน่า ! เขาจะทำอย่างนั้นทำไม ทำแบบนั้นมันผิดหลักการในการทำภารกิจนะ ตามตำราไม่ได้สอนไว้แบบนั้น !"


    (วิทยุ)"พวกเรา !! มีบางอย่างโผล่มาข้างหน้าแล้ว !!"



    พร่าง !!


    ยานรบลำใหญ่ของพวกจักรวรรดิโผล่มาดักหน้าของกองยานราชวงศ์ !


    //ระบบฉุกเฉินเปิดทำงาน !//
    เสียงจากหุ่นยนต์นักบินที่ถูกปิดระบบการสนทนาไป


    "กัปปิตันครับ ! พบยานรบอยู่ด้านหน้าครับ ! จากการวิเคราะห์ยุทธวิธี พวกเขามิได้มาอย่างฉันท์มิตรครับ !"


    "หะ !!! อะ...อะไรนะ !!!" กัปตันปีเตอร์ถึงกับออกอาการเหวอออกมา !


    //ปี๊ดๆๆๆๆ//


    "กัปปิตัน ! ระบบนำร่องพบว่ายานเราถูกล็อคเป้าด้วยตอปิโด ! ระบบกัปตันสำรองทำงาน !" หุ่นนักบินเปิดระบบกัปตันสำรองของตนและเข้าควบคุมยานด้วยตนเอง !


    ทันใดนั้นเอง ! ตอปีโด 2 ลูกก็ได้พุ่งออกมาจากปืนใหญ่ยักษ์ตรงกลางยานของพวกจักรวรรดิ !


    โชคดีที่ยานไฟต์เตอร์ยิงสกัดตอปิโดเอาไว้ได้แต่...


    ยานไฟเตอร์นับ 20 กว่าลำบินออกมาจากยานแม่และเข้าจู่โจมฝูงบินอารักขาโดยทันที !


    (วิทยุ) "นี่ Head-leader ประจำตำแหน่งรบได้ ! ย้ากกกก !!!!!"


    //ปิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ// //ตู้มมม !!//


    ฝูงบินทั้ง 2 บินผ่านไปกันมาและไล่ยิงกันมั่วไปหมด !


    (วิทยุ) "นี่ Head-3 ฮึ่ย !! ฉันโดนตาม !! สกัดไม่หลุด--- ย้าก !! ใครก็ได้ช่วยฉันที !!"


    //ปิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆ// //บึ้ม บึ้ม บึ้ม !!//


    (วิทยุ) "นี่ Head-7 ฉันกำลังยุ่งอยู่โว้ยย !! ฮึ่ย !! ชิบ.หายแล้ว !! หัวหน้า !! มันไล่ฉันมา 3 ลำจะทำยังไงดี !! เดี๋ยวก่อนท่านหัวหน้าข้างหลังท่าน !!"


    (วิทยุ) "ย้ากกก !! ฉันกำลังไปช่วยแล้วรอหน่อย !! ฮะ !! เดี๋ยวก่อน-----"


    //เปรี๊ยง !!// //ตั้มมม !!//


    Head-leader โดนยานไฟท์เตอร์ฝั่งศัตรูสอยล่วง ! ยานระเบิดกลางอวกาศ... แน่นอนว่าฝูงบินอารักขามีจำนวนน้อยกว่ามากและไม่มีทางที่จะสู้ฝูงบินของจักรวรรดิได้ !!


    (วิทยุ)"อ้ากก !! ช่วยฉันด้วย ม่ายยย-----"


    //ปิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ// //บึ้ม !!//


    "ยะ...แย่แล้ว...แย่แน่ๆเลย ! นี่มันอะไรกัน... สาธารณรัฐกับจักรวรรดิได้ทำสนธิสัญญาสงบศึกกันแล้วแท้ๆ ไม่... นี่มันไม่ถูกต้องเลย... โถ่เว้ยย !! ดาวมารีสก็อยู่ข้างหน้าแล้วแท้ๆ !! หรือนี่...หรือนี่จะเป็นการล่อพวกเรามาให้ติดกับกันฮะ !!" กัปตันที่พึ่งกลับเข้ามาที่ที่นั่งบินพูดกับตัวเองด้วยความแค้นพร้อมกับกำหมัดทุบลงไปบนแผงควบคุมด้วยความโมโห


    "กัปปิตันครับ กระผมขอแนะนำให้ท่านควบคุมสติอารมณ์ก่อนครับ เพราะจากการวิเคราะห์ด้านยุทธวิธีของกระผมแล้ว พวกเรายังมีโอกาสความน่าจะเป็นที่จะไปรอดอยู่ที่ 15% ครับ อย่างน้อยความหวังก็ยังมิได้เป็นศูนย์เลยซะทีเดียว" เจ้า ZP-1763 พูดให้กำลังใจปีเตอร์ออกมาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างเช่นเดิมและไม่ดูสถานการณ์เลยแม้แต่น้อย


    "หุบปากไปเลยน่าาา !! ตั้งค่าใหม่ !! ลดระดับ <การสื่อสารเพื่อแนวคิดเชิงบวก> เหลือ 7%" ชายหนุ่มตะคอกใส่หุ่นนักบินด้วยความโมโห การกระทำของเขาไม่ต่างจากเด็กน้อยที่เล่นเกมแพ้แล้วโทษที่บังคับ...


    "ป...ปีเตอร์...ช่วยเราด้วย...เรากลัว..." องค์หญิงที่กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ภายในยานกล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่หวาดกลัว ตัวของเธอสั่นเทา สีหน้าไม่สบายใจอย่างมาก (แต่ช่างเป็นท่าทีที่น่าทะนุถนอมที่สุด)


    "ไม่ต้องห่วงครับองค์หญิง ! กระผมจะไม่ยอมให้อะไรมาแตะต้องตัวท่านได้เป็นอันขาด ! เพราะกระผม---"


    //ปัง !!!!//



    //ตื้ดๆๆๆๆ !!//


    มิซไซส์ลูกหนึ่งพุ่งเข้าใส่ยานตัวยานเต็มๆ จนเครื่องยนต์ของยานดับ ! สัญญาณเตือนดังขึ้นก่อนที่ไฟบนยานจะดับลงและเปลี่ยนเป็นสีแดง !


    ในขณะเดียวกันฝูงบินอารักขานั้นถูกฝูงบินยานไฟท์เตอร์ของพวกจักรวรรดิบดขยี้และฉีกยานแต่ละลำออกเป็นชิ้นๆ จนไม่เหลือแม้แต่ลำเดียว... ศพของนักบินแต่ละคนลอยโค้งอยู่กลางอวกาศ พวกเขาตายอย่างทุกข์ทรมารท่ามกลางความมืดและความหนาวเหน็บ ดวงตาของพวกเขายังคงปิดไม่สนิทดีในขณะที่ตาย...


    ยาน White-SWAN ลอยนิ่ง... ฝูงบินไฟเตอร์ของพวกจักรวรรดิพากันบินกลับเข้ายานแม่ไป


    //ปึก !!!//


    "โอ้ยย !! ฮือ... เสียงอะไรกันน่ะ..." จู่ๆยานก็เคลื่อนกึกกะทันหันทำให้องค์หญิงสะดุดล้มลงไปจากบังลังก์... เธอค่อยๆพยุงตัวขึ้นมาพร้อมพูดด้วยความกลัว ที่ดวงตาของเธอเริ่มมีหยดน้ำตาคลอออกมา


    "องค์หญิงซากุยะ ! ท่านเป็นอะไรไหม !" ปีเตอร์รีบออกมาจากที่นั่งนักบินเพื่อมาถามอาการองค์หญิงด้วยความเป็นห่วง (ซึ่งเหมือนจะเกินหน้าที่ไปซักเล็กน้อย)


    "กระผมก็ไม่รู้ครับ... แต่ยานของเราถูกดึงด้วยแรงแม่เหล็ก ! ไม่ต้องห่วงครับกระผมจะปกป้องท่านด้วยชีวิต !"


    ทันใดนั้นเองกัปตันผู้ไม่เกรงกลัวสิ่งใดก็ลุกขึ้นและเดินไปเปิดชั้นเก็บของและหยิบระเบิดควันกับดาบคาตานะออกมา


    //ปึ้ง !!//


    ยานถูกดึงมาติดกับช่องแอร์ล็อคของยานจักรวรรดิ... แน่นอน... สิ่งที่กำลังย่างก้าวเข้ามายังยานพวกเขาต้องไม่ได้เป็นมิตรอย่างแน่นอน... สิ่งชั่วร้ายกำลังก้าวขึ้นมาบนยานของพวกเขา ในไม่ช้า...


    //ฟืดดดดดดด !!//


    ประตูยานถูกกรีดด้วยอะไรบางอย่างจนลุกเป็นไฟขึ้น พวกจักรวรรดิกำลังบุกเข้ามาในยานของพวกเขาแล้ว


    //ปึก// ประตูยานถูกเปิดออก... สิ่งที่อยู่รออยู่ด้านนอกคือความมืดมิดไร้แสงสว่างภายในช่องแอร์ล็อคที่น่าสะพึ่งกลัวของยานจักรวรรดิ

    "นายทหารอารักขา... ออกไปดูด้านนอกก่อนซิ..." ปีเตอร์ออกคำสั่งในฐานะกัปตันกับทหารอารักขา 4 คนที่อยู่ภายในยาน


    นายทหารแต่ละคนต่างพากันบ่ายเบี่ยง เกี่ยงกันให้ใครซักคนเดินออกไปนำ ทุกๆคนต่างหวาดกลัวกับสิ่งรอคอยพวกเขาอยู่เบื้องหน้า ทว่าทันใดนั้นเอง...


    "กระผม จะขอออกไปร่วมสู้ด้วยครับ" เสียงอันแข็งกระด้างจากเจ้า ZP-1763 ดังก้องออกมาในขณะที่นายทหารแต่ละคนพากันทำตัวขี้ขลาดตาขาว


    "ZP-1763 นาย... เป็นหุ่นยนต์นักบินนะ... แต่ก็---" ชายผู้เป็นกัปตันถึงกับออกอาการอึ้งเมื่อหุ่นยนต์นักบินที่เขารำคาญมากโดยตลอดอาสาออกไปนำรบด้วยตัวของมันเอง


    "กระผมมิใช่หุ่นยนต์นักบินเพียงอย่างเดียวครับกัปปิตัน ระบบสั่งการของผมถูกโปรแกรมให้วิเคราะห์ยุทธวิธีและแผนการในการอารักขาราชวงศ์ด้วยครับ จากการประมวลผลแล้วตอนนี้กระผมขอเสนอว่า พวกเราต้องสู้ครับ !"


    ทันใดนั้นเอง... หุ่นยนต์ผู้กล้าหาญจึงเดินนำหน้านายทหารอีก 4 คนออกไปพร้อมกับปืนบลาสเตอร์คนละกระบอก...


    "ฮะ...เฮือก...อะไรกัน...ทำไมหายใจไม่ออก....!!" นายทหารจู่ๆก็เอามือกุมไปที่คอหอยของตน


    "ฉันก็ด้วย ! นี่มันอะไรกันนี่ !!"


    ทันใดนั้นเองอาวุธบนมือของเหล่าทหารจู่ๆก็หลุดลอยออกไปจากมือของเขา... และแล้ว...


    //ปีชชช !!!!//

    แสงสีแดงปรากฏต่อหน้าเหล่านายทหาร ! แต่ละคนรู้ดีว่าแสงสีแดงนั่นคืออะไร ! เหล่านายทหารพากันหน้าถอดสี ! เพราะแสงสีแดงนั่นเป็นสัญลักษณ์ของความตายที่กำลังรอคอยเขาอยู่ ! ทว่าพวกเขาไม่ถ่อยหลังอีกแล้ว ! นายทหารคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่า "ยิงแม่.งเลย !!!!!!"


    //เปรี๊ยงๆๆๆๆๆ !!!!!//


    //ฉึก !!!!//



    "ย้ากก !!!!" "อ้ากกกก !!!!!" "อ้ากกก !!! ช่วยข้าด้วย !!!!" "ไม่...ไม่...ม่ายยยยยย !!!! เอื้ออออ !!!"



    เลือดสีแดงกระเด็นออกมาเลอะถึงพื้นยานราชวงศ์ ! ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเราทหารอารักขาต่างพากันเดินเข้าไปฆ่าตัวตายภายในห้องแอร์ล็อคนั่น ! ทันใดนั้นเองก็มีเสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกับเสียงไฟฟ้าชำรุด ! เป็นที่แน่นอนว่าเจ้าหุ่น ZP-1763 ก็ถูกทำลายลงอย่างเลือดเย็นไม่ต่างจากเหล่าทหารคนอื่นๆ ! ปีเตอร์ไร้ทางหนีเขาได้แต่ถ่อยหลังเข้าไปใกล้ตัวองค์หญิงขึ้นเรื่อยๆ และพร้อมเป็นปราการด่านสุดท้ายที่จะปกป้องนาง !


    เขาปาระเบิดควันลงพื้นและซ่อนตัวอยู่กับองค์หญิงภายใต้หมอกควันสีเทา... ทว่า... //ครืดดดดดดดด !!//


    พลังอันทรงพลังบางอย่างได้สลายหมอกและควันให้สลายออกไป ! ชายหนุ่มกำลังถือดาบด้วยมือที่สั่นผวา สีหน้าที่กำลังหวาดกลัวและหยดเหงื่อไหลท่วมตัวเขา ! ชายหนุ่มไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะต้องมาพบกับสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขา ! สิ่งที่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความชั่วร้าย ตัวแทนการลงทัณฑ์ของพวกจักรวรรดิ เครื่องจักรอันทรงพลังและไร้ความปราณี เครื่องบรรเลงแห่งความตาย...


    'MA-Zhina Knight' Death Klynia (อัศวินแห่งมาชิน่า เดธ ไครเนียร์)


    สิ่งที่มีลักษณะเหมือนเครื่องจักรกลสังหารมากกว่ามนุษย์ จิตสังหารรุนแรงพลุ่งพล่านและลุกโฉนออกมาจากสิ่งที่อยู่ภายใต้หน้ากากที่มีแสงสีแดงส่องออกมา เดธ ไครเนียร์ค่อยๆขยับร่างจักรกลของเขาเข้ามาใกล้ปีเตอร์ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะชักกระบี่เล่มหนึ่งออกมา...


    กระบี่ค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงก่อนที่จะมีประกายไฟขึ้นมาฉาบไปทั่วกระบี่ ! เปลวเพลิงสีแดงฉานราวกับไฟแห่งนรกโลกันต์ได้แผดเผาจิตใจของปีเตอร์ให้หลอกหลอนและมอดไหม้ไปด้วยความกลัว !


    "ย...ย...ย้ากกกกกกกก !!!!!!!!"


    ปีเตอร์พุ่งเข้าไปพร้อมกับดาบในมือ ! ความกลัวของเขาทำให้ตัวเขาปลี่เข้าไปทั้งๆที่ยังคงหลับตาอยู่ !


    และทันใดนั้นเองแขนขวาของเขาก็ถูกตัดขาดออกไปในชั่วพริบตา...


    "อ้าา !!!! อะ เฮืออก !!!!" ปีเตอร์ร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวด ! ทั้งชีวิตของเขาไม่มีอะไรที่จะเจ็บปวดยิ่งกว่าการโดนกระบี่เพลิงนรกฟันแขนขาดแบบนี้อีกแล้ว แขนที่เหลืออยู่อีกครึ่งนึงของเขาลุกไหม้ขึ้นมาอย่างน่ากลัว ! เลือดและของเหลวในร่างกายของเขามีอุณหภูมิสูงขึ้นและพร้อมระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ในขณะที่ตัวเขายังคงร้องทุรนทุรายออกมาด้วยความเจ็บปวดทุกข์ทรมาร...


    เจ้าหญิงมองปีเตอร์ด้วยสายตาที่สิ้นหวัง น้ำตาไหลรินออกมาท่วมแก้มใสๆของนาง ปีเตอร์ที่ได้ประสานสายตากับเจ้าหญิงอีกครั้งในขณะที่ตนเองกำลังจะสิ้นใจตายก็ได้มององค์หญิงด้วยสีหน้าที่สื่อให้เห็นถึงความผิดหวังในตัวเองและเจ็บใจที่สุด


    ร่างของปีเตอร์ล้มลงไปนอนข้างๆองค์หญิง องค์หญิงซากุยะได้แต่เอามือปิดปากพร้อมกับร้องห่มร้องให้ออกมาด้วยความผวาดผวา !


    "ข...ขอโทษครับ...ท่านองค์หญิง----" (คำบอกลาของนักบินรักษาพระองค์)


    จึกกก !!!!!


    "เอื้อออก !!!!"


    ทันใดนั้นเองเดธ ไครเนียร์ก็ใช้ดาบปักร่างของปีเตอร์ลงไปจากด้านหลังทะลุผ่านขั้วหัวใจของเขาก่อนที่ไฟจากดาบจะลุกไหม้ไปทั่วร่างของปีเตอร์ เผยภาพการสังหารอันน่าสยดสยองที่สุดต่อหน้าเจ้าหญิง !


    ขณะนั้นเอง ! เดธ ไครเนียร์จึงได้ใช้พลังจิตของเขายกร่างของปีเตอร์ขึ้นมาก่อนที่จะผลักร่างของเขากระเด็นทะลุกระจกของยานราชวงศ์ออกไปสู่นอกอวกาศอย่างไร้ความปราณี ! เปลวเพลิงสีแดงลุกไหม้ทั่วร่างกายของชายหนุ่มท่ามกลางอวกาศอันมืดมิดและหนาวเหน็บ ! ภาพที่สยดสยองและสวยงามปรากฏขึ้นในเวลาเดียวกัน...


    ทันใดนั้นเอง ณ ทางเชื่อมระหว่างยานราชวงศ์กับยานรบของจักรวรรดิก็เหลืออยู่เพียงคน 2 คน... นั่นคือเดธ ไครเนียร์กับเจ้าหญิงซากุยะที่กำลังนั่งกุมเขาชิดติดกับบัลลังก์ของตัวเองอย่างสั่นผวา


    เดธ ไครเนียร์ค่อยๆก้าวเข้ามาก่อนที่เสียงกรี๊ดร้องจะดังกึกก้องไปทั่ว Sector-88...


    -------------------------------------------------------------------------------------------


    ---ณ สภาบัญชาการรบของสาธารณรัฐ ดาวเคราะห์จูรัน---



    "อันเป็นที่สิ้นสุดการประชุม ! สภามีมติให้พวกเราสู้รบในสงครามต่อ ! พวกเราจะไม่ยอมแพ้ให้กับพวกจักรวรรดิสมองเครื่องจักรจอมโป้ปดพวกนั้นเด็ดขาด !"


    ประธานการประชุมสภากล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดังกึกก้องไปทั่วหอประชุม ปลุกระดมให้เหล่าวุฒิแต่ละคนรู้สึกฮึดสู้ไปกับเขา !


    "พวกเราคือสาธารณรัฐจูเรีย ! แสงสว่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกาแล็คซี่นี้ ! พวกเราไม่ยอมให้ความมืดของพวกจักรกลเข้ามาดับแสงสว่างของพวกเราไปเป็นอันขาด ! ไม่ว่าเหตุใด ! พวกเราก็จะสู้รบจนกว่าที่จะเป็นฝ่ายชนะสงคราม ! เราจะไม่ขี้ขลาดตาขาวมุดหัวอยู่แต่ในกะลาแบบที่เราเคยทำเมื่อการลงมติคราวก่อน อีก ต่อ ไป !"


    //เฮ !!! แปะๆๆๆๆๆๆ//


    เหล่าวุฒิแต่ละคนพากันปรบมือให้กับการลงมติในครั้งนี้ !


    หากดูผิวเผินอาจจะเป็นการปลุกระดมที่ดุเดือดของท่านสมุหนายกคนปัจจุบันแต่ทว่า... หากสังเกตดูดีๆแล้ว เขาเพียงแค่ต้องที่จะล้อเลียนและทับถมสมุหนายกคนก่อนที่เสนอสนธิสัญญาสงบศึก ซึ่งเหมือนเป็นการป้ายความผิดให้กับเขาว่าเพราะการยอมสงบศึกกับพวกจักรวรรดินี่เองจึงทำให้พวกจักรวรรดิสามารถงัดลูกเล่นมาลอบตลบหลังพวกเขาและลักพาตัวเจ้าหญิงไป...


    ---ณ พระราชวังบาวเซอร์แห่งราชวงศ์จูเรีย---



    รถหรูสีดำคันหนึ่งขับมาจอดหน้าพระราชวังซึ่งมีบันไดหลายขั้นอยู่เบื้องหน้า... ชายวัย 40 ปลายๆ แต่หน้าตายังดูอ่อนกว่าวัยเล็กน้อยก้าวเท้าลงมาจากรถ... ตัวเขาอยู่ในชุดสูทสีดำ ทรงผมที่ยุ่งเหยิงและยาวรกรุงรังได้รับการจัดทรงใหม่ให้เรียบร้อย การแต่งตัวดูมีระเบียบเนี๊ยบราวกับผู้ดีเนื่องจากเขาต้องเข้าพบกับกษัตริย์แห่งราชวงศ์จูเรีย


    ชายคนนั้นเดินเข้ามาผ่านประตูบานยักษ์ที่ทำด้วยทองคำของพระราชวัง ภายในพระราชวังตกแต่งในลักษณะคล้ายๆกับโบสถ์ มีกระจกโบสถ์สีรุ้งลวดลายงดงาม กรองแสงอาทิตย์ที่ส่องเข้ามาให้กลายเป็นสีม่วงอ่อนๆ ภายในพระราชวัง บรรยากาศดูไม่สว่างไสวมากนักออกจะทะมึนๆไปซักเล็กน้อยแต่ก็อบอวลไปด้วยไอของความหรูหรา ความขลังและกลิ่นอายของพวกราชวงศ์ สิ่งที่ชายคนนี้ไม่คุ้นชินเท่าไหร่นัก


    ชายในชุดสูทค่อยเดินตามพรมแดงที่ปูไว้บนทางเดินยาวก่อนที่จะไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของ... กษัตริย์ออร์เนียแห่งราชวงศ์จูเรีย ผู้เป็นประมุขของสาธารณรัฐ...


    "ท่านผู้อำนวยการ..."


    "ครับ...ท่านประมุขแห่งสาธารณรัฐ..."


    "พวกเราหวังพึ่งเหล่านักเรียนของท่าน... กองกำลังทางทหารและหน่วยคอมมานโดมีไม่เพียงพอที่จะทำภารกิจลับในการช่วยเหลือธิดาของข้า... พวกเขาต้องเข้าร่วมในสงครามที่จำเป็นต้องใช้กองกำลังมากกว่าเดิมหลายเท่านัก... เหล่านักเรียนของท่าน... สิ่งที่ท่านฝึก... ข้าขอล่ะ ! ช่วยส่งพวกเขาไปทำภารกิจเพื่อช่วยเหลือดอกไม้อันงดงามของข้าด้วยเถอะ !" กษัตริย์ออร์เนียถึงกับก้มหัวขอร้องผู้อำนวยการที่เขานัดมาเข้าพบ...


    ผู้อำนวยการคนนั้นมิได้ออกอาการอะไร สีหน้าของเขายังคงนิ่งเฉยและไม่รู้สึกรู้ร้อนอะไรเท่าไหร่นัก เขาถอดแว่นกันแดดของเขาออกก่อนจะจ้องตาพูดกับกษัตริย์ออร์เนียร์ด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่า...


    "ไม่ต้องห่วงครับ... ท่านประมุขแห่งสาธารณรัฐ ตัวกระผมจะติดต่อหน่วย REALMMASTER เหล่านักเรียนเวทย์ที่ช่ำชองและมีความลำเลิศในทุกๆด้าน ภารกิจที่ท่านได้มอบหมายมา... เหมาะสมกับนักเรียนของผมเป็นที่สุดแล้วครับ... ขอให้ท่านไว้ใจได้... ผู้นำในภารกิจครั้งนี้ได้แก่... ท่านนายพล 'อาจารย์ กลาดิโอ้' และหัวหน้าหน่วยนักเรียน 'ไอซาวะ ริเอะ' ครับ..."


    "ขอบคุณเป็นอย่างยิ่งท่านผู้อำนวยการ... ขอแสงสว่างจงเปร่งประกายรายล้อมตัวท่าน..."


    "ขอแสงสว่างจงเปร่งประกายรายล้อมตัวพวกเราทุกคน... กระผมขอลานะครับ..."


    The REALMMASTER

    'ฝ่าวิกฤต ! เหล่านักเรียนจอมเวทย์...เดอะเรียล์มมาสเตอร์'

    #RMAS
    แก้ไขล่าสุดโดย The New Gang; 19th July 2017 เมื่อ 16:41.

    "The little queen of ELLAS"

  2. #2

    Default

    Chapter 01 ‘จุดเริ่มต้นและการพบกันครั้งแรกของพวกเค้า’


    ก่อนหน้านั้น 8 เดือน... Date / Month / Year of republic : 06/04/1023


    กริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


    เสียงออดโรงเรียนดังขึ้นเมื่อถึงเวลาบ่าย 3 โมง เป็นสัญญาณหมดเวลาการเรียนในภาคทฤษฎีของแต่ละวัน...


    นักเรียนวัยหนุ่มสาวจำนวนมากเดินออกมาจากอาคารเรียนขนาดใหญ่กินพื้นที่ประมาณ 2 สนามฟุตบอลแถมยังสูงมาก หากประมาณด้วยสายตาแล้วน่ามีจำนวนชั้นทั้งหมด 40 กว่าชั้นได้โดยมีป้ายเขียนตรงกลางอาคารเรียนว่า


    'REALM Academy -อาคารเรียนภาคทฤษฎี'




    บนทางเดินที่มีกลีบดอกไม้ร่วงโรย เหล่านักเรียนหรือที่เรียกว่า 'เรียล์มฝึกหัด' ต่างเดินพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บ้างก็พากันกอดคอวิ่งไปยังสนามกีฬาเพื่อทำกิจกรรมหลังเลิกเรียนกัน คู่หนุ่มสาวบางคนที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่ก็เดินจับมือกันออกนอกประตูโรงเรียนไปเพื่อไปใช้เวลาร่วมกันหรือที่เรียกว่าไปเดทนั่นแหละ สายลมแห่งฤดูร้อนพัดพากลีบของดอกไม้ให้ร่วงโรยไปตามท้องถนน จิตวิญญาณอันเร้าร้อนของเหล่าวัยรุ่นถูกทำให้โบกสะบัดและลุกโชนขึ้นมา...


    ระหว่างนั้นเองเรียล์มบางคนก็กำลังมุ่งหน้าไปยังอาคารที่อยู่ตรงกันข้ามซึ่งมีลักษณะเป็นหอนาฬิกาที่มีหลังคาทรง 3 เหลี่ยมและยังมีตึกรูปทรงเดียวกันอีก 4 ตึกคอยล้อมรอบโดยแต่ละตึกมีสะพานเชื่อมถึงกัน ดูเผินๆอาจจะคล้ายปราสาทที่ใหญ่โตอยู่บ้าง


    บนทางเดินที่ถูกแยกออกมานั้น... หญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งซึ่งมีผมสีชมพูงดงามกำลังเดินวกไปวนมาอยู่ ท่าทีของเธอดูลนลานเล็กน้อยราวกับว่านี่เป็นวันแรกของการเข้าเรียนยังไงอย่างงั้น เธอสะพายกระเป๋าเป้สีน้ำตาลที่มีความหนาพอสมควร เป็นไปได้ว่าคงแบกตำรามาหลายเล่ม เธอค่อยๆเดินและกางแผนที่ใบใหญ่ออกมาเพื่อดูเส้นทาง แผนที่แผ่นสีขาวมีขนาดใหญ่มากจนปิดบังใบหน้าทั้งหมดของเธอแล้วก็...จนได้สิน่า...


    ผลัก !!


    "โอ้ยย !!" "โอ้ย !!" เสียงของนักเรียนสาวทั้ง 2คน ร้องอุทานออกมาเนื่องจากหกล้มเพราะเดินชนกัน


    "ข...ขอโทษนะคะ !! ฉ...ฉันเป็นนักเรียนใหม่...ม... ก็เลย..... พ...พอดีฉันมัวแต่มองดูแผนที่น่ะ !! เลยม...ไม่ได้ดูทาง !! เจ็บตรงไหนหรือป่าวคะ !! โอ้ แย่แล้ว ! หนังสือร่วงเต็มไปหมดเลยเดี๋ยวฉันจะช่วยเก็บให้นะคะ !! ขอโทษจริงๆค่ะ ฮืออ ไม่ได้ตั้งใจ !!"


    สาวร่างเล็กกล่าวขอโทษออกมาแบบรัวๆ โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ต่อว่าอะไรซักคำ เธอก้มลงเก็บหนังสือที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น


    "ไม่เป็นไรค่าา... ทางนี้ต่างหากที่ต้องขอโทษน่ะ หึๆๆ จริงๆนี่ก็เป็นวันแรกของการเข้าเรียนของฉันเหมือนกันก็เลยไม่ค่อยรู้เส้นทางแล้วก็เดินไม่ดูตาม้าตาเรือจนมาชนคุณนี่แหละคะ... ถึงอย่างงั้นก็ขอบคุณนะที่ช่วยเก็บหนังสือให้ ต่อจากนี้ก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ..."


    สาวน้อยบอบบางที่มีทรงผมทวินเทลผูกโบว์สีชมพูทั้ง 2 ข้าง ตอบกลับมาอย่างสุภาพด้วยท่าทีที่เป็นมิตรและรอยยิ้มที่น่ารัก เหมือนว่าทั้งคู่ต่างก็เป็นนักเรียนใหม่วัยใสด้วยกันทั้งคู่


    "อ๋อ...บังเอิญจังเลยนะคะ..." สาวร่างเล็กตอบกลับไปพร้อมกับยิ้มรับด้วยร้อยยิ้มแบบเด็กน้อย


    "หึๆๆ" เช่นเดียวกับสาวน้อยร่างบางที่หัวเราะตอบกลับไปอย่างน่ารัก


    "อ๋ออ !! ใช่ๆ พอดีฉันกำลังจะไปที่...เอ่อออ...เอ๋ ?? นี่มันชื่อคนนิ ??" สาวน้อยเพ่งลงไปยังตัวอักษรบนแผนที่ด้วยความสงสัยพรางใช้มือลูบผมสลวยสีชมพูของเธอ


    "อาคารคานาเรี่ยน... ใช่ไหมคะ ??" หญิงสาวผมทรงทวินเทลเอ่ยถามขึ้นมา


    "ใช่ค่ะ !! อาคารคานาเรี่ยน...มันอยู่ที่ไหนกันหรอคะ งืออ...ฉันเดินหาไปทั่วเลยกลัวว่าจะเข้าเรียนภาคปฏิบัติสายซะด้วยสิ..." เธอออกท่าทีที่ลนลานขึ้นมาอีกครั้ง


    "บังเอิญอีกแล้วนะคะ... พอดีฉันเองก็กำลังจะไปอาคารคานาเรี่ยนเหมือนกันซะด้วยสิ"


    "เอ๊ะ ! แต่ทำไมถึงเดินสวนกันได้ล่ะคะ ??" สาวน้อยผมสีชมพูดูเหมือนจะเป็นคนขี้สงสัยอะไรง่ายๆ


    "อ๋ออ... พอดีว่าฉันจะเอาหนังสือพวกนี้กลับไปเก็บที่ล็อคเกอร์ของฉันบนอาคาเรียนภาคทฤษฎีก่อนน่ะสิ... จริงสิ !! แล้วนี่คุณอยู่ 'ยูนิต' (Unit) ไหนล่ะคะ นี่เป็นการเข้าเรียนวันแรกใช่ไหมล่ะ วันแรกของการเข้าเรียนภาคปฏิบัติก็จะได้พบกับยูนิตในการทำภารกิจของตัวเองล่ะ ! เรา 2 คนอาจจะได้อยู่ยูนิตเดียวกันก็ได้นะ !"


    "เอ...?? ทำไมฉันไม่เคยได้ยินเรื่องพวกนี้จากพี่สาวของฉันเลยล่ะเนี่ย..." สาวน้อยตัวเล็กควักเอาบัตรกำหนดการของนักเรียนใหม่ขึ้นมากางดู เธอกวาดสายตามองก่อนจะแสดงสีหน้างงงวยออกมาประมาณนึง ท่าทีที่ดูเปิ่นๆของเธอคนนี้ทำให้หญิงสาวที่อยู่ตรงเธอเกิดความรู้สึกสนใจขึ้นมาบ้าง เล็กน้อย


    "อ๋ออ !! นี่ไง !! เค้าบอกให้ฉันไปที่ห้อง 14 ชั้น 2 น่ะ !! เอ....ตรงนี้มีหมายเลขยูนิตเขียนไว้อยู่... ยูนิตที่ 7---"


    "ไชโย !! ฉันว่าแล้ววว !! ช่างเป็นอะไรที่น่าบังเอิญเช่นนี้กันนะ !! ฉันเองก็อยู่ยูนิตที่ 7 เหมือนกัน !! ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยอีกครั้งนะคะ !! ฉันชื่อ 'ริม' ค่ะ !! 'ริม พอร์ช' ยินดีที่ได้รู้จักนะคะว่าแต่... คุณชื่ออะไรกันคะ..." ริม พอร์ชสาววัยรุ่นน่ารักแอ๊บแบ๊ว ที่ไว้ผมทรงทวินเทลสไตล์ผู้หญิงสวยใส อายุ 16 ปีผิวขาวอมชมพูและยังมีรูปร่างที่บอบบางสไตล์พิมพ์นิยมทั่วไป กล่าวแนะนำตัวเองขึ้นมา เธอดูร่าเริงมากที่แค่วันแรกก็ได้พบกับเพื่อนใหม่โดยบังเอิญเข้าแล้ว...


    "อ๋ออ !! ง...งั้น...ฉันก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยเช่นกันค่ะ ฉัน 'ยุอิ ไอซาวะ' พึ่งย้ายมาจากนอกเมืองอาจจะดูเปิ่นๆโก๊ะๆไปบ้างก็ขออภัยด้วยนะคะ ฮะ ฮะ ฮ่าา..." ยุอิ ไอซาวะสาวน้อยร่างเล็กขนาดพกพา ตาโต ผมสีชมพูยาวสลวย อายุ 16 ปีตัวเล็กน่ารักและมีนิสัยโก๊ะๆเปิ่นๆนิดหน่อยพูดแนะนำตัวเองบ้างด้วยท่าทีลนลานแบบเดิม ซึ่งดูเหมือนจะทำให้ริมเผลอขำออกมาเล็กน้อย


    "ฮะ ฮะ ฮ่าา เรื่องนั้นน่ะไม่มีปัญหาหรอกนะ ฉันชอบคนที่นิสัยเปิ่นๆแบบนี้อยู่แล้ว...(เข้าไปจับมือ) ต่อจากนี้เรามาพยายามด้วยกันนะ ! ยุอิ ! พวกเราต้องเป็น REALMMASTER ที่เปร่งประกายในอนาคตให้ได้เลย !!"


    "ค...ค่าา" ยุอิเหมือนจะต้านทานพลังด้านบวกและความกระปี้กระเป่าที่มาพร้อมกับความน่ารักของริมไม่ไหวเลยออกสีหน้าแบบเปิ่นๆขึ้นมาอีกครั้ง... ลักษณะท่าทีที่เป็นมิตรแบบสุดๆ และมนุษยสัมพันธุ์แบบเข้าประชิดแบบถึงลูกถึงคนตั้งแต่วันแรกที่พบกันแบบนี้น่าจะบอกได้ว่า 'ริม พอร์ช' อาจจะเป็นเรียล์มที่มีผู้คนรู้จักไปทั่วโรงเรียนในอีกไม่ช้าก็ได้... ว่าง่ายๆ เธออาจจะได้เป็น 'เซเลป' ประจำโรงเรียนในไม่ช้า...


    ...


    เวลาผ่านไปได้ไม่นาน... สายลมช่วงหน้าร้อนก็จางหายไปเหลือแต่แสงอาทิตย์สีขาวที่ส่องลงมากระทบกับทางเดิน... ระหว่างทาง สาวน้อยทั้ง 2 ต่างพูดคุยกันอย่างถูกคอ พวกเขากำลังเดาว่านิสัยและลักษณะของเพื่อนร่วม ยูนิตอีก 3 คนจะเป็นอย่างไร อย่างที่รู้กันดี... ว่าเรียล์มที่ออกปฏิบัติภารกิจจะมียูนิตเป็นของตัวเองโดยยูนิตละ 5 คน ซึ่งเรียล์มที่สามารถไปออกภารกิจกับอาจารย์รุ่นใหญ่ได้ต้องเป็นเรียล์มระดับคลาสที่ 3 เท่านั้น (3rd Class of REALM) (Pro-Class) ซึ่งสำหรับพวกเธอทั้ง 2 แล้วพึ่งเริ่มคลาสแรกเท่านั้น (1st Class of REALM) (Beginner Class)


    ยุอินั้นดูเหมือนว่าจะยังไงก็ได้สำหรับเพื่อนร่วมยูนิตของเธอ เธอไม่ได้สนใจเรื่องนั้นมากนักแต่สำหรับริมแล้ว เธอเหมือนจะวาดภาพยูนิตในหัวของเธอไว้ประมาณว่า 'รวมพล 5 นักเรียนสาววัยใส' อะไรทำนองนั้น...


    ตึก ตัก ตัก...



    ทั้ง 2 เดินขึ้นมาบนชั้นที่ 2 ของตัวอาคารก่อนจะค่อยๆเดินไปหยุดที่หน้าบานประตูบานนึง... ด้านบนเขียนไว้ว่า 'ห้องสันทนาการที่ 14'


    "เอ...?? นี่แหละมั่ง ห้องของยูนิตที่ 7"


    ผลัก
    ยุอิ เปิดประตูเข้าไป...



    "อะ...อ่าว ?!" หนุ่มน้อยผมสีเงินที่กำลังสวมเฮดโฟนของเขาฟังเพลงอยู่หยุดชะงักขึ้นมา


    "ใครกันหรอ ??" ชายหนุ่มผมสั้นรูปร่างทะมัดทะแมงที่กำลังนั่งยกดัมเบลอยู่เอ่ยถามขึ้นมา


    "ฮึ... คนในยูนิตอีก 2 คนสินะ..." ผู้ชายรูปหล่อผมยาวสีดำขลับดวงตาสีฟ้าเป็นประกายดูมีพลังพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนุ่มลึกเล็กน้อย


    "หืมม์ ??" ริมกำลังงงอยู่เล็กน้อยว่าทำไมห้องๆนี้มีแต่ผู้ชาย เธอคงจะรู้สึกผิดหวังหรือเสียดายเล็กน้อย


    "ส...สวัสดีค่าา ! ดิฉันชื่อ---" ยุอิยังพูดไม่จบแต่โดนขัดก่อนซะงั้น


    "สวัสดีครับ... ผมชื่อ 'เชน' 'เชน นากามูระ' ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยนะครับต่อจากนี้เราก็มาพยายามกันนะ... ส่วนคุณคือ...??" เชน นากามูระ... หนุ่มน้อยผมสีเงินที่ชื่นชอบการฟังเพลง ด้วยนิสัยที่เฟรนลี่สุดๆของเขาจึงทำให้เป็นที่รู้จักของเหล่าเรียล์มคนอื่นๆพอสมควร โดยปัจจุบันอายุ 18 ปีแล้วและอยู่ระดับคลาสที่ 2 ของเรียล์ม (2nd Class of REALM) (Regular Class) เขาถอดหูฟังของเขาก่อนที่จะรีบเดินเข้ามาแนะนำตัวกับยุอิด้วยท่าทีเป็นมิตรและรอยยิ้มอันเปร่งประกายของชายหนุ่มที่มีมนุษยสัมพันธุ์ดีเด่น เป็นเลิศ


    "ฉันชื่อ ยุอิ ไอซาวะค่ะ !? ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ" ยุอิ รีบยิ้มตอบเชนไป


    "ยุอินี่เอง...ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันเองก็เข้าเรียนหลักสูตร REALMMASTER มาได้ 2 ปีแล้วตอนนี้ก็อยู่คลาสที่ 2 ไม่ได้จะโชว์ว่าตัวเองเป็นรุ่นพี่อะไรหรอกนะแค่อยากจะบอกว่าถ้ามีอะไรสงสัยไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตามให้มาคุยกับฉันได้ทุกเมื่อเลยนะ หึๆๆ รุ่นพี่นากามูระพร้อมให้คำปรึกษา !"


    เชนพูดขึ้นมาพร้อมกับยกมือตะเบ๊ะแบบเท่ห์ๆติดตลกเล็กน้อย ยุอิถึงกับหลุดขำออกมานิดๆ


    "ว่าแต่อากาศด้านนอกนี่คงร้อนอบอ้าวน่าดูเลยสิท่า ดูเธอสิเหงื่อออกเต็มไปหมดแล้ว... เชิญคุณผู้หญิงไปนั่งตรงกันก่อนเลยนะครับเดี๋ยวกระผมจะไปเอาน้ำมาให้แล้วจะพารู้จักกับทุกๆคน---" เชนดูเหมือนจะออกตัวบริการสาวๆอย่างเต็มที่ ยุอิถึงกับหน้าแดงออกมาเล็กน้อยเมื่อเจอการจู่โจมสายฟ้าแลบของชายหนุ่มผู้มีอัธยาศัยดี๊ดีเข้าไปแต่ว่าก็ถูกขัดจังหวะลงโดยชายคนหนึ่ง...


    "เหอะๆๆ ยังคงเหมือนเดิมเลยนะ เชน... ไม่เจอกันแป๊ปเดียว...ฉันคนนี้แนะนำตัวเองได้น่าา" ชายผมสั้นรูปร่างทะมัดทะแมงที่กำลังเล่นกล้ามอยู่เมื่อซักครู่นี้พูดขัดจังหวะเชนขึ้นมา เขายกตัวขึ้นมานั่งพร้อมกับยกขวดน้ำขึ้นมาจิบเล็กน้อย โดยขาของเขาสวมกางเกงวอร์มอยู่ส่วนตัวของเขาในตอนนี้ไม่ได้สวมเสื้อโดยมีเพียงผ้าเช็ดหน้าสีขาวเท่านั้นที่พาดคอของเขาไว้ เผยให้เห็นร่างกายที่มีกล้ามเนื้อสวยงาม ไม่ว่าจะเป็นซิกแพ็คที่แน่นปึ้ก ! โชว์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งราวกับกำแพงยักษ์ กล้ามแขน กล้ามหน้าอกที่ดูหนักแน่นประกอบกับหยดเหงื่อที่ไหลเต็มตัวของเขาทำให้เป็นที่ดึงดูดของเพศตรงข้ามไม่น้อย


    "อ่าวๆ ไม่เล่นกล้ามต่อแล้วหรอ...โอดะ ?? ชิชะ ! งั้นเดี๋ยวฉันไปหาน้ำเย็นๆมาให้สาวๆก่อนละกัน..." เชนเดาะปากและพูดติดตลกออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะเดินไปกดน้ำเย็นๆมาให้สาวๆ


    "เหอะๆๆ อ๋ออ เกือบลืมไปแน่ะว่าต้องแนะนำตัว..." 'โอดะ' ส่งสัญญาณไล่เชนให้เดินไปไกลๆ และหันมาหาสาวน้อยทั้ง 2 คนที่กำลังเดินมานั่งบนโซฟาก่อนที่จะแนะนำตัวเองว่า...


    "โย่วว ! ฉันโอดะ มาซาฮิโกะนะ ! อายุ 18 ปีแล้วแต่ก็ยังอยู่คลาสที่ 1 เหมือนกับพวกเธอล่ะนะ---"


    "~~~ไอ้เด็กซ้ำชั้นนนน...~~~" (เสียงพูดเชิงล้อเลียนจากเชนที่อยู่อีกมุมนึงของห้องโดยกำลังรินน้ำใส่แก้วอยู่)


    "แต่ก็พร้อมที่จะให้คำแนะนำทุกเมื่อเลยล่ะนะ แล้วก็อย่างที่เห็นแหละนะพอดีฉันชื่นชอบการออกกำลังกายเป็นพิเศษน่ะ เห็นอย่างงี้ก็อยู่สายจักรกลนะ"


    โอดะ มาซาฮิโกะ ชายหนุ่มผมสั้นรูปร่างอกผ่ายไหล่พึ่งสง่าผ่าเผยอายุ 18 ปีอยู่ระดับคลาสที่หนึ่ง พูดแนะนำตัวเองได้ไม่ยาวแบบที่เชน นากามูระทำแต่ด้วยน้ำเสียงที่ใหญ่ ทุ้มต่ำและมีความนุ่มลึกเกินอายุอยู่มากประกอบกับร่างกายที่ดูสูงใหญ่ตัวใหญ่ อาจจะไม่สูงเท่ากับชายอีกคนที่ยืนชิดอยู่กับกระจกของห้องแต่ก็มีความกำยำและดูแข็งแกร่ง จึงทำให้เขามีลักษณะที่ดูเป็นพี่ชายมากกว่าผู้ชายอีก 2 คนที่อยู่ในห้องนี้ซะอีก...


    "เอ๋ ?? จริงสิ ! ยังไม่รู้สายของแต่ละคนเลยอะ !!" ยุอิพูดเสียงสูงขึ้นมาด้วยท่าทีขี้สงสัยอีกครั้ง ซึ่งก็ดูเปิ่นๆโก๊ะๆเหมือนเดิม


    "นั่นสิ !! จะว่าไปฉันก็ลืมเหมือนกัน !!" เชนเดินกลับมาพร้อมกับยื่นแก้วน้ำให้กับยุอิและริม


    "อ่าาๆ ฉันอยู่สายเวทมนตร์นะ !! แล้วพวกนายล่ะ !!" ยุอิชูมือขึ้นมาเหนือหัวเหมือนเด็กที่ต้องการบอกว่าตัวเองกำลังจะพูด เธอถามออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง ถึงจะดูเปิ่นไปบ้างแต่ดูเหมือนว่าความเปิ่นของเธอคนนี้จะทำให้คุ้นเคยกับเพื่อนร่วมยูนิตได้เร็ว


    "แย่จัง... ฉันดันไปอยู่สายจักรกลซะได้ รู้อย่างงี้น่าจะเลือกสายเวทมนตร์ซะตั้งแต่แรก" เชนออกอาการเสียดายพรางใช้กำปั้นทุบมือที่มือเบาๆ


    "เอ๋ ?? นั่นมันมีนัยสำคัญอะไรแอบแฝงหรือป่าวคะ ?!" ยุอิยิ้มเจื่อนๆออกมาเล็กน้อย


    "อ๋ออ แล้วเธอล่ะ ตายจริง ! ฉันนี่เสียมารยาทที่สุดเลย ! ยังไม่ได้ถามชื่อของเธอเลยนะ..." เชนยิ้มอย่างเป็นมิตรตามแบบฉบับของชายหนุ่มผู้มีอัธยาศัยดี๊ดีอีกครั้งและพูดถามริมซึ่งนั่งเงียบอยู่ได้ซักพักนึงขึ้นมา


    "........" ริมที่ดูเหมือนจะเหม่อลอยไปเล็กน้อย จู่ๆก็ถอนหายใจและตั้งสติขึ้นมาได้อีกครั้งก่อนที่เธอจะยิ้มออกมาอย่างน่ารักตามสไตล์สาวใสแอ๊บแบ๊วของเธอ เธอพูดแนะนำตัวออกมาว่า...


    "ฉันชื่อริม พอร์ชนะ ทางนี้ต่างหากที่ขอโทษน่ะ... เพราะฉันเผลอเหม่อลอยไปนานเลยอะนะ เลยไม่ได้พูดแนะนำตัวขึ้นมาตั้งแต่แรก สงสัยจะเป็นเพราะแดดข้างนอกมันร้อนมากล่ะมั่ง หึๆๆ ตัวฉันอยู่สายเวทมนตร์เหมือนกับยุอินั่นแหละ ยังไงตัวฉันกับยุอิก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ รุ่นพี่เชน รุ่นพี่โอดะ หิหิ...( ^ _ ^ ) "


    เหมือนว่าริมจะกลับเข้าสู่โหมดปกติอีกครั้ง เธอกล่าวแนะนำตัวอย่างไหลลื่นพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างสดใสน่ารัก ด้วยแก้มขาวๆใสๆอมชมพูเป่งปรังของเธอ...


    หนุ่มจอมเฟรนลี่อย่างเชนก็ถึงกับสะดุ้งขึ้นมาไม่น้อยเมื่อเจอออร่าแห่งความน่ารักและเพียบพร้อมของสาวน้อยผู้น่ารักคนนี้พุ่งเข้าจู่โจม ดาเมจแห่งความโมเอะช่างรุนแรงเหลือเกิน !


    "ดูเหมือนว่า... เรา 4 คนจะลืมอะไรบางอย่างไปล่ะนะ..." เชนที่ติดสตั้นท์ด้วยพลังแห่งความโมเอะของริมเมื่อครู่นี้ก็ตั้งสติขึ้นมาได้ก่อนที่จะพูดติดตลกขึ้นมาอีกครั้ง


    "อะไรล่ะนั่น ??" โอดะสงสัยเล็กน้อย


    "ก็ชายผู้ยืนอยู่ภายใต้ร่มเงาที่ส่องสะท้อนมาจากหน้าต่างนั่นยังไงล่ะ ! ชายหนุ่มผมยาวสีดำขลับผู้นิ่งเงียบ เย็นชาราวกับไร้ความรู้สึก... ตัวละครผู้ที่ซึ่งจะโผล่ออกมาท้ายสุดเสมอและจะเป็นตัวปิดจ๊อบที่เท่ห์ที่สุดตามแบบฉบับของนิยายแนว School Life ม.ปลายทั่วไป (ของพวกเราก็ต่างกันหน่อยตรงที่เราไม่ใช่โรงเรียนม.ปลายธรรมดาแหละนะ) ชายหนุ่มผู้มากับเงา เขาคนนั้นคือ..................." (การบรรยายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเร้าอารมณ์ราวกับตัวละครที่สำคัญของนิยายเรื่องนึงกำลังจะเปิดตัวออกมาของเชน)


    "เอาใหม่ๆ... ชื่อของเขาคนนั้นคือ......................"


    "....." เงียบ~~~


    "เอาอีกครั้งๆ... และชื่อของเขาผู้นั้นก็คือ..........................!!!!"


    "....." เงียบ~~~


    "ไม่เป็นไรๆ คราวนี้แหละ... และชื่อของนักรบผู้นั้น...ก็คือ...............(กระซิบ : โอดะ นายรู้ชื่อของหมอนั่นไหม)"


    (กระซิบ)"ฉันก็ไม่รู้จักหมอนั่นเหมือนกัน มันใครวะ !?" โอดะกระซิบกลับมา


    "....." สิ้นเสียงบรรยายการเปิดตัวของเชน ทั้งห้องก็ยังคงเงียบอยู่เหมือนเดิม...ทันใดนั้นเองก็มีเสียงถอนหายใจลอยแทรกขึ้นมาแทน...


    "เห้อออ !! ช่างน่าเบื่อกันซะจริงๆนะพวกนายน่ะ... แค่เจอกันวันแรกก็ได้แต่ทำตัวไร้สาระใส่กันเสียแล้ว... ไม่มีความจริงจังเอาซะเลยนะพวกนายน่ะ พวกเราไม่ใช่นักเรียนม.ปลายธรรมดาสามัญชนทั่วไปนะ ในอนาคตพวกเราจะกลายเป็น REALMMASTER เรียล์มผู้สูงศักดิ์และจะมีตำแหน่งหน้าที่อันทรงเกียรติราวกับเป็นพวกราชวงศ์เลยเสียด้วยซ้ำ... เหนือกว่าพวกทหารหรือนายพลหน่วยรบทั่วไปตั้งหลาย 10 เท่า... พวกนายน่าจะเห็นความสำคัญและความศักดิ์สิทธิ์ของการเป็นเรียล์มอย่างพวกเรากันบ้างนะ... พูดมากก็เปลื้องน้ำลาย... ฉันคนนี้คือ 'จิโดโตะ โทรสไตร์ป' เป็นเรียล์มระดับคลาสที่ 2 เป้าหมายของฉันก็คือการเป็นเรียล์มที่ยิ่งใหญ่ให้ได้แบบพี่ชายของฉัน พูดถึงพี่ฉันอะนะ พี่ฉันเป็นถึงเรียล์มระดับคลาสที่ 3 แต่ไม่ได้เป็นเรียล์มธรรมดา เป็นระดับ REALMMASTER เข้าไปแล้ว... และได้เข้าไปทำงานในพระราชวัง ได้ไปอารักขา {เจ้าหญิงซากุยะ จูเรีย} ธิดาของกษัตริย์ออร์เนียอีกด้วย อาจจะฟังดูขี้อวดไปบ้างแหละนาา... แต่ก็นั่นแหละที่ฉันพูด ถึงตาพวกนายแล้ว พวกนายก็พูดบ้างสิ !"


    'จิโดโตะ โทรสไตร์ป' ชายหนุ่มรูปหล่อผมยาวซึ่งมีนัยน์ตาสีฟ้าดูทรงพลังและมีบางอย่างซ่อนอยู่ อายุ 18 ปี เนื้อตัวดูสะอาดสะอ้านและดูมีกลิ่นอายของความเป็นลูกคุณหนูพอสมควร เขาเป็นเรียล์มระดับคลาสที่ 2 เป็นทายาทคนสำคัญของตระกูลโทรสไตร์ปแห่งสาธารณัฐจูเรีย เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย สุขุม เยือกเย็นจนทำให้รู้สึกดูเหมือนเป็นคนขี้เย็นชาบ้างเล็กน้อย


    ระหว่างที่ทั้งห้องกำลังเงียบ ติดสถานะสตั้นท์กันหมดเนื่องจากถูกคำพูดที่เชือดเฉือนของชายหนุ่มนัยน์สีฟ้าเข้าไป จู่ๆริมก็พูดขึ้นมาดื้อๆว่า


    "อ๋อ !! อย่างงี้นี่เอง !! นายเป็นทายาทของตระกูลโทรสไตร์ปสินะ !! ฉันเคยได้ยินชื่อของตระกูลนี้อยู่บ้างล่ะ !!


    ตระกูลโทรสไตร์ปอันสูงศักดิ์ ตระกูลนินจาเก่าแก่ที่อยู่ร่วมกับสาธารณรัฐมาเป็นเวลาหลาย 100 ปี ผู้คนต่างขนานนามกันว่าเป็นเงาของแสงสว่างอันเจิดจ้าแห่งสาธารณรัฐ เนื่องจากมีคนในตระกูลหลายคนได้เข้าไปร่วมรบในมหาสงครามหลายๆศึกของสาธารณรัฐ บ้างก็ได้เข้าไปทำงานในพระราชวัง จนแทบจะเรียกได้ว่าตระกูลนี้มีความเป็นเชื้อพระวงศ์อยู่เลยทีเดียว... หืมม์ เข้าใจล่ะ นายเองก็คงแบกความหวังอันหนักอึ้งของตระกูลอยู่น่ะสินะ..." //"ใช่แล้วล่ะ" (เสียงตอบกลับทันควันจากจิโดโตะ)


    ริมพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังขึ้นมาบ้าง แต่รอยยิ้มและแววตาบวกกับท่าทางของเธอก็ยังคงดูเป็นสาวน้อยโมเอะอยู่ยังไงอย่างงั้น...


    เชนที่ก่อนหน้านี้กำลังจะเล่นตลกกับจิโดโตะอยู่แท้ๆถึงกับยืนอึ้งขึ้นมาทันที ก่อนที่จะเฉไฉทำเป็นบอกว่า...


    "อ่าา แหะๆๆ ยินดีที่ได้รู้จักนาา จิโดโตะ โทรสไตร์ป ฮะ ฮะ ฮ่าา... อยู่ๆก็รู้สึกคันหลังขึ้นมาทันทีเลยน่ะ...สิ"


    "ว่าแต่... จะให้พูดอะไรอีก อย่างงั้นหรอ...??" โอดะถามจิโดโตะขึ้นมาด้วยสีหน้างงเล็กน้อย


    "หืมม์ ?? ก็ให้พวกนายพูดยังไงกันเล่าา ! เป้าหมาย ความใฝ่ฝันและอุดมการณ์ของพวกนายน่ะเป็นยังไงกันบ้าง ฉันคนนี้ก็ได้พูดหมดแล้วยังไงก็ถึงตาพวกนายบ้างล่ะนะ..." จิโดโตะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอันแสนเย็นชาของเขาเช่นเคย...


    "อ๋อ... ถ้าอย่างนั้นล่ะก็...---" โอดะยังไม่ทันจะได้พูด จู่ๆก็ถูกขัดโดยยุอิว่า...


    "ค่าา !! ฉันก็มีเป้าหมายของฉันเหมือนกัน !! ฉันน่ะก็ต้องการที่จะเป็นเรียล์มที่เก่งกาจให้ได้แบบพี่สาวของฉันเหมือนกันค่ะ !! พี่สาวของฉัน 'ริเอะ ไอสาวะ' ค่ะ !! ต้องเป็นแบบนั้นให้ได้เลย !!"


    ยุอิรีบยกมือขึ้นมาชิงโอดะพูดก่อน โดยเธอพูดถึงความใฝ่ฝันที่อยากจะเป็นแบบพี่สาวของตนเอง น้ำเสียงของเธอแสดงให้เห็นถึงพลังและความมุ่งมั่นอย่างที่สุด รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอดูเปล่งประกายขึ้นมาไม่น้อย...


    "หืมห์...?? เดี๋ยวก่อนนะ 'ริเอะ ไอสาวะ' ส่วนเธอก็... 'ยุอิ ไอสาวะ' อ๋ออ...อย่างนี้นี่เองเธอเป็นน้องสาวของริเอะ ไอสาวะคนนั้นเองสินะ... หึๆๆ บังเอิญดีเหมือนกัน... ฉันคนนี้ก็รู้จักพี่สาวของเธอ" จิโดโตะครุ่นคิดถึงชื่อ 'ริเอะ ไอสาวะ' อยู่ซักพักก่อนที่เขาจะนึกขึ้นได้


    "เอ๋ ??? ทำไมฉันถึงไม่รู้จักกันนาาา ???" ริมทำหน้างงแบบเด็กสาวแอ๊บแบ๊วขึ้นมาอีกครั้ง


    " 'ริเอะ ไอสาวะ' หนึ่งในเรียล์มระดับคลาสที่ 3 ของโรงเรียนนี้เหมือนกัน... ถ้าจำไม่ผิดก็เกือบที่จะได้ขึ้นชั้นเป็น REALMMASTER อยู่แล้วแต่ทว่าพลาดท่าไม่ได้มาสอบรอบสุดท้ายเมื่อ 2 เดือนก่อน แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไรหรอก สิ่งที่พิเศษก็คือพี่ของเธอนั้นเป็นเรียล์มระดับคลาสที่ 3 ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ปกติแล้วเรียล์มขั้น 3 ส่วนมากก็จะมีแต่คนอายุ 20 ขึ้นไปทั้งนั้น ความจริง 20 ก็แทบจะหาได้ยากอยู่แล้ว ยิ่งอายุ 19 นี่ไม่เคยมีก่อนในประวัติศาสตร์... แต่แล้วจู่ๆ พี่ของเธอที่อายุแค่จะ 18 ต้นๆ ก็ก้าวขึ้นมาเป็นเรียล์มระดับคลาสที่ 3 ได้ เล่นซะพวกอาจารย์พากันช็อคกันใหญ่... ผู้คนส่วนมากมองพี่เธอว่าเป็น 'อัจฉริยะ' ในด้านสายจักรกลเลยทีเดียว... ผอ. คานาเรี่ยนก็คงกำลังจับตาดูพี่เธออยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ ที่ฉันรู้จักพี่ของเธอได้ก็เป็นเพราะพี่ชายฉันเล่าให้ฟังอยู่บ่อยๆล่ะนะ สงสัยจะเป็นคู่แข่งกัน...


    เห้ออ แต่นั่นก็ไม่สำคัญหรอกนะ จริงๆแล้วก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกันนะว่าระดับพี่ของเธอน่ะ แค่การสอบเลื่อนชั้นให้เป็น REALMMASTER น่าจะทำได้ไม่ยาก คนมีพรสวรรค์อย่างนั้นก็น่าจะทำได้อยู่แล้ว... แต่กลับไม่มาสอบซะได้สิ น่าเสียดายเป็นบ้าเลยล่ะนะ... ที่ไม่มาสอบนี่เป็นเพราะอะไรหรอ ป่วย ?? มาไม่ได้ ?? ติดงานเลี้ยง ??---"


    "งานศพค่ะ..." น้ำเสียงอันราบเรียบและแผ่วเบาออกมาจากปากของยุอิที่กำลังยืนก้มหน้าก้มตาอยู่...


    "...." บรรยากาศภายในห้องเงียบกริบโดยทันที...


    "เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว... แม่ของฉันพึ่งเสียไปน่ะค่ะ ส่วนคุณพ่อก็ติดรับงานราชการอยู่ที่ดาวเคราะห์ซาการ์จ แทบจะไม่มีญาติคนไหนมางานอีกแล้ว พี่ของฉันจึงจำเป็นที่จะต้องไปงานศพของคุณแม่ในวันนั้นน่ะค่ะ... เลยต้องทิ้งการสอบไป น่าเสียดายจริงๆนะคะ" ยุอิพูดออกมาด้วยสีหน้าที่หมองเศร้ากับความหลังที่พึ่งเสียคุณแม่ไปไม่กี่เดือน แต่สุดท้ายเธอก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มต่อหน้าเพื่อนๆอีกครั้งได้...


    คนอื่นภายในห้องต่างแสดงสีหน้าและท่าทีอ้ำๆ อึ้งๆ ทุกๆคนดูเหมือนจะเกร็งกันไปหมด...


    ทางด้านจิโดโตะถึงกับแสดงสีหน้าเหวอออกมา เขารู้สึกผิดที่ดันไปพูดสิ่งที่จะไปทำร้ายแผลในใจของยุอิออกมาซะได้... จิโดโตะอ้ำๆอึ้งๆ อยู่ชั่วขณะก่อนที่จะยื่นมือออกไปข้างหน้าด้วยท่าทีเก้ๆกังๆและรีบพูดออกมาว่า


    "ข...ข...ขอโทษทีนะ !! ฉันไม่รู้เรื่องนี้จริงๆ !! โถ่ เอ้ย !! ไม่คิดเลยว่าการพูดเรื่องอย่างนี้จะโยงไปถึงเรื่องที่น่าปวดใจแบบนี้ได้ ฉันนี่มันแย่จริงๆเลยล่ะ !! ต้องขอโทษด้วยนะยุย !"


    ไม่น่าเชื่อว่าสุภาพบุรุษแห่งตระกูลผู้สูงศักดิ์อย่างจิโดโตะ โทรสไตร์ปจะยอมก้มหัวขอโทษให้กับหญิงสาวตัวเล็กคนนี้ ถึงจะดูเป็นคนเย็นชาแต่ดูเหมือนว่าเขาคนนี้จะสำนึกผิดอย่างสุดๆกับการพูดโดยไม่ได้ตั้งใจของเขา


    "เอาน่าๆๆ ไม่เป็นไรหรอกนะ !! หิๆๆ ก็เพราะนายไม่รู้นี่นา ฉันไม่ถือโทษโกรธอะไรหรอกนะ... เอ๊ะ ! แต่เมื่อกี้เรียกฉันว่าอะไรนะ 'ยุย' หรอ ! หืมมก็น่ารักดีนะ ฉันจะอนุญาติให้นายเรียกฉันอย่างงี้ไปตลอดเลยก็ได้นะ หิๆๆ หึๆๆๆๆ"


    ยุอิไม่ได้ถือโทษโกรธชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าแต่อย่างใด โดยเธอพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยด้วยการหันไปพูดถึงชื่อ 'ยุย' ที่จิโดโตะเผลอเรียกขึ้นมาเมื่อตะกี้นี้ โดยเธอหัวเราะออกมาเบาๆอย่างน่ารัก


    "อ่อ...เหอะๆ อย่างนั้นหรอก ก....ก็....ก็ตามนั่นแหละนะ หึๆๆ" จิโดโตะหน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะทำเป็นเบือนหน้าหนีและก็กลับมาโหมดเย็นชาเหมือนเดิม...


    "เอ๋ ??? อะไรกันน่ะ ทำไม {โตโด้ !} ถึงได้เรียกชื่อยุอิว่ายุยคนเดียวล่ะ !! แบบนี้ไม่แฟร์เลยนะ ฉันเองก็อยากเรียกแบบนั้นบ้างจัง !!" เชนพูดขึ้นมาด้วยท่าทางและน้ำเสียงกึ่งงอนซึ่งดูน่ารักและเข้ากับความเป็นหนุ่มน้อยผมสีเงินของเขา การกระทำของเชนช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องให้กลับมาสดใสอีกครั้งได้ดี ดูเหมือนว่าในอนาคตจะเป็นคนที่คอยควบคุมบรรยากาศภายในยูนิตล่ะนะ...


    "หาาา !? โตโด้ !! หรอ ?! นี่เรียกชื่อย่อกันอย่างงี้เลยหรอหะ !? ไม่นะว้อยย !! ฉันคนนี้ไม่อนุญาติ อย่างนายเรียกว่า 'คุณโทรสไตร์ป' ก็พอแล้ว !!" {โตโด้ !} หรือจิโดโตะออกอาการโวยวายแต่ก็ดูมุ้งมิ้งตามแบบฉบับของผู้ชายซึนเดเระขึ้นมา


    ส่วนเชนและโอดะต่างก็พากันหัวเราะคิกคั่กกันออกมา ชายหนุ่มรูปหล่อ 3 คนต่างพากันหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ช่างเป็นบรรยากาศการพบกันครั้งที่ยอดเยี่ยม


    ในขณะนั้นเอง... ยุอิที่กำลังนั่งมองชายหนุ่มทั้ง 3 แกล้งกัน ริมก็ขยับตัวเข้ามาด้วยท่าทีน่ารักน่าชังไม่ต่างไปจากเดิมก่อนจะเอนหัวลงมานอนลงบนตักของยุอิพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่ดัดซะจนจะกลายเป็นเสียงของแมวสาวผู้น่ารักไปซะแล้วว่า...


    "~~~งั้นฉันคนนี้ก็ขอเรียกเธอว่ายุยด้วยละกันนะ เมี๊ยว~~~"


    "เฮ๋ ???? นี่รู้ได้ไงกันน่ะว่าฉันชอบแมว !?"


    "อ่าวว หรอ ?! หิๆๆ บังเอิญอีกแล้วนะ ฮะ ฮะ ฮ่าา"


    "จะเรียกยังไงก็ตามใจเธอละกันริม ฮะ ฮะ ฮะ" ยุอิหันหน้าออกไปจากใบหน้าอันน่ารักของแมวสาวยั่วสวาทที่ชื่อว่า ริม พอร์ช เธอออกอาการหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง...


    ระหว่างที่นักเรียนเรียล์มทั้ง 5 คนกำลังหยอกล้อและเล่นกันอย่างสนุกสนานภายในห้องนั้นเอง... จู่ๆ อาจารย์คนหนึ่งก็เปิดประตูห้องเข้ามาก่อนที่จะพูดว่า !!


    "เอาล่ะ !! พวกเธอคือเรียล์มที่พึ่งรวมตัวกันเป็นยูนิตใหม่ของวันนี้ใช่ไหม !! วันนี้จะเป็นการฝึกภาคปฏิบัติวันแรกขอให้ตั้งใจกันเป็นอย่างดี !! ถึงจะมีเรียล์มระดับคลาสที่ 2 อยุ่ถึง 2 คนแต่ว่าหากเฉลี่ยแล้วยูนิตของพวกเธอจะจัดอยู่ในระดับคลาสแรกเท่านั้นโดยจะมีการจัดอันดับ Ranking ทุกๆ 2 เดือน การจัดอันดับ Ranking มีผลต่อการเลื่อนระดับคลาสของพวกเธอ ฉนั้นขอให้ตั้งใจฝึกในหนัก !! การฝึกไม่ใช่อะไรง่ายๆ !! หวังว่าพวกเธอจะทำความรู้จักกันเรียบร้อยแล้ว !! พวกเธอไม่ใช่ทหารแต่เป็นยิ่งกว่านั้น... พวกเธอคือ 'เรียล์ม' ขอให้โชคดีและลงไปเข้าแถวรายงานตัวข้างล่างได้แล้ว !!"


    อาจารย์วัยประมาณ 30 กว่าๆ กล่าวปฐมนิเทศฉบับย่อให้เรียล์มทั้ง 5 ฟังแล้ว ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องไป


    "โห้วว !! นั่นน่ะหรอ ครูฝึกของที่นี่ !! เท่ห์สุดๆไปเลยนะ" ยุอิพูดขึ้นมาด้วยท่าทีชื่นชม


    "นั่นน่ะคืออาจารย์กลาดิโอ้... ครูฝึกกล้ามใหญ่สุดเท่ห์ของที่นี่" โอดะพูดแนะนำอาจารย์ขึ้นมา


    "เหอะๆ ฉันว่าคงจะเป็นชาติหน้าตอนบ่ายๆล่ะนะ ที่โอดะจะมีกล้ามเป็นมัดๆได้อย่างอาจารย์กลาดิโอ้น่ะ ฮะ ฮะ ฮ่าาา !!" เชนได้ถึงกับพูดจาเยาะเย้ยโอดะขึ้นมาพร้อมกับหัวเราะอย่างสะใจ


    "ได้ที่ก็เอาใหญ่เลยนะ เชน !! แล้วนายล่ะ !! ตัวก็เตี้ยไม่ถึง 170 ซะด้วยซ้ำ กล้ามเนื้อก็ไม่มีซักแอะ !! แล้วยังจะมีหน้ามาล้อเลียนฉันอีกหรอหะ !! เจ้าผู้ชายจุ๋มจิ๋มไซส์มินิเอ้ย !!"


    โอดะตอกกลับไปจนเชนถึงกับหงายเงิบ !!


    "ว่าแต่... จะให้ใครเป็นลีดเดอร์ของยูนิตกันดีล่ะ..." ริมเอ่ยขึ้นมาอย่างเงียบๆ ระหว่างที่โอดะและเชนกำลังหยอกล้อกัน...


    "อืม... เลือกยากอยู่นะ" ยุอิเอามือกุมปาก แหงนหน้ามองเพดาน นึกอยู่เช่นกัน


    "ฮะ ฮะ ฮะ แต่คงจะไม่ใช่โอดะแน่นอน !! เพราะเจ้านี่มันเป็นเด็กซ้ำชั้น ฮะ ฮะ ฮ่าา !!" เชนงัดไม้ตายออกมาใช้จนโอดะตอกกลับไม่ได้ไปในที่สุด !!


    "หน็อยน่ะแก !! ว่ายังไงนะ !!" โอดะกำหมัดขึ้นมา เส้นเลือดปูดออกมาบริเวณกล้ามเนื้อของเขา //"กลัวแล้วจ้าา" (เสียงตอบกลับจากเชน)


    "หืมม ก็ไม่หรอกนาา ฮะ ฮะ ฮ่าา จริงๆโอดะเองก็ดูตัวใหญ่เหมือนเป็นพี่ชายดีนาาา" ยุอิออกความเห็นออกมาพร้อมกับหัวเราะอย่างน่ารักสดใสอีกครั้ง


    "ฉันว่า... ให้เป็นคุณโทรสไตร์ปเป็นลีดเดอร์ก็ได้นะ... เพราะน่าจะมีความช่ำชองที่สุดแล้วในหมู่พวกเรา... แถมยังมีที่ปรึกษาที่ดีอย่างพี่ชายและก็ผู้ใหญ่ในตระกูลคนอื่นๆอีก ให้คุณโทรสไตร์ปก็ไม่เลวนะ" ริมออกความเห็นออกมาบ้าง คราวนี้เธอมีท่าทีจริงจังขึ้นไม่แอ๊บแบ๊วขี้เล่นแบบเมื่อซักครู่


    "ก...ก็...ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นแหละนะ หึๆๆ ก็ไม่ปฏิเสธเลยซะทีเดียวหรอก" จิโดโตะที่ยืนติดกำแพงอยู่พูดพรางเสยผมขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะแอบกลั้นยิ้มอยู่ลึกๆ


    "เอ้ยๆๆ ฉันก็ว่าเหมาะนะ !! ฮะ ฮะ ฮ่าา !! ให้โตโด้เป็นก็คงจะไม่เลว !!" เชนที่กำลังหยอกล้ออยู่กับโอดะออกความออกมาอย่างไม่ถนัดนัก


    "หะ...หาา ?!" (เหมือนว่าโอดะจะเสียดายเล็กน้อย)


    "ส่วนฉันยังไงก็ได้..." มติสุดท้ายจยุอิ...


    "สรุป... ก็เป็นเอกฉันท์แล้วสินะ สำหรับยูนิตนี้ก็ให้คุณโทรสไตร์ปเป็นลีดเดอร์ก็แล้วกัน... ยังไงก็... ลูกทีม 'ริม พอร์ช' คนนี้ของฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ" ริมก้าวเข้ามาตรงหน้าจิโดโตะก่อนที่จะชูมือตะเบ๊ะไปที่ศีรษะพร้อมกับย่อตัวลงและมีการกระพริบตาข้างเดียวเล็กน้อย ท่าทางน่ารักใสๆแบบนี้ทำเอาจิโดโตะหน้าแดงและออกอาการเสียสมดุลเล็กน้อย


    "น...นี่... เธอไม่จำเป็นต้องเรียกฉันว่า 'คุณโทรสไตร์ป' แบบนั้นก็ได้นะ... มันฟังดูห่างเหินน่ะ..." จิโดโตะพูดออกมาพรางเบือนหน้าหนีออกไปจากริมด้วยท่าทีเขินอาย


    "งั้น... ให้เรียกว่าอะไรดีคะ อ๋ออนึกออกแล้ว... งั้นเรียกว่า {ท่านชีพ} ก็แล้วกันนะคะ !! ชีพ !!(. ^ _ ^ .)(Chief = หัวหน้า) (Chief SAMA !!)"


    ความน่ารักของริม แม้แต่จิโดโตะก็มิอาจต้านทานได้จริงๆ


    "ท่านหัวหน้า !! งั้นวันนี้หลังจากฝึกเสร็จแล้วพวกเราไปดูหนังกันไหม !! หนังเรื่อง {ตำนานการผจญภัยบทสุดท้าย Last Legendary} น่าสนุกมาเลยนะ !!" เชนที่จู่ๆก็ดันไปแข่งงัดข้อกับโอดะซะแล้วกล่าวชวนเพื่อนๆเที่ยวขึ้นมา


    "เฮ้ยย !! จะบ้าหรือไงแค่วันแรกก็ชวนเที่ยวกันแล้วนะนายน่ะ !! แล้วก็สำหรับนายไม่ต้องมาเรียกฉันว่าหัวหน้าให้เรียกว่า 'คุณโทรสไตร์ป' ก็พอแล้วเข้าใจไหม !! มาๆเห็นพวกนายงัดข้อแล้วฉันอยากลองบ้าง !!"


    จิโอโตะที่กำลังเคลิ้มกับความน่ารักของริมได้ทีจึงหันไปร่วมวงกับพวกโอดะและเชนซะอย่างนั้น...


    ทางด้านริมเห็นชายหนุ่มเล่นกันเลยอยากลองบ้าง...


    "ยุย..."


    "หืมห์ ??"


    "(ยื่นมือ) มาเล่น ตบ แปะ ชาร์จกัน !!"


    "เล่นเป็นเด็กๆน่าา ริม ฮะ ฮะ ฮ่าา แต่ย้อนวัยบ้างก็ไม่เสียหาย"


    พวกเขาทั้ง 5 หยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน... แสงสีเหลืองเป็นประกายจากหน้าต่างส่องกระทบกับพื้นห้อง ฉาบตัวผนังให้กลายเป็นสีเหลือง... ด้านนอกหน้าต่างยังคงเต็มไปด้วยกลีบดอกไม้และใบไม้ที่กำลังปลิวไสวไปพร้อมกับสายลมอย่างงดงาม...


    สายลมแห่งฤดูร้อนพัดผ่านห้องๆนี้ไป มิตรภาพของเหล่าหนุ่มสาววัยรุ่นได้ก่อตัวขึ้นใหม่แล้ว...


    สายลมที่โบกสะบัด สายลมแห่งความเร้าร้อน... และแล้ว... การเดินทางของพวกเขาก็ได้เริ่มต้นขึ้น !


    END Chapter




    แก้ไขล่าสุดโดย The New Gang; 16th June 2017 เมื่อ 08:27.

    "The little queen of ELLAS"

  3. #3

    Default

    ทันใดนั้นเอง !! ผมจึงยกมือขึ้น !! มือทั้ง 2 ข้างประสานอินอย่างรวดเร็วจนแม้แต่ตัวผมเองยังแทบมองไม่ทันว่าที่ประสานไปมันถูกหรือป่าว !! ถึงอย่างงั้นก็เถอะ... ไม่มีเวลาแล้ว !!


    ร่างของผมปรากฏตัวขึ้นก่อนที่จะวิ่งเข้าไปทางด้านหลังของมัน !! ผมชักมีดคุไนขึ้นมาก่อนที่จะ....!!


    .... ฉึก !!!!!!


    กิก... กิก... กิก...
    เสียงของมีดที่ทำจากโลหะเล่มหนึ่งกลิ้งตกลงไป... เลือดสีแดงหยดลงกับพื้น... หน้ากากนินจาสีขาวรูปสัตว์หลุดลอยออกไป พร้อมกับมีรอยร้าวเกิดขึ้นเล็กน้อย...


    -------------------------------------------------------------------------------


    Chapter 02 “ภารกิจแรกงั้นหรอ... มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ...”



    1 เดือนต่อมา... หลังจากการพบกันครั้งแรก... Date / Month /Year of republic : 09/05/1023



    ณ ห้องสันทนาการที่ 14 ชั้น 2 อาคารคานาเรี่ยน...ห้องของยูนิต 7





    ก๊อก ก๊อก ก๊อก ! เสียงเคาะประตูดังขึ้น... ยุอิที่อยู่ใกล้ประตูที่สุดจึงลุกไปเปิด


    "นี่ใช่... ห้องของยูนิตที่ 7 หรือป่าวนะ ??" ชายหนุ่มผมสีเขียวอ่อนรูปร่างสูงโปร่งที่อยู่หน้าประตูเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง แว่นสายตากรอบสี่เหลี่ยมที่เขาใส่อยู่นั้นให้ความรู้สึกถึงคนที่มีความรู้หรือเด็กเรียนที่น่าเชื่อถือมากเลยทีเดียว...


    "อ๋ออ ใช่ค่ะ ! มีอะไรให้ช่วยหรือป่าวคะ ??" ยุอิกล่าวต้อนรับแขกผู้มาเยือนอย่างฉะฉาน ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาเธอได้ปรับตัวในเรื่องการเข้าหาและพบปะกับผู้คนให้ดีขึ้นในระดับนึง ท่าทีเปิ่นๆโก๊ะๆของเธอก็พอที่จะลดลงบ้าง.... หน่อยนึงล่ะนะ


    "พอดี... ผมคือ 'เรียล์มรุ่นพี่' ที่จะมาคอยช่วยดูแลเรื่องภารกิจครั้งแรกของพวกคุณน่ะครับ ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ" หนุ่มแว่นผมสีเขียวอ่อนกล่าวแนะนำตัวอย่างสุภาพ แต่เขายังไม่ได้บอกชื่อของเขา


    "หืมม์ ?? อาจารย์กลาดิโอ้ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเราเลยนะ... จะว่ายังไงดีล่ะ..." จิโดโตะที่กำลังยืนพิงผนังห้องอยู่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเชียบแต่ทว่ามีสีหน้าที่ดูขัดๆขืนๆเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะพูดต่อว่า


    "พอดี... ในฐานะลีดเดอร์ของยูนิต และในนามของลูกทีมอีก 4 คน... ฉันคิดว่าพวกเราไม่จำเป็นต้องมีรุ่นพี่มาคอยควบคุมการทำภารกิจของพวกเราหรอกนะ ! พวกเรา 5 คนดูแลตัวเองได้และจะปฏิบัติภารกิจตามวิธีและแผนการในแบบของเราเอง... ถ้ามัวแต่คอยให้พวกรุ่นพี่มานำทางให้แบบนี้ ต่อไปก็จะได้แต่เดินตามหลังคนอื่นอยู่เรื่อยไป... แล้วเมื่อไหร่จะสามารถคิดอะไรเองได้ด้วยตัวเองกันล่ะฮะ... ฉนั้น... ฉันคนนี้ขอปฏิเสธการเข้ามาของคุณ..." คำพูดสุดเย็นชาจากปากของจิโดโตะทำให้บรรยากาศภายในห้องเย็นยะเยือกขึ้นมาอีกครั้ง...


    "เอาอีกแล้ว..." เสียงกระซิบจากโอดะและเชน


    "หึๆๆ คุณคือ... จิโดโตะ โทรสไตร์ปใช่ไหม..." รุ่นพี่ผู้ถูกจิโดโตะปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยยังคงยิ้มและหัวเราะออกมาได้... เขาเลื่อนกรอบแว่นของเขาให้เป็นระเบียบเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า...


    "เหมือนที่ของคุณเล่าให้ผมฟังไม่มีผิดเลยล่ะนะ... ผมเองก็เคยอยู่ยูนิตเดียวกันก่อนที่เขาจะเลื่อนขั้นไปเป็น REALMMASTER... เอาล่ะ... ผมจะขออธิบายรายละเอียดให้ชัดเจนซะก่อน... การเข้ามาของผมไม่ได้เป็นการก้าวก่ายหรือว่าเข้ามาควบคุมยูนิตของพวกคุณอยู่ฝ่ายเดียว... บทบาทและหน้าที่ของผมนั้นคือการ 'ดูแล' มิใช่ 'เข้าควบคุม' ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อออกคำสั่งและชี้นิ้วให้ทุกคนทำตามคำสั่งของผม... พวกคุณยังคงที่จะได้เป็นตัวของตัวเอง วางแผนด้วยตัวเอง และปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จลุล่วงในแบบของพวกคุณเอง ผมแค่คอยให้คำปรึกษา คอยแนะนำจุดที่บกพร่อง คอยดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆและมีไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินหรีือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน... พวกคุณอย่าลืมว่าพวกคุณคือ 'นักเรียน' มิใช่ 'ทหาร' แต่ทว่าก็เป็นความหวังของสาธารณรัฐไม่ต่างกัน ถึงยังไงซะพวกเค้าเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยของพวกคุณ... นี่แหละครับ... คือรายละเอียดการเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ 'เรียล์มรุ่นพี่' ของผม..."


    น้ำเสียงและท่าทางในการพูดของชายหนุ่มผู้นี้แสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือและวุฒิภาวะที่สูงกว่าของเขา เมื่อสิ้นเสียงของรุ่นพี่คนนี้ บรรยากาศของห้องก็เข้าสู่สภาวะเงียบงันอีกครั้ง เชนมีสีหน้าที่แสดงออกว่ากำลัง 'เซ็ง' กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะที่แววตาของยุอินั้นลุกวาวเปล่งประกายระยิบระยับด้วยความรู้สึกชื่นชมรุ่นพี่คนนี้ ริมที่ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงดีจึงได้แต่ยิ้มอย่างแอ๊บแบ๊วอยู่อย่างนั้น (-____-) ส่วนจิโดโตะที่เป็นคู่กรณีได้แต่เดาะปากเบาๆ ก่อนจะเบือนหน้าหนีและไม่พูดอะไร...


    "อ่าาๆๆๆ งั้นก็เอาเป็นว่าทุกคนคงไม่มีอะไรขัดข้องใจกันแล้วนะ !! เอาล่ะ ! พวกเรารีบๆมาคุยกันเรื่องแผนการเกี่ยวกับภารกิจที่เราได้รับกันเถอะ ยังไงก็...ขอคำแนะนำปรึกษาจากรุ่นพี่ด้วยนะครับ... เอ๋...ว่าแต่... ชื่ออะไรหรอครับ ??"


    โอดะเป็นคนยุติบรรยากาศอันน่าอึดอัดเมื่อชั่วครู่นี้ก่อนที่จะเข้าเรื่องพูดถึงสิ่งที่สำคัญกว่าอย่างแผนในการทำภารกิจนั่นเอง...


    "ผมชื่อ 'ทอมมี่' นะ เอาล่ะมาเริ่มเรื่องกันได้..." ทอมมี่ รุ่นพี่หนุ่มแว่นผู้ใจเย็นบอกชื่อตัวเองขึ้นมา ท่าทีของเขานั้นดูเป็นมิตรอย่างมาก... เขาเริ่มต้นพูดถึงแผนการของภารกิจพรางหยิบขนมป๊อกกี้ขึ้นมาทานเล่นชิลล์ๆ


    ป๊อก ! เสียงแท่งป๊อกกี้หักออกจากกัน ซึ่งระหว่างนั้นเอง... "แล้วก็ต้องขอโทษ... แทนเพื่อนของผมคนนั้นด้วยนะครับ... ที่เสียมารยาทไปบ้าง..."


    โอดะพูดขึ้นมาเบาๆกับรุ่นพี่ทอมมี่ โดยที่สายตาของเขาจ้องมองไปยังจิโดโตะที่ยังคงยืนด้วยท่าทีเย็นชาอยู่ที่ริมหน้าต่าง... จากสีหน้าและแววตาของโอดะราวกับว่าเขามีบางสิ่งที่กำลังไม่พอใจอยู่...



    --------------------------------------------------------------------




    ภารกิจที่ยูนิต 7 ได้รับเป็นภารกิจแรกของพวกเขาในฐานะเรียล์มคลาสที่ 1 ซึ่งเป็นภารกิจระดับ Rank : C+ ถือว่าหินพอสมควรสำหรับเรียล์มระดับแรก โดยอาจารย์กลาดิโอ้เห็นว่ายูนิตนี้มีศักยภาพและความพร้อมที่ปฏิบัติได้สำเร็จ...


    รายละเอียดของภารกิจนี้ก็คือ :



    เมื่อ 2 วันก่อนกรมตำรวจประจำเมืองฮากุยะได้รับแจ้งมาจากประธานบริษัทข้อมูลทางวิศวกรรมยักษ์ใหญ่ของสาธารณรัฐว่าวิศวกรคนสำคัญของเขาถูกลักพาตัวไปโดยกลุ่มคนร้ายปริศนา โดยได้รับข้อความเรียกค่าไถ่เป็นจำนวนเงินกว่า 10 ล้านลัคซ์ (สกุลเงินในระบบของสาธารณรัฐ) และกลุ่มคนร้ายได้กำชับว่าให้นำเงินสดมาส่งให้ตามพิกัดที่ได้ระบุไว้ในข้อความและที่สำคัญต้องมาตัวคนเดียว !



    พิกัดที่ระบุไว้คือ : ---@Area X:77 Y:95 Z:12 Password : Not Found--- เรียกได้ว่าเป็นเขตรกร้างแถบชานเมืองฮากุยะเลยก็ว่าได้


    จากโดรนสอดแนมของกรมตำรวจเมืองฮากุยะได้พบว่าที่พิกัดแห่งนี้มีหอคอยร้างที่มีลักษณะเป็นโรงงานร้างแห่งหนึ่ง โดยขาดว่าน่าจะเป็นสถานที่ที่กลุ่มคนร้ายใช้กบดาลอยู่แต่ปัญหาใหญ่ก็คือรอบๆตัวโรงงานมีป้อมปราการเวทมนต์ติดตั้งไว้เต็มไปหมด (ซึ่งเป็นสิ่งผิดกฎหมายต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกรมควบคุมอุปกรณ์เวทมนต์ก่อน) ซึ่งทางกรมตำรวจเพียงลำพังไม่สามารถบุกเข้าไปได้ จึงต้องติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากโรงเรียนเวทมนต์ของเหล่าเรียล์ม...


    --------------------------------------------------------------------



    Date / Month / Year of Republic : 10/05/1023



    ชุดทำภารกิจของยุอิ เธอเปลี่ยนมาใส่เป็นเสื้อเกราะรัดรูปที่มีลักษณะคล้ายเสื้อกล้ามสีดำโดยมีผ้าคลุมคลุมไว้อยู่


    ของโอดะเป็นชุดกังฟูสีเหลืองซึ่งมีเชือกสีแดงพันอยู่รอบๆ ดูเหมือนเป็นจอมยุทธ์มากกว่าเรียล์มสายจักรกลเสียอีก


    ทางด้านของเชนหันไปใส่เสื้อกั๊กหนาๆแทนชุดแจ๊คเก็ทโดยด้านในยังคงเป็นเสื้อยืดเหมือนเดิม ตรงข้อมือของเขาติดด้วยกระบอกปืนบาสเตอร์ที่มีหัวกะโหลกติดไว้อยู่ โดยเชนเรียกมันว่า Skull Blaster เป็นอาวุธที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมาเอง


    จิโดโตะสวมชุดแบบนินจา เสื้อที่ใส่เป็นลักษณะของเสื้อรัดรูปแขนกุดโดยมีเสื้อกั๊กใส่ทับอยู่ด้านนอกอย่างเท่ห์ๆ โดยเวลาปฏิบัติภารกิจจิโดโตะจะใส่หน้ากากสีขาวรูปสัตว์ ซึ่งเป็นหน้ากากของพวกนินจา


    สุดท้ายเป็นริมที่แต่งตัวต่างจากเพื่อนไปบ้าง ชุดปฏิบัติภารกิจของเธอค่อนข้างเปิดเผยเนื้อหนังอันบอบบางของเธอพอสมควร ส่วนบนมีลักษณะเป็นบาร์เกราะสีน้ำเงินโดยมีโบว์ผูกไว้อย่างน่ารัก บริเวณช่วงแขนอันเรียวเล็กมีอาร์มแพดและที่รัดแขนใส่ไว้อย่างเตรียมพร้อม เธอสวมกระโปร่งสั้นๆที่มีโบว์ผูกอยู่ด้านหลังและมีเข็มขัดที่ห้อยวิทยุอิเล็กโทรนิคสำหรับใช้สื่อสารในยามจำเป็น


    "เอาล่ะ ! ทวนแผนการอีกครั้งนึงนะ... ผมกับริมจะคอยเป็นหน่วยสมทบอยู่บริเวณรอบนอกนะ ! ผมจะเป็นคนคอยซุ่มยิงจากระยะไกลและคอยอ่านสถานการณ์ให้ ส่วนริมจะคอยร่ายเกราะเวทให้คลุมตัวของพวกคุณเอาไว้ จากเวทมนต์ของริมพวกคุณจะสามารถฝ่าด่านป้อมปราการเวทเข้าไปได้โดยไม่ถูกตรวจจับ พวกเราจะแอบเข้าไปกันอย่างเงียบๆไม่ให้พวกนั้นรู้ตัว


    ส่วนคุณ... !!"


    ทอมมี่เริ่มบรรยายแผนการออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เขาชี้ไปที่ชายแก่ใส่สูทสวมแว่นซึ่งเป็นประธานของบริษัทวิศวกรรมที่ได้รับข้อความให้นำเงินสด 10 ล้านลัคซ์ไปไถ่ตัววิศวกรคนนั้นออกมา


    "คุณจะต้องเดินเข้าไปในโรงงานนั้นด้วยตัวคนเดียวพร้อมกับนำเงินสดไปยื่นให้กับพวกคนร้ายโดยตรง... ซึ่งริมจะร่ายบาเรียเวทย์ขั้นสูงคอยปกป้องตัวของคุณ ไม่ว่าจะเป็นกระสุนชนิดไหนก็ไม่สามารถทะลุเข้าไปในร่างของคุณได้เพราะฉนั้นไม่ต้องกังวล ! เมื่อถึงจังหวะที่คนร้ายยอมปล่อยตัวประกันเมื่อไหร่ผมจะให้ริมขยายบาเรียเวทย์ให้โอบล้อมตัวคุณกับตัวประกันเอาไว้ และเรียล์มที่เหลืออีก 4 คนจะเข้าจับกุมกลุ่มคนร้ายในระยะประชิด จู่โจมแบบสายฟ้าแลบ !


    จิโดโตะให้จู่โจมจากด้านบน โอดะและเชนให้เข้าประชิดขนาบข้างของตัวโรงงานเอาไว้ ยุอิให้ปิดทางออกด้านหลังของโรงงาน เพียงแค่นี้พวกคนร้ายก็จะอยู่ในกำมือของพวกเราแล้ว ! ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามแผนด้วยความไม่ประมาท ! เรียล์มทุกคนรับทราบ !?"


    ชายผมสีเขียวอ่อนอธิบายแผนการด้วยน้ำเสียงที่จริงจังก่อนที่เขาจะถามหาเสียงตอบรับที่หนักแน่นจากรุ่นน้องของเขา


    "ทราบ !!" เสียงตอบรับอย่างหนักแน่นจากทั้ง 5 คน


    "ผมไม่ได้ยิน" ทอมมี่ต้องการความหนักแน่นที่มากกว่านี้


    "ทราบ !!!!!!!" เรียล์มทั้ง 5 ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าเดิม !


    “ขอแสงสว่างจงเปล่งประกายล้อมรอบตัวของพวกคุณทุกคน !!”


    ...

    หน้าหอคอยร้างที่มีลักษณะคล้ายกับโรงงานเก่า...





    ทอมมี่กับริมประจำอยู่ ณ ตำแหน่งที่ไกลออกไปจากตัวโรงงานพอสมควรทว่าเป็นจุดที่สามารถหลบซ่อนตัวได้ง่าย หนุ่มแว่นรุ่นพี่คว้ากล้องส่องทางไกลของเขาออกมาส่องดู พบว่าเรียล์มอีก 4 คนรวมถึงประธานบริษัทที่ทำหน้าที่นางนกต่อประจำตำแหน่งตามที่ได้นัดแนะกันไว้แล้ว


    เขาเอ่ยปากถามริมเพื่อความแน่ใจอีกครั้งว่า...


    "ริม... ร่ายบาเรียและเกราะเวทให้พวกนั้นเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ?"


    "เรียบร้อยแล้วค่ะ ! ไม่มีอะไรสามารถทะลุผ่านเกราะบาเรียของฉันไปได้ ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะรุ่นพี่ !"


    เสียงใสๆแต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นและจริงจังในภารกิจของริมทำให้ทอมมี่รู้สึกพอใจกับรุ่นน้องคนนี้มาก แววตาของริมเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เมื่อเธอได้ร่ายบาเรียไปแล้วเธอจะคอยสวดคาถาเวทอยู่เรี่อยๆ เพื่อความแน่ใจว่าเวทมนต์ของเธอจะไม่เกิดข้อผิดพลาดหรือเสื่อมสลายไปโดยอุบัติเหตุ นับเป็นความไม่ประมาทและเป็นการปฏิบัติตามตำราเรียนของเหล่าจอมเวทย์อย่างเคร่งครัด แม้แต่จอมเวทย์บางคนในโรงเรียนก็มักจะชอบละเลยข้อปฏิบัติข้อนี้ แต่นั่นไม่เกิดขึ้นกับสาวสวยผมทวินเทล เรียล์มสายเวทย์ผู้มุ่งมั่นคนนี้...


    ร่างกายของจิโดโตะกำลังอยู่ในสภาวะโปร่งแสง ร่างกายของเขาล่องหนจนเกือบหมดเหลือแต่เพียงดวงตาสีฟ้าแลดูทรงพลังของเขา วิชาล่องหนนี้เป็นขีดจำกัดสายเลือดของตระกูลนินจาอวกาศโทรสไตร์ป ถึงจะเป็นขีดจำกัดสายเลือดแต่ใช่ว่าทุกๆคนในตระกูลโทรสไตร์ปจะทำได้ โดยสำหรับจิโดโตะนั้นเข้าสามารถสำเร็จวิชานี้ได้ตั้งแต่อายุ 6 ขวบและทำได้อย่างไร้ข้อบกพร่อง ! ชายหนุ่มล่องหนและคอยเฝ้าสังเกตการณ์จากหลังคาของโรงงานแห่งนี้


    ชายแก่ในชุดสูทเดินเข้าไปพร้อมกระเป๋าที่แบกเงินสดจำนวนมากอยู่ภายในนั้น ก่อนที่เขาจะตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้าของคนชราว่า...


    "ฉันมาแล้ว ! ไอ้พวกสาร.เลวทั้งหลาย ! นี่เงินสดสำหรับพวกนาย 10 ล้านลัคซ์ ! จงรับเอาไปและส่งมอบวิศวกรของฉันคืนมาซะ !"


    เสียงเรียกจากชายแก่ก้องกังวาลไปทั่วหอคอย ทันใดนั้นเอง...


    ตึก ตัก ตัก ตัก !
    เสียงฝีเท้าที่ค่อยๆก้าวออกมาจากมุมมืด...


    ชายผมเผ้ารุรังประมาณ 5 คนหน้าตาสกปรกมอมแมมเลอะไปด้วยคราบฝุ่นและคราบน้ำมัน รูปร่างของเขากำยำและสวมใส่เสื้อผ้าราคาถูกแต่ว่ามีโซ่เหล็กและชุดเกราะบวกกับเข็มขัดที่มีสรรพอาวุธมากมายติดไว้อยู่ ลักษณะแบบนี้เรียกได้ว่าเป็นพวกกลุ่มโจรเถื่อนที่เห็นได้ทั่วๆไปตามตรอกหรือซอกตึกของเมืองต่างๆ แต่ก็น่าแปลกใจอยู่บ้างที่ทำไมพวกโจรกระจอกธรรมดาอย่างพวกเขาถึงมีที่กบดาลใหญ่โตและป้อมปราการเวทจำนวนมากติดตั้งอยู่ได้...


    "เหอะๆๆ !! ขอบคุณมากเลยนะ !! ที่มาร่วมทำธุรกิจด้วย !! เอาล่ะ... คราวนี้ก็... จงรับเอาวิศวกรของเจ้าคืนไปก็แล้วกันล่ะนะ..."


    เปรี๊ยง !


    เอื้ออกกกก !!!


    ชายหนุ่มในชุดสีขาวเดินออกมาจากด้านหลังของหมู่โจรก่อนที่จะคว้าปืนสายฟ้าออกมาลั่นไก !


    สายฟ้าสีส้มพุ่งเป็นเส้นตรงทะลุผ่านล่างของชายแก่ออกไป ! เลือดสีแดงกระเด็นออกมาเลอะสูทสีเทาของเขา ! แว่นตาหลุดออกมากระทบกับพื้นจนเกิดรอยร้าว ! ประธานบริษัทวิศวกรรมนอนหงายลงกับพื้น ! เลือดสีแดงกลบปากของเขาพร้อมด้วยสีหน้าที่สับสนและไม่เข้าใจ !


    "นี่มันอะไรกัน !!! ริม !!! ทำไมสายฟ้านั่นถึงทะลุผ่านบาเรียของเธอมาได้ล่ะ !!!"


    ทอมมี่ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ออกอาการตกใจขึ้นมา ! น้ำเสียงและสีหน้าของเขาบอกได้ชัดเจนว่ากำลังเจอเหตุการณ์ไม่ขาดฝันอยู่


    "ฉะ...ฉัน...ฉันก็ไม่รู้ค่ะ รุ่นพี่ ! ฉัน...ฉันกำลังจะเชื่อมบาเรียของท่านประธานเข้ากับตัวประกัน... !! หรือว่า....!!"


    ริมกำลังอยู่ในสภาวะช็อค ! เธอไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า เธอตั้งใจร่ายเวทด้วยความไม่ประมาทมาตลอด ! แต่ทว่าภารกิจในตอนนี้กำลังจะล่มเพราะความผิดพลาดของเธอ ! ทั้งๆที่เธอไม่ได้สะเพร่าในจุดใดเลยแม้แต่น้อย...


    ทอมมี่ใช้มือกุมไปที่ปากก่อนจะพูดขึ้นมาว่า...


    "คนร้ายอาศัยจังหวะที่เธอเปิดปากบาเรีย เพื่อเชื่อมเข้าหากับตัวของเขา ในจังหวะนั้นจะมีช่องว่างที่สายฟ้าจากปืนสามารถพุ่งเข้าไปยังตัวของท่านประธานได้...อย่างงี้นี่เอง..."


    การวิเคราะห์ของทอมมี่ยิ่งทำให้ริมรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ น้ำตาเริ่มเออล้นออกมาท่วมแก้มใสๆของเธอ... ริมลำพึงกับตัวเองด้วยน้ำเสียงของคนร้องให้ ตัวของเธอกำลังสั่นเทา...


    "มะ...มัน...มันเป็นความผิดของฉันเอง..." เธอก้มหน้าลงกับพื้นด้วยความรู้สึกผิดหวังในตัวเอง


    "นี่ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอกริม... ใครมันจะไปรู้ล่ะว่าตัวประกันที่เราจะมาช่วยจะลงมือฆ่าคุณประธาน... และก็นะ... ภารกิจที่เรากำลังทำอยู่มันมีอะไรไม่ชอบมาพากลเข้าให้แล้วล่ะ... นี่ไม่ใช่ภารกิจ Rank : C+ แต่ต้องเป็นระดับ A ขึ้นไป... ตอนนี้เรากำลัง... เผชิญหน้ากับพวก 'จักรวรรดิ'"


    ...


    "อะ...อะไรกัน ! ค้อกแค้ก ! (ไอออกมาเป็นเลือด !)" ชายแก่ผู้เป็นประธานบริษัทกำลังจะขาดใจตาย


    "ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่าาาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ !!!!!"
    ตัวประกันที่เป็นคนลงมือฆ่าชายที่อยู่ต่อหน้าเขา จู่ๆก็เกิดอาการคลั่งขึ้นมา ดวงตาของเขาในตอนนี้เลือกโปนและมีสีแดงก่ำราวกับคนไร้สติ !! ทว่าหากสังเกตดูดีๆ


    "จักรกล !" "จักรกล !" "นั่นมันจักรกลนิ !" "ที่แขนของหมอนั่น ! เป็นจักรกล...!!" เรียล์มทั้ง 4 คนที่ประจำตำแหน่งสังเกตการณ์อยู่อุทานขึ้นมาพร้อมกัน !


    "ฮึ่ยย !! ไม่ได้การแล้ว !! ฉันจะบุกเข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ !!" โอดะที่ทนไม่ไหว เขาบอกเพื่อนร่วมทีมผ่านวิทยุสื่อสารและรีบบุ่มบ่ามเข้าไปในตัวโรงงานทันที !


    "เฮ้ยยเดี๋ยว !! โอดะ อย่างพึ่งเข้าไป !!!" จิโดโตะพยายามรั้งเอาไว้แต่ก็ไม่ทัน เขารีบประสานอินอย่างรวดเร็วเพื่อคลายคาถาล่องหนของเขาก่อนที่จะกระโดดทะลุหลังคาที่ทำด้วยแผ่นสังกะสีลงไปยืนบนสะพานเหล็กชั้นบนของโรงของโรงงานแต่ทว่า....!!!!


    ….


    ทางด้านของเชนที่ทำอะไรไม่ถูกจึงรีบวิ่งเข้าไปตามโอดะเพื่อนสนิทของเขา !


    เช่นเดียวกับยุอิ ! เธอรีบวิ่งเข้ามาพร้อมกับดาบคาตานะ เธอชักดาบออกมา เรียล์มทั้ง 3 ล้อมรอบกลุ่มโจรทั้ง 5 รวมทั้ง วิศวกรหนุ่มที่ครึ่งนึงของเขากำลังกลายเป็นเครื่องจักรและกำลังบ้าคลั่ง !


    "ยุอิ ! พาท่านประธานหนีไปและรีบปฐมพยาบาลซะ !" ไม่ต้องรอคำสั่งจากลีดเดอร์ โอดะเอ่ยปากสั่งยุอิทันที !


    ยุอิไม่รอช้ารีบพาท่านประธานออกจากตัวโรงงานไปแต่ทว่า....!!!


    บนชั้นบนของตัวโรงงาน ! จิโดโตะถูกบางสิ่งบางอย่างขวางตัวของเขาไว้ทำให้เขามุ่งหน้าต่อไปไม่ได้ !


    ร่างที่ทำจากเหล็กปรากฏตัวขึ้นมา ! หุ่นยนต์เหล็กนักฆ่าที่มีลักษณะคล้ายซามูไรปรากฏตัวต่อหน้าเขา ! ก่อนที่มันจะชักดาบด้ามเบ่อเริ่มออกมา !


    จิโดโตะถึงกับอุทานออกมาว่า...!


    "อะไรวะเนี่ย !! นี่มัน !! หุ่นสังหารของพวกจักรวรรดินิ !!" และแล้ว... นินจาผมสีดำจึงคว้ามีดคุไนออกมาจากกระเป๋าของเขาก่อนที่จะพุ่งเข้าไปโจมตีเจ้าหุ่นซามูไร !!


    เปรี๊ยง !! ร่างของจิโดโตะกระเด็นปลิ่วออกมาเหมือนไร้น้ำหนัก หน้าของเขาถูกหมัดเหล็กของเจ้า 'หุ่นเมทัลซามูไรรุ่น U-800' ชกเข้าเต็มๆ เขากระเด็นทะลุกระจกบานหนึ่งเข้ามาในห้องๆหนึ่งที่ชั้นด้านบนของโรงงาน !


    เจ้าหุ่นเหล็กพุ่งตัวทะลุกำแพงตามเข้ามา ! จิโดโตะเห็นดังนั้นจึงค่อยๆลุกขึ้นมา เขาเหลือบไปเห็นว่ามีดคุไนของเขาหักคามือไปแล้ว... ชายหนุ่มผมดำหยิบดาวกระจายขึ้นมาปาใส่เจ้าหุ่นเหล็ก !


    ดาวกระจายไม่สร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้กับมัน ! ราวกับว่าเจ้าหุ่นนี้มันไร้เทียมทาน ! จิโดโตะวิ่งเข้าไปพร้อมมีด เขาพุ่งเขาไปใช้กระบวนท่า ถีบด้วยฝ่าเท้า ถ่อยออกมาพุ่งชกด้วยหมัด ! ต่อเนื่องด้วยแทงเข่าอย่างรุนแรง ! สับด้วยท่อนแขนทั้งสองข้างเข้าไปที่หัวของเจ้าหุ่นเหล็ก ! กระโดดเหยียบตัวของเจ้าหุ่นเหล็กขึ้นไปลอยกลางอากาศก่อนจะใช้ลูกเตะซัดเข้าเต็มหน้าของเจ้าเมทัลซามูไร !


    แขนขาของจิโดโตะแข็งแกร่งราวกับทำด้วยเหล็ก ! แม้ว่ากระดูกของเขาจะเข้าปะทะกับโลหะแข็งเต็มๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตัวของเขารู้สึกเจ็บแม้แต่นิดเดียว ! ถึงแม้จะมีรอยช้ำปรากฏออกมาเล็กน้อย...


    เจ้าหุ่นเหล็กเหมือนจะมึนไปชั่วขณะแต่ทว่า...


    มันยังคงก้าวตรงไปยังจิโดโตะเหมือนเดิม ! เหมือนกับว่าการจู่โจมเมื่อตะกี้นี้ไม่ทำให้ระแค้นระคายต่อตัวมันเลยแม้แต่น้อย !!


    จิโดโตะพ่นน้ำลายออกมาเล็กน้อยก่อนจะพุ่งเข้าไปพร้อมกับกระบวนท่า ! พุ่งตัวในแนวนอนก่อนที่จะรัวฝ่าเท้าใส่หน้าอกเจ้าหุ่นเหล็กไม่ยั้ง ก่อนจะพุ่งถ่อยออกมาและวิ่งเข้าไปใช้ศีรษะพุ่งตอปิโดบกใส่หน้าอกเจ้าหุ่นเหล็กอย่างจัง ! เขารู้สึกมึนเล็กน้อยก่อนจะพุ่งออกมาและวิ่งเข้าไปใหม่พร้อมกระโดดใช้ฝ่าเท้าเหยียบเข้าที่ศีรษะของเจ้าหุ่นเหล็กเต็มๆ และลอยตัวข้ามหัวของมันก่อนที่จะใช้มีดคุไนปักเข้าไปกลางคอของเจ้าเมทัลซามูไร...


    จิโดโตะลอยตัวข้ามเจ้าหุ่นเหล็กมาก่อนจะหันไปอีกพร้อมต่อด้วยกระบวนท่าที่ 3 !! เขาวิ่งเข้าไปพร้อมกับแทงเข่าเข้าไปที่ลำตัว ! เขากอดรัดตัวของเจ้าหุ่นนั่นไว้ก่อนจะรัวหมัดกว่า 20 ครั้งใส่ใบหน้าเจ้าหุ่น ! เขากระโดดถ่อยออกมาก่อนจะคว้าดาวกระจายปาเข้าไปใส่เจ้าหุ่นเหล็กพร้อมกับวิ่งเข้าไปกระโดดหมุนเตะกลางอากาศไป 5 รอบใส่เจ้าหุ่นนั่น ! แล้วก็ปิดท้ายด้วยการคว้ามีดคุไนกว่า 5 เล่มปาเข้าไปทิ่มแทงใส่เจ้าหุ่นเหล็กนั่น ! เป็นอันจบกระบวนท่า...


    จิโดโตะถ่อยออกมาพร้อมกับชูมือข้างหนึ่งออกมาโดยที่อีกข้างหนึ่งไขว้หลังเอาไว้... เป็นการตั้งกระบวนท่ารอการจู่โจมกลับของคู่ต่อสู้... ตัวของเขาเริ่มหอบออกมาไม่น้อย... เนื่องจากปล่อยกระบวนท่าไปถึง 3 ชุดในเวลาที่ต่อเนื่องกัน... แต่ทว่า...


    เจ้าหุ่นเหล็กใช้ดาบซามูไรของมันปัดมีดคุไนที่ปักคาร่างของมันอยู่ให้กระเด็นตกพื้นไปราวกับปัดเศษขี้ฝุ่น ! ก่อนที่มันจะเก็บดาบของมันเข้าไปเสียบที่ตรงฝักกลางหลังของมันเหมือนเดิม พร้อมกับตั้งท่าในแบบเดียวกับที่จิโดโตะทำออกมา ! เหมือนกับว่ามันจะเรียนรู้กระบวนท่าและการจู่โจมของจิโดโตะยังไงอย่างงั้น !!


    จิโดโตะหอบออกมาเล็กน้อยก่อนจะวิ่งเข้าไปพร้อมกับปล่อยกระบวนท่าที่ 4 พุ่งเข้าชก ชก ชก ชก ชก ชก ชก ชก ใส่หน้าอกไม่ยั้ง ! ก่อนที่จะตั้งหลักยืนเตะด้วยขาข้างเดียวใส่เข้าไปที่หัวและช่วงล่างของเจ้าหุ่นเหล็กอย่างไม่หยุดยั้งสลับกันไป ! ก่อนจะเปลี่ยนมากระโดดถีบใส่เต็มหน้า ! แล้วก็ตามด้วยเข่าทั้ง 2 ข้าง ! ก่อนจะกระโดดขึ้นคร่อมแล้วก็รัวด้วยศอกไม่ยั้ง จนหน่ำใจ !! ก่อนที่จะกระโดดลอยตัวออกมายืนด้านหลังของเจ้าหุ่นเหล็ก ! พร้อมกับปล่อยกระบวนท่าที่ 5 ด้วยการหมุนถีบไปที่ด้านหลังของเจ้าหุ่นเหล็กไม่ยั้ง ! พร้อมกับถ่อยตั้งหลักออกมาแล้วพุ่งเข้าไปกระโดดถีบ----


    เจ้าหุ่นเหล็กพลิกตัวหันมาอย่างรวดเร็ว ! มันจับขาของจิโดโตะไว้ได้ก่อนที่จะจับมันเหวี่ยงไปฟาดกับผนังด้านข้างอย่างเต็มๆ !!


    มันยังคงจับขาข้างนั้นของจิโดโตะไว้อยู่ก่อนที่จะยกขึ้นมาเหวี่ยงไปอัดกับเพดานด้านบนก่อนจะลากออกมาและเหวี่ยงกับผนังอีกข้างแล้วก็เหวี่ยงอัดกับพื้นด้านหน้าสุดท้ายเหวี่ยงอัดทะลุกำแพงและปล่อยตามน้ำจนร่างของจิโดโตะกระเด็นข้ามไปยังอีกห้องนึง !!


    ท่ามกลางฝุ่นควันของโรงงานเก่าๆที่ฟุ้งไปทั่วจิโดโตะพยายามพะยุงร่างที่บอบช้ำของตัวเองให้ยืนขึ้นมาได้อีกครั้ง เขาถุยน้ำลายทิ้งไปอีกครั้งทว่าไม่ได้ทันสังเกตว่าคราวนี้มันมีเลือดปนมาอยู่ด้วย !


    จิโดโตะยิ้มอย่างกรุ้มกริ่มเขาตั้งการ์ดรอรับการจู่โจมอีกครั้งจากเจ้าหุ่นแต่ทว่า !


    ฟรึ่บบ !!



    เจ้าหุ่นวาร์ปมาด้านหลัง !! จิโดโตะหันไปก่อนจะโดนต่อยเข้าเต็มๆหน้า !! เจ้าหุ่นใช้มือบีบคอของจิโดโตะเอาไว้ก่อนที่จะจับร่างของเขายกทุ่มลงกับพื้นอย่างรุนแรง !! เจ้าหุ่นจับร่างของจิโดโตะขึ้นอีกครั้งมาพร้อมกับวิ่งทะลุกำแพงโดยใช้ร่างของจิโดโตะรับแรงกระแทก !!


    ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง !!



    ร่างของจิโดโตะโดนจับทะลุกับกำแพงจนทะลุออกมาจากกำแพงชั้นสุดท้ายและทะลุออกมาจากตัวโรงงานชั้นด้านบน !! เจ้าหุ่นเหล็กยังคงไม่ปล่อยร่างของจิโดโตะไปมันคว้าร่างของจิโดโตะไว้ก่อนจะเหวี่ยงอัดกับท่อนซุงที่วางเรียงซ่อนกันไว้ด้านนอก


    เมื่อฝุ่นควันจากการต่อสู้จางลง ร่างของจิโดโตะนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นก่อนที่เจ้าหุ่นเหล็กจะค่อยๆเดินเข้ามาพร้อมกับใช้เท้าของมันกดร่างของจิโดโตะเอาไว้ !! มันชักดาบซามูไรขนาดยักษ์ออกมา !! ดาบซามูไรที่ฉาบไปด้วยไฟร้อนๆสีแดงเตรียมพุ่งเข้าเผด็จศึกและผ่าร่างของจิโดโตะให้กลายเป็น 2 ท่อน...


    แต่ทว่า...!!


    วีดดดดดด....บึ้มมมมมม !!!


    ลำแสงสีฟ้าพุ่งออกมาจากดวงตาของจิโดโตะ !! ลำแสงนั้นทะลุศีรษะของเจ้าหุ่นเหล็กออกไป !! ส่วนบนของมันถูกทำลายลงภายในพริบตาเดียว !!


    ดาบซามูไรขนาดยักษ์หลุดออกจากฝ่ามือของเจ้าหุ่นเหล็กและตกลงมาข้างๆตัวของจิโดโตะ... ตัวของมันค่อยๆแน่นิ่งและหงายหลังล่วงลงไปนอนกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ... จิโดโตะใช้พลังจักระเฮือกสุดท้ายของเขาสังหารเมทัลซามูไรลงไปได้อย่างหวุดหวิด...


    เขานอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น... ตัวของเขานอนหงาย เปลือกตาของเขาค่อยๆปิดลง เขาหลับตาตาเนื่องจากกำลังเหนื่อยล้าแต่ระหว่างนั้นเองก็ชูมือขึ้นมาพร้อมพูดกับตัวเองว่า...


    "ตูชนะ..."

    แก้ไขล่าสุดโดย The New Gang; 20th June 2017 เมื่อ 21:26.

    "The little queen of ELLAS"

  4. #4

    Default

    ...

    ในขณะเดียวกันนั้นเอง ! ระหว่างที่โอดะและเชนกำลังจดๆจ้องๆ ล้อมรอบตัวพวกกลุ่มโจรทั้ง 5 อยู่ จู่ๆพื้นดินก็สั่นไหว !


    ครืน ครืน ครืน !!



    "อะไรกันเนี่ย !!" เชนออกอาการเหวอออกมา !


    ยุอิที่กำลังวิ่งพาท่านประธานที่ถูกยิงออกไปจากเขตพื้นที่อยู่ ได้สะดุดล้มลงไปเนื่องจากเกิดแผ่นดินไหว ซึ่งจริงๆแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้น !


    สาวน้อยมองไปข้างหน้า เธอพบว่าอยู่ๆก็มีกำแพงเหล็กสีดำกำลังพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินอย่างรวดเร็ว !! กำแพงเหล่านั้นเคลื่อนตัวพุ่งขึ้นไปจนสูงเท่าหลังคาของหอคอย !!


    ก่อนที่มันจะเคลื่อนตัวโอบล้อมโรงงานและพื้นที่โดยรอบเอาไว้ ! กำแพงทั้ง 4 ที่พุ่งขึ้นมาจากพื้นดินได้ทำการปิดตายโรงงานที่พวกเขาอยู่หมดทุกด้านแล้ว !! สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือลูกบาศก์ทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ยักษ์สีดำ ที่โอบล้อมพื้นที่กว่า 1 สนามฟุตบอลเอาไว้ !!


    "บ้าน่าา !! นี่มันเลยเถิดกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว !! ริม ! ชั้นฝากของหน่อยนะ เธอประจำอยู่ตรงนี้แล้วรีบติดต่อฐานบัญชาการให้เร็วที่สุด !!"


    ทอมมี่ที่อยู่ในตำแหน่งซุ่มยิงกับริมอยู่เฉยไม่ได้แล้ว เขาวางกล่องอุปกรณ์ที่ถ่วงเขาให้ช้าลงกับพื้นและเตรียมตัวออกโรงไปช่วยพวกเหล่ารุ่นน้องของเขา 'เรื่องที่ไม่คาดฝัน' ตอนนี้ได้เกิดขึ้นจริงๆแล้ว


    "ร...รุ่นพี่ทอมมี่ ! ฉันติดต่อฐานบัญชาการไม่ได้เลยค่ะ ! คลื่นรบกวนเต็มไปหมด ! ฉ...ฉันจะทำยังไงดี !!" ริมลนไปหมดแล้ว ณ เวลานี้... แต่ว่านั่นก็ไม่ใช่ความผิดของเธอเนื่องจากว่าเครื่องมือสื่อสารใช้งานไม่ได้ !


    "เธอต้องหาทางออกด้วยตัวเองแล้ว... ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้วล่ะ ฉันต้องไปช่วยพวกเขา !!" ชายหนุ่มผมสีเขียวอ่อนดูเหมือนจะไม่สนใจอะไรอีกแล้ว ณ เวลานี้ จุดมุ่งหมายของเขาคือต้องไปช่วยพวกรุ่นน้องออกมาให้ได้เท่านั้น !!


    "พ...พี่ทอมมี่ !!!!" ริมพยายามรั้งรุ่นพี่คนนี้เอาไว้แต่ก็ไม่มีประโยชน์


    "ฉันไม่ใช่ทอมมี่อีกต่อไปแล้ว !! ฉัน...คือ ฟรานซิส !!"



    น้ำเสียงของชายหนุ่มเปลี่ยนไป กลายเป็นน้ำเสียงที่แข็งกระด้างมากขึ้น ! เขาใส่ชุดเกราะพร้อมปฏิบัติการของเขาให้เรียบร้อยก่อนที่หน้ากากสีดำจะพุ่งขึ้นมาปิดบังใบหน้าของเขาจนหมด !!


    ทอมมี่/ฟรานซิส ?? ลอยตัวขึ้นไปบนเวหาโดยใช้ไอพ่นจากเจ็ทแพ็คของเขา !! ชายในเกราะเหล็กมุ่งออกไปพร้อมกับถือปืนไรเฟิ่ลพลาสม่าแรงสูงคู่กาย !! ก่อนที่จะหายลับเข้าไปภายในกำแพงสีดำขนาดยักษ์ !! ชายหนุ่มในชุดเกราะสีดำพุ่งเข้าไปเผชิญกับห้องขังที่เขาไม่มีวันหนีออกมาได้ !!


    ส่วนริมก็ยังคงพยายามติดต่อกับฐานบัญชาการต่อไป...


    ...


    ภายในโรงงานร้าง...


    ไม่ใช่แค่โอดะและเชนเท่านั้นที่ตกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โจรทั้ง 5 คนต่างก็พากันลนลานไปด้วยเหมือนกัน พวกเขาก็ไม่รู้มาก่อนว่าจะเกิดอะไรแบบนี้ขึ้น !


    "เฮ้ย ! อะไรกันวะ ! ทำไมจู่ๆถึงมีกำแพง 4 ด้านมาปิดตายพวกข้าได้กันล่ะหะ !? แล้วทีนี้พวกข้าจะเอาเงิน 10 ล้านพวกนี้ออกไปเสพสุขข้างนอกได้อย่างไร !!"


    หัวหน้าของพวกหมู่โจรตะโกนออกมา เสียงของมันดังกึกก้องภายในโรงงานร้าง โจรเนื้อตัวสกปรกคนนี้กำลังสื่อสารกับอะไรบางอย่าง !


    "นี่แก !! พูดอยู่กับใครน่ะ !!"


    โอดะตอนนี้ก็เริ่มตื่นกลัวอยู่บ้างกับสิ่งที่เกิดขึ้น ตลอด 2 ปีที่เป็นเรียล์มมาเขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้


    //เอาเป็นว่าตอนนี้คงต้องเปลี่ยนแผนแล้วล่ะ... ต่อจากนี้จะไม่มีใครออกไปจากที่นี่ได้อีกแล้ว !!//


    เสียงปริศนาดังขึ้น ! เหมือนเป็นเสียงจากลำโพงขนาดยักษ์ที่มาจากที่ไหนซักแห่งภายในโรงงานร้างแห่งนี้


    //พวกข้าได้ข้อมูลที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว... แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีพวกเรียล์มเข้ามายุ่งย่ามซะได้... เพราะฉนั้นคงมีวิธีเดียวนั่นก็คือ... ต้องกำจัดทิ้งให้หมด ! พวกเจ้าทุกคนจะถูกสังหารภายในยาน ---Cube Murder--- แห่งนี้เสร็จแล้วพวกข้าจะนำเอาศพของพวกเจ้า ไปปล่อยทิ้งบนอวกาศให้พวกเจ้าล่องลอยไปท่ามกลางความมืดและความหนาวเหน็บ อย่างไร้คุณค่าและไร้ความหมาย เฉกเช่นเศษขยะอวกาศ...//



    "อย่ามาพูดบ้าๆ น่า บอน บาเร็น !! เราตกลงกันแล้วนิ !! แล้วนี่แกคิดจะทำอะไรกัน !!" สีหน้าของหัวหน้าเหล่าโจรเริ่มเผยความหวาดกลัวออกมาให้เห็น แต่เขาก็ยังตะโกนโวยวายออกมาด้วยน้ำเสียงที่หยาบคาย ปกปิดความกลัวของเขา


    "ย...ยานหรอ...นี่หรือว่า..." โอดะที่กำลังสับสนและยืนนิ่งอยู่ด้วยความสงสัยปนกับความกลัวเล็กน้อยลำพึงขึ้นมา...


    "หรือว่า... ที่แห่งนี้จะเป็นยานอวกาศ...กันนะ"


    //ใช่แล้วล่ะ !! เจ้าเรียล์มในชุดกังฟูสีเหลือง !! ช่ายย ข้าได้ยินความคิดของเจ้า !! ณ ยานอวกาศแห่งนี้ ที่นี่เปรียบเสมือนโรงเชือด โรงฆาตกรรมสำหรับพวกเจ้า !! พวกเจ้าทุกคนจะตายอย่างทุกข์ทรมาน เฉกเช่นดั่งชื่อของมัน !! "ลูกบาศก์มัจจุราช"//



    ครืน ครืน ครืน !! เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาอีกครั้ง !


    //จุดระเบิดไอพ่นได้//



    ปั้ง !!!!!!!


    ริมที่ยืนมองจากด้านนอก เมื่อเห็นพื้นดินเนื้อที่กว่า 1 สนามฟุตบอลกำลังลอยขึ้นฟ้าและมีไอพ่นสีน้ำเงินอยู่ด้านล่าง !! หญิงสาวผมทวินเทลจึงอยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไป !! เธอละความพยายามในการติดต่อกับฐานทัพก่อนที่จะเปิดกล่องอุปกรณ์เครื่องมือที่ 'ฟรานซิส' ฝากไว้กับเธอ เธอคุ้ยหาของด้วยความเร่งรีบ !!


    ข้าวของกระจัดกระจายเต็มไปหมด เธอหยิบสิ่งของ 2 สิ่งออกมาจ้องมองดูก่อนจะพูดขึ้นว่า...


    "นี่น่าจะใช้ได้ !!"


    มันคือเจ็ทแพ็คขนาดพกพา กับค้อนจักรกลชนิดหนึ่ง ! เธอติดเจ็ทแพ็คไว้บนแผ่นหลังสีขาวๆของเธอก่อนที่สาวน้อยน่ารักผมทวินเทลจะพุ่งทะยานออกไปสู่ฟากฟ้าพร้อมกับค้อนจักรกลของฟรานซิส !

    ...



    ยุอิกำลังอยู่กับชายแก่ที่พึ่งถูกยิงมา ! เธอค่อยๆวางร่างของชายผมหงอกที่กำลังเข้าใกล้ความตายเข้าไปทุกขณะลงกับพื้น ! สาวน้อยใช้มือนุ่มๆสัมผัสไปที่ใบหน้าของชายแก่พร้อมพูดออกมาว่า


    "ทำใจดีๆไว้นะคะ !! มองหน้าหนู !! มองหน้าของหนูไว้ค่ะ !! คุณจะต้องรอดกลับไปแน่ๆ ฉันสัญญา !! ทำใจดีๆเอาไว้ อย่าหลับตา !! อย่าพึ่งหมดสติค่ะ !!"


    ชายแก่ที่ดวงตากำลังหย่อนค้อย พร้อมที่จะหมดสติได้ทุกๆวินาที... เขาไอออกมาเป็นเลือดพร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังจะสั่งเสียว่า...


    "ค้อก แค้ก ค้อก แค้ก... หึๆๆ ยัยหนูเอ๋ย... ฉันว่าตอนนี้มันคงถึงวาระสุดท้ายของฉันแล้วล่ะ !!"


    "ไม่ !!! คุณจะไม่ตาย !!! คาถาเวทย์ฟื้นฟู !!!"


    ยุอิร่ายคาถาเวทย์ฟื้นฟูขึ้นมา !!! ซึ่งเป็นคาถาธรรมดาสามัญไว้ใช้ฮีลเพื่อนร่วมทีมที่บาดเจ็บ ไม่ว่าใครๆก็สามารถทำได้... แต่ทว่าบาดแผลที่เกิดขึ้นมันหนักหนาเกินไป... เวทย์ฮีลลิ่งของเธอจึงแทบจะไร้ประโยชน์แต่คงอาจจะพอที่จะยื้อชีวิตของชายผู้นี้ไปได้ซักพัก...


    "จำไว้นะ... อย...อย่า...อย่าให้พวกนั้นทำสำเร็จได้...พ...พ...เพราะ... (ไอออกมาเป็นเลือด) เพราะ...เพราะว่ามันน่าจะได้ข้อมูลทางวิศวกรรมที่สำคัญของสาธารณรัฐไปแล้ว... เจ้าพวกนั้น... มันเป็นพวกจักรวรรดิ... พวกมันต้องการจะฉีกสนธิสัญญาสงบศึกทิ้ง และต้องการที่จะก่อสงครามอีกครั้ง... พวกมันต้องการวางยาพิษลงไปในระบบของสาธารณรัฐด้วยการลักพาตัววิศวกร...ที่ช่วยออกแบบโปรแกรมสมองกลของสาธารณรัฐขึ้นมา... ถ้ามันหนีไปพร้อมกับข้อมูลนั่นได้... จะมีผู้คนล้มตายอีกหลายล้าน... มันอาจจะนำมาซึ่งหายนะของสาธารณรัฐ... เธอจะต้องขัดขวางมันให้ได้ เอื้อออกกก !!"


    "คุณคะ !! ไม่ !! อย่าตายนะ !!!" ยุอิร้องออกมาพร้อมน้ำตา


    ชายแก่หลับตาลง... ก่อนที่จะสิ้นใจ...


    ยุอิถอดผ้าคลุมสีดำของเธอออก... เผยให้เห็นเสื้อเกราะสีดำแขนกุดที่ใส่แนบชิดติดกับร่างกายบางๆของเธอไว้...


    สาวน้อยผมสีชมพูใช้ผ้าคลุมสีดำห่มตัวของชายแก่ผู้สิ้นใจลงไป... เธอคำนับร่างอันไร้วิญญารของชายผู้นี้ก่อนที่เธอจะหยิบดาบคาตานะขึ้นมา... และลุกขึ้นออกไปสู้อีกครั้ง !


    ภายในลูกบาศก์...


    //ปล่อยตัว... จักรกลสังหาร ! หุ่นฆาตกรรุ่น U-Killer 1800 !!//


    ประตูมิติสีแดงเปิดขึ้นมา !! หุ่นยนต์ร่างยักษ์ที่สูงกว่าหุ่นซามูไรที่ปะทะกับจิโดโตะถึง 2 เท่า ปรากฏตัวขึ้น !! ภายในมือของมันมีเลื่อยจักรกลขนาดใหญ่ที่พร้อมฉีกเนื้อมนุษย์ให้กลายเป็นเศษกระดาษภายในชั่วพริบตา !! ร่างของมันทำด้วยเหล็กสนิมเขรอะที่มีโซ่สีดำผูกมัดไว้อยู่ !! ตัวของมันมีรอยคราบเลือดมากมายเปรอะเปื้อนเต็มไปหมด !! นั่นเป็นรอยเลือดที่ทาไว้เพื่อเพิ่มความน่ากลัว หรือจะเป็นเศษซากที่เหลือจากเหยื่อรายก่อนๆกันนะ !! ใบหน้าของมันช่างน่าหวาดผวา สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกหมู่โจรและเหล่าเรียล์มในตอนนี้คือมัจจุราชสีเงิน !! ที่กำลังจะมอบความตายให้กับพวกเขา !!


    ฆาตกรจักรกลสตาร์ทเลื่อยไฟฟ้าขึ้นมาเหนือหัวอย่างน่าสยดสยอง !! แต่ทว่าพวกหมู่โจรที่ใจดีสู้เสือ ต่างพุ่งเข้าไปเพื่อที่จะโจมตีฆาตกรตนนั้น !!


    ทันใดนั้นเองศีรษะ แขน ขา ร่างกายของพวกเขาก็ถูกผ่าออกเป็นชิ้นๆ เลือดไหลนองพื้นอย่างน่าสยดสยอง !! ชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆยังคงเต้นขยับอยู่กับพื้นได้อยู่ ซึ่งนั่นทำให้โอดะและเชนพากันกลัวจนตัวสั่นไม่กล้าขยับเขยื้อนตัวอีกแม้แต่น้อย... แต่ความสยองยังคงไม่จบลงแค่นั้น !!


    "ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ" ชายหนุ่มวิศวกรที่ร่างกายถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นเครื่องจักรอยู่ครึ่งหนึ่ง ในตอนนี้ยังคงกำลังบ้าคลั่งและเสียสติอยู่ ดูเหมือนว่าช่วงที่เขาโดนจับตัวไปนั้น 'บุคคลปริศนา' ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องบ้าๆที่เกิดขึ้นในวันนี้ ได้เปลี่ยนตัวของเขาให้กลายเป็นเครื่องจักรและทำการโปรแกรมตัวเขาจากระยะไกลให้มาฆ่าท่านประธานที่จะมาช่วยเขา ! แต่ร่างกายของเขาคงจะต่อต้านส่วนที่เป็นเครื่องจักร จึงทำให้สติของเขาขาดสะบั่นออก เหลือเพียงร่างกายที่กำลังบ้าคลั่งและไม่สามารถควบคุมได้อยู่อย่างนี้ !


    ทว่าทันใดนั้นเอง เจ้าหุ่นฆาตกรนั่นก็ได้คว้าเอาศีรษะของวิศวกรหนุ่มคนนั้นมา ก่อนที่จะมันจะยกล่างของวิศวกรคนนั้น... โยนเข้าเครื่องบดที่อยู่ภายในล่างของมัน !!


    "อ้าก อ้าก อ้าาาาาากกกกกกกก !!!!!!!"



    เลือดสีแดงกระจายออกไปทั่ว !! มันกระเด็นไปเปื้อนตัวของโอดะและเชนอย่างน่าสยดสยอง !! เส้นชิ้นส่วนของชายผู้นั้นกระจัดกระจายออกไปทั่วจนไม่สามารถแยกได้ว่าส่วนไหนเป็นส่วนไหน เหมือนกับว่าถูกจับโยนเข้าเครื่องบดกระดาษ


    สถานที่แห่งนี้กลายเป็นโรงงานสำหรับการฆ่าอย่างแท้จริง !!


    โอดะและเชนที่กำลังทำอะไรไม่ถูกอยู่นั้นจึงได้ถามกันเองว่า...


    "ฮึ่ยยย... จะเอายังไงต่อล่ะเนี่ยที่นี้" เชนหันหน้ามาถามโอดะอย่างช้าๆ


    "จะ...จะไปรุ้หรอวะ ! ฉัน...ฉันไม่..." โอดะตอบออกมาอย่างไม่เป็นภาษา


    ฟู้ววววว !!!



    ลูกไฟสีแดงพุ่งเข้าใส่ตัวของมัจจุราชสีเงินจากด้านหลัง !!


    หญิงสาวที่ยืนอยู่นั้น... คือเด็กผู้หญิงที่มาพร้อมกับสายตาอันโกรธเกรี้ยว !! เธอชูดาบคาตานะขึ้นมาก่อนจะชี้ไปยังเจ้าหุ่นนั่น !! เปลวไฟอันร้อนลุ่มภายในจิตใจของเธอได้ตื่นขึ้นมาแล้ว !!


    มัจจุราชสีเงินมุ่งตรงไปยังยุอิหมายจะฉีกร่างของสาวน้อยให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย !!


    "คาถาเวทย์ !! เพลิงบอลนกฟีนิกซ์ !!"


    วงเวทย์สีชมพูปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของยุอิ ! ลูกไฟสีแดงนับ 10 ลูกพุ่งออกมาแผดเผาใส่จักรกลสังหาร !


    แต่ทว่ามันไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย ! หุ่นฆาตกรยังคงมุ่งหน้ามาเรื่อยๆอย่างไม่หยุดยั้ง !


    "ห๊ะ !! ไม่สะทกสะท้านเลยหรอ !! งั้นรับนี่ไป !! คาถาเวทย์ !! ฟายเยอร์ทอร์นาโด !! (Fire Tornado)" วงเวทย์ปรากฏขึ้นอีกรอบ !! คราวนี้เป็นพายุลูกไฟพุ่งออกมาโจมตีใส่เจ้ามัจจุราชสีเงินเต็มๆ


    "คาถาเวทย์ดัดแปลง ! ไอพ่นสีเพลิง !!" เปรี๊ยงง !! ลูกไฟสีแดงฉานพุ่งออกมาจากวงเวทย์ที่อยู่บนฝ่ามือของยุอิ ! ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปทำลายล้างหุ่นนักฆ่าแสนชั่วร้ายให้สิ้นซาก !!


    ไอร้อนจากเปลวไฟพุ่งระอุ !! เขม่าควันบดบังทัศนะวิสัยของทุกๆคน !! ทว่าเมื่อเป็นพลังจากเวทมนตร์แล้ว... ไฟและควันที่ตกค้างจากการร่ายเวทย์จะค่อยสลายหายไปในไม่ช้าแต่ทว่า---


    แขนกลสีดำพุ่งออกมาจากควันไฟสีเทา !! ก่อนที่มันจะคว้าตัวของสาวน้อยร่างเล็กเอาไว้ได้ !!


    "ฮึ่ยยยย !! ยึกกก !! เอื้อออ ขยับไม่ได้ !!!" ยุอิพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ แต่ร่างกายของเธอขยับไม่ได้ !!


    ฟื้บบบ !! พรึ่บบ !!


    หุ่นยนต์นักฆ่าพุ่งมาหยุดต่อหน้าของเธอ !! ความร้อนที่ตกค้างอยู่กับโลหะกำลังละลายเสื้อเกราะของเธอ !! สาวน้อยผมสีชมพูผู้บอบบางร้องลั่นออกมาด้วยทรมาน !!


    "เฮืออกกก !!! ย้าากกกกก !!"


    ยุอิร้องออกมาอย่างทรมารราวกับว่าร่างกายของเธอกำลังจะแหลกสลาย !


    เจ้าหุ่นนั่นยกร่างกายอันเบาหวิวของยุอิขึ้นมาก่อนที่จะบีบร่างของสาวน้อยด้วยแขนกลโลหะของมันอย่างไร้ปราณี ! ยุอิยังคงร้องทุรนทุรายออกมาเรื่อยๆ ดาบคาตานะหลุดจากมือของเธอ !


    "แข็งใจไว้ยุอิ !! ฉันมาช่วยแล้ว !!"


    หนุ่มน้อยตัวเล็กผมสีเงินวิ่งฝ่าหมอกควันเข้ามาพร้อมกับ...


    "Skull Blaster !! ย้าากกก !!"


    เชนชูกระบอกปืนรูปกะโหลกที่สวมอยู่ที่ข้อมือออกมา ก่อนที่รังสีบลาสเตอร์จะพุ่งออกมาเป็นรูปหัวกะโหลกพุ่งเข้าทำลายร่างของหุ่นฆาตกรเต็มๆ !!


    บึ้มม !!


    "เอื้ออกก !!" มัจจุราชสีเงินใช้มืออีกข้างของมันปัดหัวกะโหลกนั่นออกจนสะท้อนไประเบิดใกล้ๆตัวของเชน !! เชนกระเด็นออกมาก่อนที่จะยิงบลาสเตอร์หัวกะโหลกอาวุธที่เขาประดิษฐ์เองขึ้นมาอย่างไม่ยอมหยุดยั้ง !! ทว่าเจ้าหุ่นนั่นสามารถสะท้อนการจู่โจมของเชนได้หมดและไม่ระแค้นระคายเลยแม้แต่น้อย !!


    ชายหนุ่มกล้ามใหญ่ในชุดกังฟูสีเหลืองพุ่งเข้ามาด้วยลูกเตะจากที่สูง !! ทว่าโดนกำปั้นเหล็กจากเจ้าหุ่นส่วนกลับเข้าไปเต็มๆ !!


    แกร็ก !!
    ขาของโอดะหักลงภายในชั่วพริบตาเดียว !!


    "อ้ากกกกก !!"
    โอดะร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวด


    อีกด้านหนึ่งเชนวิ่งพุ่งเข้ามาพร้อมกับ Skull Blaster หวังจะโจมตีแบบจ่อๆ แต่ทว่าโดนเจ้าหุ่นฆาตกรปัดกระเด็นออกไปได้ !! ก่อนที่หุ่นนักฆ่าจะหันไปสตาร์ทเลื่อยไฟฟ้าของมันเองพร้อมกับพุ่งเข้าโจมตีใส่โอดะ !!


    โอดะตาลุกโพงออกมาด้วยความตกใจ ! แต่ทว่าร่างกายขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้เนื่องจากขาหัก ! เขาใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายพยุงร่างอันบอบช้ำขึ้นมาตะเกียกตะกายอย่างไม่เป็นทรง จากสายตาของเขาก็รู้ตัวแล้วว่า มันไม่ทัน !


    "เฮืออกก !! เสร็จกัน !!"


    เชือดดด !!


    โอดะคว้าตัวหลบมาได้แต่ทว่าแผ่นหลังของเขาก็หลบไม่พ้นเลื่อยไฟฟ้าของเจ้าฆาตกร !! หลังของเขาเกิดบาดแผลขนาดใหญ่เฉือนออกไปเป็นทางยาว... ชายหนุ่มผมสั้นร้องลั่นออกมาก่อนจะหมดสติลงไปนอนจมกองเลือด...


    เชนที่พึ่งโดนมัจจุราชสีเงินปัดกระเด็นออกไปก็กำลังมึนๆอยู่ ชายร่างเล็กผมสีเงินค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นมาก่อนจะพบว่า Skull Blaster ของเขาได้ชำรุดไปเสียแล้ว !


    "โถ่วว... วันนี้มีอะไรแย่กว่านี่อีกไม่เนี่ย เอื้อออกกก----!!"


    เลือดพุ่งกระฉูดออกมาจากปากของเขา !! หนุ่มน้อยโดนกำปั้นเหล็กของฆาตกรพุ่งเข้ามากระแทกเต็มๆจากด้านหลัง !! เชนกระเด็นไปชนกับกำแพง... ร่างของเขานอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น !


    ฆาตกรค่อยๆเดินเข้ามาพร้อมกับรัวหมัดเหล็กของมันเข้าไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มไม่ยั้ง ! จนใบหน้าของเชนป่นปี้ไปหมด... พร้อมกับมีเลือดไหลนองออกมา...


    ร่างของเชนหมดสติลงทั้งๆที่ดวงตาของเขายังคงเปิดอยู่...


    เหลือเพียงยุอิ สาวน้อยผมสีชมพูร่างเล็กที่ยังคงดิ้นรนอย่างไร้ความหวังภายในกำมือของฆาตกร !


    มัจจุราชสีน้ำเงินเขวี้ยงตัวของยุอิลงไปกระแทกกับพื้นอย่างราวกับเป็นของเล่น !! ยุอิกระอักเลือดออกมา... บนใบหน้าใสๆของสาวน้อย ตอนนี้กำลังเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสีแดงน่าสยดสยอง !! ตัวของเธอใกล้ที่จะได้พบกับความตายเข้าไปทุกทีๆ


    ยุอิที่ร่างกายแหลกเหลวจนขยับไปไหนไม่ได้อีกแล้ว... ได้แต่กระดิกนิ้วพยายามที่จะเอื้อมไปคว้าดาบคาตานะ...


    ทันใดนั้นมัจจุราชสีเงินก็ได้ใช้เท้าเหยียบทับแขนเรียวๆทั้ง 2 ข้างของเธอก่อนที่จะรัวหมัดเหล็กเข้าไปยังซี่โครงของสาวน้อยอย่างไร้ความปราณี !


    เลือดสีแดงกระอักออกมาจากของยุอิเรื่อยๆ ก่อนที่ร่างของเธอจะแน่นิ่งลงราวกับคนสิ้นใจ !


    ฆาตกรผู้โหดเ.**้ยม ค่อยๆลากร่างอันไร้สติของเชนและยุอิเข้าไปในมุมมืดของห้องใต้ดิน ! ทันใดนั้นเองโอดะที่ได้สติขึ้นมาก็พยายามตะเกียกตะกายร่างอันบาดเจ็บสาหัสของเขาหวังที่จะไปช่วยเพื่อนที่กำลังจะตาย !! แต่ตัวของเขาในตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้เลย !!


    โอดะพยายามคลานไปข้างหน้า พยายามเอื้อมมือออกไป !! แต่ไม่ว่าจะพยายามไขว่คว้าไปเท่าไหร่...


    ตัวของเขานั้นก็ยังคงไปไม่ถึง !!!


    โอดะตะเกียกตะกายอยู่บนกองเลือดของเขาก่อนจะกู่ร้องตะโกนออกมาว่า !!


    "ไม่นะ !!!!! ยุอิ !!!!! เชน !!!!!!!!!!"



    To be continue....




    แก้ไขล่าสุดโดย The New Gang; 17th June 2017 เมื่อ 18:41.

    "The little queen of ELLAS"

  5. #5

    Default

    Previously on The REALMMASTER : Rescue of the princess SAKUYA ! :



    ...หลังจากที่ล่วงเลยมาเป็นเวลากว่า 1 เดือน ในที่สุดยูนิต 7 ก็ได้ฤกษ์ออกปฏิบัติภารกิจแรกกับเขาเสียที ! ซึ่งภารกิจนั้นเป็นภารกิจแร็งค์ C+ โดยได้ 'ทอมมี่' รุ่นพี่ที่เป็นเรียล์มคลาสที่ 3 มาช่วยให้คำแนะนำ... แต่ทว่าดูเหมือนจิโดโตะจะไม่ค่อยสบอารมณ์กับการเข้ามาของเรียล์มรุ่นพี่คนนี้เท่าไหร่นัก ! ภารกิจของพวกเขาก็คือการไปช่วยตัวประกันซึ่งเป็นวิศวกรที่ถูกลักพาตัวไปยังโรงงานร้างแห่งหนึ่ง ซึ่งสุดท้ายแล้วเรื่องราวดันกลับตาลปัดซะอย่างนั้น ! เมื่อคุณตัวประกันชักปืนสายฟ้าขึ้นมายิงเข้าไปที่กลางหน้าอกของ ประธานบริษัทวิศวกรรมที่จะมาช่วยปลดปล่อยตัวของเขาแท้ๆ ! เรื่องราวยิ่งวุ่นวายขึ้นไปอีกเมื่อพวกเหล่าเรียล์มพบว่า... พวกเขาทั้ง 6 กำลังเผชิญหน้าอยู่กับจักรวรรดิ ! จู่ๆ พื้นดินรอบๆ โรงงานร้างที่มีความกว้างราวๆ 1 สนามฟุตบอลก็ถูกกำแพงสี่เหลี่ยมพุ่งขึ้นมาจากพื้นและปิดตายจนกลายเป็นทรงลูกบาศก์สีดำ ! เท่านั้นไม่พอ แท้จริงแล้วพื้นดินที่พวกเขากำลังยืนอยู่มันคือยานอวกาศที่มีชื่อว่า '---Cube Murder---' หลังจากนั้นหุ่นรบของพวกจักรวรรดิก็ได้ปรากฏตัวขึ้นมาและเข้าปะทะกับเหล่าเรียล์ม ! ซึ่งเป็นฝ่ายเรียล์มที่ต้านทานความแข็งแกร่งของหุ่นฆาตกรที่ชื่อว่า 'มัจจุราชสีเงิน' ไม่ได้ ยุอิและเชนพลาดท่าถูกมันจับเข้าไปทรมานต่อในชั้นใต้ดินของโรงงาน ขณะที่โอดะก็ขาหักเนื่องจากถูกต่อยด้วยกำปั้นเหล็กของเจ้าหุ่นยักษ์ ! ริมและรุ่นพี่ทอมมี่ไม่สามารถติดต่อฐานบัญชาการได้และกำลังมุ่งหน้าเข้ามาช่วยโอดะ เชนและยุอิ ! ว่าแต่ว่า... จิโดโตะหายไปไหนกันแน่นะ !

    "The little queen of ELLAS"

  6. #6

    Default

    Chapter 03 'ไม่มีใครเค้าทิ้งเพื่อนกันได้ลงคอหรอกน่า !'



    ณ ภัตตาคารระดับ 5 ดาวแห่งหนึ่งย่านฮากุยะ





    ตัวภัตตาคารตั้งอยู่บนชั้นด่านฟ้าของอาคารที่ได้ชื่อว่ามีจุดชมวิวที่สวยงามเป็นอันดับต้นๆของเมืองฮากุยะ บรรยากาศภายในร้านตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของพวกคนรวย ทั่วทั้งร้านมีแต่พวกไฮโซใส่ชุดสูทไม่ก็หญิงสาวในชุดเดรสราคาแพงเดินถือแก้วค็อกเทลชมนกชมไม้ไปเรื่อย


    บนโต๊ะอาหารส่วนมากก็มักจะเป็นเศรษฐีไฮโซหรือไม่ก็นักลงทุนมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจสิบล้านร้อยล้านของพวกเขา บางโต๊ะก็เป็นถิ่นของพวกทหารยศสูงๆซึ่งส่วนมากจะเป็นระดับนายพลขึ้นไปที่เจียดเวลาว่างจากงานราชการมาสังสรรค์หาความสุขในช่วยปลายของชีวิตการเป็นทหาร


    ชายดูมีอายุผมสั้นเกรียนคนหนึ่งในชุดทักสิโด้กำลังนั่งมองดูนาฬิกาเรือนหรูของเขาอยู่... จู่ๆเขาก็พบว่านาฬิกาของเขาตายแล้วซะได้... ชายวัยประมาณ 50 จึงหยิบสมาร์ทโฟนออกมาปลดล็อคเพื่อดูเวลา ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นภาพที่สะท้อนกับหน้าจอโทรศัพท์เป็นวัตถุอะไรบางที่คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นมาก่อน แต่ที่น่าแปลกคือ... มันดันมาอยู่บนท้องฟ้าซะได้ !




    "หืมม์ ?? นั่นมัน...!!!" ชายในชุดทักสิโด้พึมพำออกมา


    เขาเดินไปยังผู้ติดตามของเขาที่กำลังยืนอยู่ในชุดสูทและพูดคุยกับนักการเมืองคนอื่นๆ อยู่... ท่าทีของเขาเร่งรีบสุดๆและแทบจะแทรกเข้าไปตรงกลางระหว่างการสนทนาของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงใจ เขาพูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบว่า...


    "ติดต่อทัพอากาศเดี๋ยวนี้ !!! นี่พวกแกไม่เห็นไอ้นั่นอยู่บนฟ้าเลยใช่ไหม !!!"


    "ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ งั้นไว้ค่อยคุยกันโอกาสหน้านะครับ (พูดกับนักการเมือง)" ผู้ติดตามหัวเราะแห้งๆออกมาพร้อมกับบอกลานักการเมืองที่เขากำลังคุยอยู่


    "โถ่วว ท่าน ! นั่นท่านวุฒิจากดาวโรแนนด์เลยนะครับ... ทำแบบนี้ผมก็เสียมารยาทสิ !"


    "ข้าไม่สนเว้ย ! แต่นี่แกแหกตาดูบนฟ้านั่นก่อนแล้วบอกข้าสิว่าแกเห็นอะไร !" 'ท่าน'ชี้นิ้วไปยังวัตถุบางอย่างบนท้องฟ้าพร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงซีเรียสอย่างมาก !


    "ห่ะ !! เดี๋ยวก่อนนะ !! จู่ๆ มียานอวกาศมาลอยอยู่ตรงนี้ได้ยัง----"


    "ก็เออสิวะ !! ก็ข้าบอกแล้วไงว่าให้รีบติดต่อทัพอากาศโดยด่วน มัวแต่ยืนบื้ออยู่ได้ เดี๋ยวส่งให้ไปเรียนโรงเรียนนายร้อยใหม่ซะเลยนิ !!" ชายวัย 50 ตะคอกใส่หน้าผู้ติดตามออกมาเสียงดัง ผู้คนภายในร้านหันมามองกันตรึมแต่ทว่าพวกเขาก็ต้องตื่นตกใจเมื่อเหลือบไปเห็นสิ่งเดียวกับที่ชายสูงอายุคนนั้นเห็น !!


    "น...นั่น !! ยานอวกาศ !!"


    "ทำไมรูปร่างถึงอัปลักษณ์อย่างนั้นกันล่ะ !!"


    "นั่น...นั่นมันลูกบาศก์ลอยฟ้าชัดๆ !!"


    "นั่นมันคือยานรุ่น Cube Murder !! ข้าเคยรบกับมันมาก่อนในช่วงวิกฤตสงครามที่ดาวโทรน !! ยานนั่นมันมีไว้สำหรับเป็นห้องคุมขังนักโทษหรือไม่ก็เป็นทัณฑสถานที่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนมาไหนก็ได้ สามารถพรางตัวอยู่บนพื้นดาวได้อย่างแนบเนียน !! แล้วเหตุใดมันจึงมาอยู่บนนี้ได้ฟะ !!"


    ชายแก่อารมณ์พุ่งพล่านคนเดิมพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง อาการของเขาแสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่โชกโชนและผ่านสงครามมามาก...


    "ติดต่อได้แล้วครับ---!!" "มาให้ฉันคุยเอง !!"


    "นี่นายทหาร !! กองทัพเรามีดาวเทียมกว่า 10000 ดวง !! แล้วไหงไม่มีไอ้บ้าที่ไหนซักคนส่งฝูงบินมาส้อยไอ้ยานอุบา.ทว์ลูกตานี่เลยวะ !!" ชายแก่พูดด้วยอารมณ์โมโห หน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับเป็นฟืนเป็นไฟ


    "ขอโทษครับ... ไม่ทราบว่าใครพูดครับ..." โอเปอเรเต้อประจำฐานทัพอากาศพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นซะอย่างนั้น !





    "โถ่วว ไอ้พวกไก่อ่อนเอ้ยย !! เบอร์นี้โทรมาก็ต้องมีอยู่คนเดียวสิวะไอ้เด็กใหม่ !! ข้านายพลเอซูล ชเอเดอร์ รู้จักกันไหม !!"


    "เช็คก่อนนะครับ...เอซูล---" โอเปอเรเต้อเหมือนจะพึ่งเข้ามาทำงานได้วันแรก แม้แต่ชื่อที่ผู้คนต่างเล่าขานกันไปทั่วจักรวาลอย่าง 'เอซูล ชเอเดอร์' เขาก็ยังคงไม่รู้จัก


    "นี่ๆๆ ไอ้เด็กใหม่ เดี๋ยวฉันจัดการเอง นายไปพักซะ ! ฮัลโหลครับ ! ไม่ทราบว่าใครติดต่อมาครับ !" โอเปอเรเต้ออีกคนเดินเข้ามาแย่งหูฟังไปจากโอเปอเรเต้อคนเดิม


    "เสนาธิการบดีแห่งสาธารณรัฐ ! เอซูล ชเอเดอร์ ! เอาล่ะ ! ข้าขอให้พวกแก ส่งฝูงบิน Tail-66 มาสกัดอากาศยานที่กำลังลอยเหนือพิกัดที่ X:77 Y:95 Z:12 เดี๋ยวนี้ ! เอ็งแหกตาดูสิว่ามันมีอะไรอยู่นอกหน้าต่างบ้างน่ะหะ ! แหกตาดูซิ !"


    เสนาธิการบดีแห่งสาธารณรัฐผู้ผ่านสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วนและยังเคยนำกองยานถล่มพวกจักรวรรดิจนหนีหาทางกลับบ้านไม่ถูกมาแล้ว เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแห่งสงครามที่มีชื่อเสียงไปทั่วกาแล็คซี่ เขาคนนั้นคือชายวัย 50 ที่กำลังยืนด่ากราดในชุดทักสิโด้อยู่ตอนนี้ !


    "ห๊ะ !! ชิ.บหายแล้ว (เหลือบไปมองหน้าต่าง) เข้าใจแล้วครับทางเราจะส่งฝูงบินไปเดี๋ยวนี้ !" โอเปอเรเต้อวางหูฟังทิ้งลงไปก่อนจะรีบติดต่อไปยังหอควบคุมฝูงบิน


    "เรียกหอควบคุมฝูงบิน ! ขณะนี้มีสถานการณ์ฉุกเฉิน ! อากาศยานลึกลับปรากฏตัว ณ พิกัด X:77 Y:95 Z:12 ขอย้ำ X:77 Y:95 Z:12 !! กรุณาส่งฝูงบิน Tail-66 ไปควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน ! ขอย้ำ ! นี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน !"


    "นี่หอควบคุมฝูงบิน เรารับทราบพิกัดของท่านแล้ว... จะรีบส่งฝูงบินไปอย่างรวดเร็วที่สุด รับทราบ !"


    "รีบส่งไปเดี๋ยวนี้เลยไม่งั้นเกิดเรื่องแน่ !!!" โอเปอเรเต้อยังคงพูดด้วยน้ำเสียงลนลาน


    ...

    ตัดกลับมาที่นายพลชเอเดอร์ที่กำลังเดินไปเดินมาบนภัตตาคารด้วยท่าทีไม่สบายใจอยู่... เขาเอามือกุมไปที่ปากราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง... ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า


    "ติดต่อสภาเดี๋ยวนี้... จัดประชุมฉุกเฉิน... สแกนชุดและร่างกายเรียบร้อยแล้ว ส่งโฮโลแกรมของข้าไป !" เขาออกคำสั่งอย่างเร่งรีบด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง


    ...

    ณ หอประชุมสภา





    หอประชุมค่อนข้างโล่งอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนมาน้อยกว่าปกติถึง 4 เท่า เนื่องจากเป็นการจัดประชุมภาวะฉุกเฉินผู้คนจึงไม่ได้เตรียมพร้อมกัน แต่จะทำการเข้าประชุมด้วยการส่งโฮโลแกรมภาพจากระยะไกลเข้ามายังห้องประชุม


    ถึงกระนั้นก็ยังมีคนสำคัญๆ หรือพวกระดับสูงๆ ที่มาเข้าร่วมประชุมด้วยตัวเองอยู่..


    ชายวัยกลางคนไว้หนวดไว้เคราอย่างเป็นทรง แววตาและท่าทางดูโอ้อวดเล็กน้อย ผมเผ้าได้รับการจัดทรงมาอย่างดี บุคลิกดูเป็นผู้นำและท่าทางการยืนที่สง่าผ่าเผย... เขาคนนี้คือผู้อำนวยการของ The REALMMASTER ศาสตราจารย์คานาเรี่ยน คาลิเบอร์ (อายุ 48) ซึ่งมาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วย...


    ประธานการประชุมกล่าวเริ่มการประชุมโดยทันที...


    ระหว่างที่เหล่านักการเมืองกำลังปราศรัยกันอยู่นั้น คานาเรี่ยนได้แต่โทรศัพท์พูดคุยอยู่กับใครบางคนอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย... ทำให้มีสายตาบางอย่างจดๆจ้องๆ มาอย่างไม่เป็นมิตรเนื่องจากเป็นการเสียมารยาทในสภา...


    ...

    อีกทางด้านหนึ่ง ณ ฐานบัญชาการของ The REALMMASTER



    เรียล์มบนหอคอยสื่อสารกำลังติดต่อกับใครซักคนผ่านโทรศัพท์ ซึ่งนั่นก็คือผู้อำนวยการคานาเรี่ยน...


    เรียล์มคนนั้น : ครับ... เข้าใจแล้วครับ... จะส่งออกไปเดี๋ยวนี้ครับ ครับผม... ครับ... เรื่องนั้นก็เข้าใจครับ... ครับ... โอเคครับ... หึๆๆ ครับ... ขอแสงสว่างจงเปล่งประกายรอบตัวท่านเช่นกันครับ !


    //วางสาย//


    "เอาล่ะ !! ส่งยาน X-Factor Rocket ไปซัก 8 ลำตามพิกัดได้เลย !! ขอเรียล์มที่เรียนนักบินเทพๆมาด้วยนะ !! งานนี้ได้มันกันแน่ !!"


    ปี๊ด ! ปี๊ด ! ปีี๊ด ! ปี๊ด ! สถานการณ์ฉุกเฉิน สถานการณ์ฉุกเฉิน ! เรียล์มนักบินคลาส 2-3 โปรดรายงานตัวที่โรงจอดยาน


    หนุ่มสาววัยประมาณ 16-20 ต่างพากันลุกออกมาจากห้องนอนตอนกลางดึก... เนื่องจากสะดุ้งตื่นเพราะสัญญาณฉุกเฉิน... ซึ่งเวลาตอนนี้ก็เที่ยงคืนครึ่งแล้ว ไม่แปลกที่แต่ละคนจะเดินออกมาในสภาพชุดนอน...


    แน่นอนว่าเรียล์มระดับคลาสแรกไม่จำเป็นต้องออกไปรายงานตัวที่ลานจอดยานเนื่องจากสัญญาณเตือนต้องการแค่เรียล์มนักบินที่ประจำอยู่คลาสที่ 2-3 เท่านั้น เหล่าหนุ่มสาวจึงแยกย้ายกันกลับเข้าห้องนอนภายใต้คฤหาสน์หลังใหญ่ของพวกเขาเช่นเดิม...


    "เกิดอะไรขึ้นหรอฮะ... คุณเทเรเซีย..." เด็กหนุ่มผมสีขาวซึ่งยืนกอดตุ๊กตาหมีอยู่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและหวาดกลัว... น้ำเสียงของเขาช่างเบาบางราวกับเป็นเด็กน้อย ทั้งๆที่เขาคือเด็กหนุ่มอายุ 17


    "ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงหรอกฟราน... พวกเขาก็แค่มีภารกิจที่ต้องออกไปทำน่ะ ซึ่งนั่นไม่ใช่หน้าที่ของเรา..." หญิงสาวที่ดูเป็นรุ่นพี่กว่ายืนอยู่ด้านหลังของเด็กหนุ่มผมสีขาวคนนั้นก่อนจะพูดปลอบปะโลมไม่ให้เขาเป็นกังวล...


    "แต่เมื่อกี้นี้ผมฝันร้ายนะฮะ..."


    "หืมม์ ?" หญิงสาวผมสีทองเกิดสีหน้าสงสัยปนตกใจขึ้นมา


    "ผมได้ยินเสียงกรีดร้อง ความทรมาน..."


    "อย่างนั้นหรอ..." เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย เหมือนพยายามปล่อยวาง...


    "พวกเขาจะปลอดภัยไหมฮะ..." เด็กหนุ่มหันมาถามด้วยสีหน้าเป็นกังวล


    "พวกยูนิต 7 งั้นหรอ... ไม่รู้สิ... แต่นี่มันภารกิจแรกของพวกเขาเลยนะ..." หญิงสาวเดินกลับเข้าห้องนอนไปด้วยสีหน้าที่ไม่สบายใจเอาซะเลย...


    ...

    ที่โรงจอดยานของโรงเรียน REALMMASTER




    สาววัยรุ่นคนหนึ่งกำลังขับมอเตอร์ไซค์คันสีดำของเธอมาอย่างช้าๆ ก่อนที่จะจอดข้างๆโรงเก็บยาน เธอกระโดดลงจากมอเตอร์ไซค์คู่ใจพร้อมถอดหมวกกันน็อคออก เผยให้เห็นใบหน้าของสาวอายุ 18 ที่ไว้ผมทรงสั้นแบบผู้หญิงเซอร์ๆ หน้าตาของเธอดูออกไปทางสาวห้าวเล็กน้อยแต่ก็แฝงไปด้วยความน่ารักอยู่... เธอสะบัดผมสีเขียวฟ้าอ่อนเล็กน้อยก่อนจะเดินส่วนทางกับเหล่าเรียล์มจำนวนนึงที่มายังโรงยาน


    ทันใดนั้นเองชายหนุ่มผมสีแดงหน้าตาหล่อเหลาก็ปรากฏตัวต่อหน้าเธอท่ามกลางฝูงคน...


    "ฉันรู้เรื่องภารกิจไร้สาระที่พวกบ้านั่นส่งน้องฉันไปทำแล้ว ! แล้วนายก็ไม่ต้องมาขวางทางฉันด้วยนะมาจิ ! ถ่อยไป !"


    สาวห้าวผมสั้นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงของคนอารมณ์เสียแล้วเดินผ่านตัวของชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่า 'มาจิ' ไป


    มาจิคว้าแขนของสาวผมสีเขียวเอาไว้ เขาพยายามจะพูดอธิบายแต่ก็---


    "ท่านผู้อำนวยการสั่งให้นายมาขวางไม่ให้ฉันทำภารกิจอีกแล้วใช่ไหม ! เหอะ ! เดินกลับไปบอกหมอนั่นด้วยว่าฉันคนนี้ไม่แคร์ ! ฉันจะไปช่วยน้องของฉันแล้วจะยื่นเรื่องแจ้งต่อสภาเกี่ยวกับความผิดพลาดในการจัดแจงภารกิจ ! ภารกิจแร้งค์ C+ บ้าบออะไรกันต้องมาไฝว้กะยานบินอวกาศ ! เห็นมีข่าวแว่วๆมาว่าเป็นพวกจักรวรรดิอีก ! อะ..อ่า แล้วก็บอกเค้าด้วย ! ว่าจะมีคนอัจฉริยะอย่างฉันไปทำไมถ้าไม่นำออกไปใช้งานน่ะ หึ !!!"


    สาวผู้อารมณ์เสียกระชากแขนของเธอออกพร้อมเดินตรงไปที่ยาน


    "เค้าสั่งให้ฉันล็อคระบบยานของเธอไว้แล้ว !" ชายผมสีแดงพูดออกมาเสียงดัง ! เรียล์มนักบินคนอื่นๆที่กำลังจะขึ้นยานเพื่อไปปฏิบัติภารกิจต่างพากันหันมามอง...


    "ว่า...ยังไงนะ..." เธอหยุดนิ่งไปซักพักก่อนที่จะหันหลังพูดด้วยน้ำเสียงอันเย็นยะเยือก


    "ท่านผู้อำนวยการเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอที่สุดเพราะฉนั้นจึงไม่ยอมให้เธอออกไปปฏิบัติภารกิจโดยไม่จำเป็น... สถานการณ์ในตอนนี้ฉันกับนักบินคนอื่นๆรับมือได้ ทัพอากาศก็กำลังมา เรื่องแค่นี้เธอไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่งหรอก..." ชายหนุ่มพูดอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่สนใจความรู้สึกของผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย


    "ฮึ...งั้นหรอ..." สาวผมสีเขียวนิ่งเงียบลงไป... และไม่พูดอะไรออกมาอีก


    "..."


    (เสียงซุบซิบนินทา)"นั่น... รุ่นพี่มาจิ คลินท์กับริเอะ ไอสาวะที่ได้ชื่อว่าเป็นเรียล์มอัจฉริยะนิ ! " "เห็นข่าววงในเค้าว่ากันว่าทั้งคู่ทเลาะกันอย่างหนักแล้วก็ไม่คุยกันมาหลายวันแล้ว !" "หรือว่าจะเลิกกันแล้ว !" "หาาา...?! ไม่หรอกมั้งง แต่ถ้าได้อย่างงั้นก็ดีเลยสิ รุ่นพี่มาจิจะได้หันมามองฉันบ้างง ! ^O^" "นี่เรากำลังจริงจังกันอยู่นะอย่าพึ่งมาฝันหวาน !" "ได้ยินมาด้วยว่าน้องสาวของคุณริเอะน่ะ ติดอยู่ในยานลูกบาศก์ที่ลอยอยู่บนฟ้าด้วยนะ !" "เฮ้ยย ! นั่นเรื่องใหญ่เลยนะ เพราะพวกเขาส่งพวกเราให้ไปทำลายนิ !" "เรื่องนั้นฉันก็ไม่รู้---"


    "เอ้าา !! มัวแต่เสียเวลากันอยู่ได้ !! ไม่เคยเห็นคนทเลาะกันหรือยังไง !! ไปขึ้นยานกันได้แล้ว !!"


    น้ำเสียงอันไม่สบอารมณ์ของมาจิ คลินท์ชายหนุ่มอายุย่างเข้าใกล้ 20 (อีก 2 วันจะถึงวันเกิด) เป็นเรียล์มระดับคลาสที่ 3 ประจำอยู่สายเวทมนตร์แต่ว่ามีความเชี่ยวชาญเรื่องการขับยานบินจนได้เป็นหัวหน้าหน่วย REALM Pilot เวลาที่ต้องปฏิบัติภารกิจทางอากาศ ปัจจุบันคบหาดูใจกับริเอะ ไอสาวะสาวน้อยอัจฉริยะที่ได้เป็นเรียล์มระดับคลาสที่ 3 ตั้งแต่อายุ 18... แต่ทว่าดูเหมือนความสัมพันธ์ของทั้ง 2 จะเกิดร้อยร้าวขึ้นมาไม่น้อย...


    ...


    ----------------------------------------------------------------------


    บนยานอวกาศทรงลูกบาศก์ยักษ์ ---Cube Murder---


    สาวน้อยหน้าตาน่ารักในชุดบาร์เกราะผูกโบว์กำลังใช้ค้อนจักรกลทำลายหลังคาของตัวยานอวกาศลำนี้อยู่... สาวน้อยคนนั้นก็คือ 'ริม พอร์ช' เธอมาถึง ณ ตำแหน่งตรงนี้ได้เนื่องจากยืมใช้อุปกรณ์เครื่องจักรจากรุ่นพี่ทอมมี่ที่ฝากเอาไว้กับเธอ... โดยเธอเอามาทั้งเจ็ทแพ็คและค้อนจักรกล... ซึ่งการใช้อุปกรณ์ที่เป็นประเภทเครื่องจักรแบบนี้ไม่ใช่อะไรที่สายเวทมนตร์อย่างเธอจะถนัดเอาซะเลย


    สาวน้อยใช้แขนเล็กๆเรียวๆของเธอยกค้อนที่หนักกว่า 40 กิโลกรัมขึ้นมาไว้เหนือหัวก่อนจะฟาดมันลงไปกับตัวหลังคาของยานหวังว่า มันจะพังลงมาได้...


    ริมทิ้งตัวลงไปนอนพักอย่างหมดสภาพ... ดูเหมือนว่าเรียวแรงภายในตัวเธอจะหมดลงซะแล้ว... สาวสวยผมทวินเทลออกอาการหอบถี่ออกมา แต่ทว่าทันใดนั้นเอง !


    แกรก แกรก แกรก... ! ตู้มมม !!


    จู่ๆพื้นหลังคาที่เธอนั่งอยู่ก็เกิดรอยร้าว ก่อนที่จะค่อยๆแตกออกและพังลงมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ! ร่างของสาวน้อยลอยลงมาจากฟากฟ้า ! เธอชำเรืองมองไปที่เจ็ทแพ็คของเธอก็พบว่ามันเกิดชำรุดขึ้นมาเนื่องจากแรงกระแทกเมื่อตะกี้นี้ !


    "กรี๊ดดดดดดดดดดด !!"
    สาวน้อยกรี๊ดเสียงหลงไปทั่วท้องนภา แต่ทว่า... พรึ่บบบ !!


    ทันใดนั้นเองระหว่างที่สาวน้อยผู้น่ารักกำลังล่วงหล่นลงมาสู่พื้นดิน จู่ๆก็มีเทพบุตรคนหนึ่งโฉบบินมารับร่างกายที่แสนบอบบางของเธอไว้ !


    เทพบุตรคนนั้นเปิดหน้ากากออกมาเผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มสวมแว่นผู้หล่อเหลาที่มีผมเป็นสีเขียวอ่อน เขาคือเรียล์มรุ่นพี่ที่มีชื่อว่า ทอมมี่ !


    ทอมมี่บินมาหยุดลงตรงชั้นบนสุดของหอคอยที่ขึ้นเป็นยอดต่อมาจากโรงงานร้างที่อยู่ด้านล่าง... เขาวางร่างกายอันน่าทะนุทนอมของริมลงกับพื้นก่อนที่จะพูดออกมาราวกับน้ำเสียงของเจ้าชายว่า...


    "เธอเป็นอะไรไหม ! เจ็บตรงไหนหรือป่าว !"


    บรรยากาศรอบตัวของริมนั้นราวกับกำลังอยู่ในเทพนิยาย... การที่ได้อยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มรูปงามราวกับเป็นเจ้าชาย บนชั้นบนสุดของหอคอยที่มีลักษณะคล้ายคลึงราวกับเป็นปราสาท ริมเหมือนกำลังจะเคลิ้มไปกับบรรยากาศที่ราวกับว่ามีเพียงแค่ 2 เราท่ามกลางดินแดนทั้งหมดทั้งมวล---


    "แล้วนี่เธอติดต่อฐานทัพได้หรือยัง !!" คำพูดจากปากของทอมมี่ทำลายบรรยากาศน่าชวนฝันของริมสลายหายลับเข้าไปในกลีบเมฆ


    ริมฉุดคิดได้ว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในช่วงของการปฏิบัติภารกิจครั้งแรกของยูนิตของเธอ ซึ่งมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นไม่น้อยและในตอนนี้เพื่อนๆของเธอกำลังตกอยู่ในอันตราย เธอตั้งสติได้ก่อนจะตอบรุ่นพี่ทอมมี่กลับไปว่า...


    "สัญญาณสื่อสารถูกตัดขาดหมดเลยค่ะรุ่นพี่ทอมมี่ ไม่ว่าจะลองด้วยคลื่นความถี่แบบไหน หนูก็ไม่สามารถติดต่อฐานบัญชาการได้เลย ก็เลยตัดสินใจหยิบเจ็ทแพ็คกับค้อนจักรกลของรุ่นพี่มา แล้วก็ฝ่าเข้ามาด้านในนี้จนได้น่ะค่ะ..."


    "อย่างงั้นหรอ... หึ สงสัยจะเป็นเพราะคลื่นรบกวนที่ปล่อยออกมาจากตัวยานระหว่างการ Take-Off ล่ะนะ... แล้วยิ่งเป็นยานอวกาศขนาดยักษ์ผิดหูผิดตาแบบนี้คลื่นรบกวนยิ่งมากกว่าปกติเข้าไปอีก... ถ้าในรัศมี 900 เมตรระบบการสื่อสารจะล่มหมดก็คงไม่แปลก ! อ่าาเดียวก่อนนะ...ฉันไม่ได้ชื่อทอมมี่แต่คือฟรานซิสแล้ว" ฟรานซิส ?? พูดออกมาด้วยคำพูดที่ชวนงงเล็กน้อย


    ริมก็ได้แต่ทำหน้างงเหมือนเคย ซึ่งก่อนหน้านี้เหมือนว่าฟรานซิสจะพูดออกมาบ้างแล้วว่าเขาคือฟรานซิสไม่ใช่ทอมมี่ แต่ดูๆยังไงฟรานซิสกับทอมมี่มันก็คือคนๆเดียวกันชัดๆ ! หญิงสาวไม่ได้พูดอะไรกลับไป


    "เอาอย่างงี้นะริม... ยานลำนี้กำลังจะพุ่งเข้าสู่ <Porter Drive> ถ้ามันหนีไปได้ ไม่ใช่แค่เราจะไม่ปลอดภัย... สาธารณรัฐก็จะไม่ปลอดภัยด้วย ! เพราะพวกจักรวรรดิที่คุมยานลำนี้เหมือนจะได้ช่วงชิงข้อมูลที่พวกมันต้องการไปซะแล้ว... นั่นก็คือข้อมูลทางวิศวกรรมจากตัวประกัน !


    พวกจักรวรรดิยูเรน... คิดค้นวิธีในการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อดึงข้อมูลจากสมองของคนและแปรเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของไฟล์ได้... ถ้าสันนิษฐานของฉันเป็นจริง... พวกนั้นก็น่าจะใช้โปรเซสเซอร์ของหุ่นนักฆ่าของพวกมันเป็นตัวกลางในการดึงข้อมูลสำคัญๆของสาธารณรัฐที่อยู่ภายในหัวของวิศวกรที่เป็นตัวประกันคนนั้นได้สำเร็จแล้ว... ถ้าพวกมันหนีกลับไปฐานของมันพร้อมกับไฟล์ข้อมูลที่พวกมันดึงออกมาได้ จะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ๆ ! เธอจงไปลาดตะเวนหาห้องควบคุมของพวกมันซะ หรือไม่ก็ห้องเครื่อง พวกเราต้องหยุดยั้งไม่ให้ยานลำนี้จั๊มเข้าสู่ <Porter Drive> ได้ พวกคนข้างนอกน่าจะรู้เรื่องกันแล้ว อีกไม่นานเหล่าฝูงบินก็คงจะมา... เดี๋ยวฉันจะลงไปช่วยพวกโอดะ เชน ยุอิและจิโดโตะ ที่เหลือฝากเธอด้วย... ฉันเชื่อใจตัวเธอที่สุดนะ..."


    ทั้งคำพูด น้ำเสียงและแววตาอันอบอุ่นแต่ก็แฝงไปด้วยความจริงจังของรุ่นพี่ฟรานซิสช่วยปลุกกำลังใจภายในตัวของริมได้ไม่น้อย... ฟรานซิสยื่นอุปกรณ์อิเล็กโทรนิคให้กับริมอีก 2 อย่างนั่นก็คือเจ็ทแพ็คอันใหม่พร้อมกับเครื่องสแกน...


    ริมติดตั้งอุปกรณ์ชิ้นใหม่เรียบร้อยก่อนที่ทั้งคู่จะแยกกันออกไปทำภารกิจของพวกเขา !


    ...


    อีกทางด้านหนึ่ง...


    หุ่นฆาตกร 'มัจจุราชสีเงิน' ก้าวออกมาอย่างช้าๆจากมุมมืดของชั้นใต้ดินเพื่อที่จะกลับมาเผด็จศึก โอดะ มาซาฮิโกะที่ไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้เนื่องจากขาหัก !


    เจ้าหุ่นยักษ์ชักดาบเล่มเบ่อเริ่มออกมาอย่างน่าเกรงขามเตรียมใช้ปลิดชีพเรียล์มกังฟูหนุ่มรายนี้ ! ทันใดนั้นเอง !


    "คาถานินจาธาตุน้ำดัดแปลง ! 'พายุหมอกสลายตัว !'"



    จิโดโตะที่ใช้เวลาฟื้นฟูจักระของตัวเองอยู่นาน ปรากฏตัวขึ้นมาก่อนที่จะใช้คาถาพรางตัวด้วยการพ่นหมอกหนาสีขาวออกมาและหลบหนีออกไปจากบริเวณนั้นไปพร้อมๆกับโอดะ ! นับเป็นการช่วยชีวิตแบบเส้นยาแดงผ่าแปด !


    ทั้งคู่หลบอยู่ภายนอกตัวโรงงานที่เต็มไปด้วยควันหมอก ทำให้เจ้าหุ่นฆาตกรไม่สามารถตามรอยทั้ง 2 ออกมาได้ จิโดโตะวางร่างของโอดะลงกับพื้นใต้ต้นไม้ก่อนที่จะใช้คาถาเวทย์ฟื้นฟูช่วยรักษาบาดแผลของโอดะให้ดีขึ้น...


    บาดแผลที่ขาของโอดะดีขึ้นทันตาเห็น รอยช้ำเริ่มจางหายไปแต่กระดูกที่แตกหักอยู่ภายในยังคงไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้...


    "ขอบใจมากจิโดโตะ... ฉันคงจะไปซะแล้วถ้าไม่ได้นายช่วยเอาไว้..." โอดะกล่าวขอบคุณจิโดโตะด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ


    "หึ... ไม่ต้องสนใจเรื่องนั้นหรอกนะ" น้ำเสียงตอบรับแสนเย็นชาของจิโดโตะ


    "นี่..." "หืมม์?" โอดะคว้ามือไปจับที่บ่าของจิโดโตะพร้อมกับพยายามพยุงร่างกายที่บาดเจ็บอยู่ให้ยืนขึ้น...


    "เฮ้ ! นี่นายกำลังบาดเจ็บอยู่นะเฮ้ย ! นั่งลงก่อน !" จิโดโตะพยายามสั่งให้เพื่อนของเขานั่งพักก่อนเนื่องจากบาดเจ็บขนาดนี้ไม่น่าจะทำภารกิจต่อได้อีกแล้ว...


    "ไม่ได้ ! จิโดโตะ... พวกเราต้องไปช่วยเชน...กับยุอิ !! โอ้ยยย !!" โอดะที่ยืนขึ้นมาได้ไม่นานก็ทรุดลงไปอีกครั้ง


    "นายน่ะอยู่ที่นี่ไปก่อนเลย ! สภาพนายตอนนี้จะเดินจะวิ่งแม้แต่ยืนก็ทำไม่ได้แล้ว ! ต่อจากนี้ให้ฉันจัดการทั้งหมดเอง !" จิโดโตะออกคำสั่งให้ลูกทีมของเขาอยู่เฉยๆซะ


    "งั้นฉัน... ขอให้นายลงไปช่วยเชน กับ ยุอิ... พวกนั้นถูกเจ้าหุ่นฆาตกรจับลงไปทรมานต่อในห้องใต้ดินชั้นล่าง ! นายต้องรีบไปเดี๋ยวนี้ ! ไม่งั้นพวกนั้นอาจจะไม่มีชีวิตรอดกลับมาก็ได้... !" โอดะพูดออกมาด้วยแววตาที่เหนื่อยล้า


    "ไม่ได้หรอก...!"


    "ห๊ะ !?"


    "ยานจักรวรรดิลำนี้กำลังเตรียมตัวจั๊มเข้าสู่ <Porter Drive> ซึ่งในตอนนี้พวกมันได้สิ่งที่ต้องการไปแล้ว... นั่นคือแผนผังข้อมูลโปรแกรมรักษาความปลอดภัยของสาธารณรัฐ... ถ้าข้อมูลนี้ส่งไปถึงฐานทัพของพวกจักรวรรดิ... สาธารณรัฐของเราจะต้องพบกับมหาสงครามที่ฝ่ายเราเป็นฝ่ายเสียเปรียบอีกครั้งแน่ ! พวกมันจงใจจะฉีกสนธิสัญญาสงบศึกและเปิดฉากสงครามอีกครั้ง !


    แต่คราวนี้มันจะสามารถทำอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่างได้โดยที่เราไม่รู้ ! พวกมันอาจจะแอบใส่ไวรัสเข้าไปในระบบรักษาความปลอดภัยของเรา ! พวกมันอาจแฮ็คเข้าฐานข้อมูล ! พวกมันสามารถรู้แม้กระทั่งกิจวัตรประจำวันของพวกคนในราชวงศ์ได้ ! ใช่แล้ว ! พวกมันสามารถล้มได้แม้กระทั่งระบอบกษัตริย์ของสาธารณรัฐ ! ถ้าเป็นพี่ของฉันต้องเลือกทำอย่างที่ฉันทำแน่ ! ยานลำนี้ขับเคลื่อนด้วยระบบสมองกล ฉันจะไปตามหาห้องควบคุมและทำลายระบบมันซะ ! เท่านี้พวกมันก็จะทำไม่สำเร็จแล้ว !"


    จิโดโตะอธิบายแผนการของพวกจักรวรรดิด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แต่ทว่า---


    "แล้วนายจะหันหลังปล่อยให้เพื่อนตายงั้นหรอจิโดโตะ !!" โอดะตะคอกใส่หน้าลีดเดอร์ของยูนิตตัวเอง


    "ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นซักหน่อย ! ฉันบอกว่าจะไปหาห้องควบคุมของพวกมัน ทำลายมันซะ ! เสร็จแล้วเจ้าหุ่นนั่นก็จะ Shut Down ตัวของมันโดยทันที ช่วยได้ทั้งเพื่อน ช่วยได้ทั้งสาธารณรัฐ !" จิโดโตะพยายามจะปฏิเสธสิ่งที่โอดะกล่าวหาเขา


    "กว่าที่พวกเราจะหาห้องควบคุมของมันได้ ป่านนั้นเพื่อนของพวกเราไม่โดนมันเชือดทิ้งหรือถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นแบบวิศวกรคนนั้นก่อนแล้วหรอห๊ะ !! พื้นที่ตรงนี้แม่.งกว้างกว่าพื้นสนามฟุตบอลอีก ! แล้วนี่ยังไม่นับรวมชั้นใต้ดินที่พวกมันอาจจะสร้างฐานลับๆเป็นแบบเขาวงกตเอาไว้ ! ไอ้สิ่งที่นายพูดน่ะ เชิงปฏิบัติแล้วมันก็คือการปล่อยให้เพื่อนเราตายนั่นแหละน่าาา !" โอดะตะคอกออกมาสุดเสียงทั้งๆที่ยังคงเจ็บอยู่ สีหน้าของเขาแสดงให้เห็นถึงคนที่กำลังโกรธอยู่สุดๆ


    "ฉ...ฉัน ฉันไม่ได้คิดจะทำอย่างนั้นหรอกนะโว้ยย !! ท...ที่...ที่ฉันจะทำก็แค่เพื่อสาธารณรัฐ ไม่ได้จะทิ้งเพื่อนของพวกเราซักหน่อยนึงอะ !" น้ำเสียงของจิโดโตะเริ่มติดๆขัดๆ ตัวของเขาเริ่มไม่มั่นใจแม้แต่กระทั่งความคิดของตัวเอง !


    "จะทำเพื่อสาธารณรัฐแต่จำเป็นต้องปล่อยเพื่อนตัวเองให้ตายเลยหรือยังไงกันวะ ! คนอย่างแกมันมาเป็นลีดเดอร์ได้ยังไง !"


    "หุบปากน่าาา !! นี่ฉันพึ่งช่วยชีวิตแกไม่ให้โดนไอ้หุ่นบ้านั่นสับทั้งเป็นนะ !"


    "ปัดโถ่ววว วุ้ยย !! ถ้าแกไม่ไปช่วย ฉันคนนี้ก็จะไปช่วยเอง !!" โอดะก้าวท้าวของเขาออกจากต้นไม้ เขาพยายามเดินอย่างโซซัดโซเซด้วยท่าทีเก้ๆ กังๆ


    "ไม่ !! ไม่ได้นะ !! ฉันไม่อนุญาติให้แกไป !! ถ้าขืนไปล่ะก็เท่ากับไปตายป่าวๆ นี่เป็นคำสั่ง !!" จิโดโตะพยายามห้ามลูกทีมของเขา (คงจะฟังหรอก)


    "ฉันไม่ฟังคำสั่งจากลีดเดอร์บัดซ.บ อย่างแกหรอก ! ยังไงซะ ฉันก็จะไปช่วยเพื่อนของฉันให้จงได้ !" โอดะยังคงยืนหยัดและยังคงก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยช่วงล่างที่พังยับเยินของเขา


    "นายจะยังงี่เง่า สมองกลวง ! อยู่อย่างงี้อีกนานไหมห๊ะ ! ไอ้เจ้าคนโง่ !" คำพูดอันแสนดูถูกเหยียดหยามขั้นรุนแรงหลุดออกมาจากปากของจิโดโตะ...


    โอดะ ยังคงก้าวไปข้างหน้า ชายหนุ่มกังฟูไม่สนใจคำพูดจากลีดเดอร์ของเขา


    "เหอะ ! ถ้าอยากจะเข้าไปตาย ก็ไปเลย ! ช่างหัวแม่.งสิ ! ฉันคนนี้ไปหยุดยั้งการล่มสลายของสาธารณรัฐเพียงคนเดียวก็ได้ ! ถ้าอยากตายนักก็เข้าไปเลย ไอ้เจ้าคนโง่ !" จิโดโตะยังตะโกนด่าโอดะอยู่ทั้งอย่างนั้นไปเรื่อยๆ โดยไม่มีทีท่าที่จะแยกตัวออกไปตามคำพูดของเขา ตัวของเขาไม่ทันสั่งเกตว่ามีน้ำตาหยดเล็กๆหลุดออกมาจากเปลือกตาของเขา


    ทว่าทันทีที่เห็นโอดะกำลังจะลับหายเข้าไปในสายหมอก... ตัวของเขาก็ทนไม่ไหวก่อนจะวิ่งเข้าไปห้ามว่า...


    "หยุดนะโว้ยย !! ฉันไม่ให้แกผ่านไปหรอก !! นี่ฉันบอกอีกทีนะไอ้เจ้าคนโง่ !! แกกำลังจะเข้าไปตาย !! แกจะเข้าไปตายอย่างไร้ค่าเลยนะ !! ฉันไม่ให้แกเข้าไปหรอก !!!!"


    จิโดโตะกั้นตัวของโอดะเอาไว้ไม่ให้หายวับเข้าไปในสายหมอก... แต่ทว่า...


    "ถ่อย...ออก...ไป !!!" หมัดฮุกขวาของโอดะพุ่งเข้าเต็มๆกรามของจิโดโตะจนตัวของชายหนุ่มกระเด็นออกไป


    "ห๊ะ ! นี่แกเป็นบ้าอะไรของแก ! โถ่วว ไอ้เจ้าคนงี่เง่าเอ้ย !" จิโดโตะปาดเลือดที่เลอะปากของเขา ชายหนุ่มลุกขึ้นมาก่อนที่จะเข้าไปห้ามอีกครั้ง


    คราวนี้จิโดโตะถึงกับออกแรงดันตัวของโอดะให้ถ่อยออกไปแต่ทว่าโอดะใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายเขายึดตัวเองติดกับพื้นดินไม่ยอมถ่อยไปไหน


    จิโดโตะถึงกับเลือดขึ้นหน้าด้วยความทนไม่ไหว เขาสวนกลับไปด้วยหมัดตรงจากมือซ้าย ! ร่างของโอดะกระเด็นลงไปกระทบกับพื้นแต่ไม่มีเสียงร้องออกมาจากชายผู้กำลังบาดเจ็บ


    "ไอ้ หอก หัก !" คำด่าจากโอดะ


    "โถ่วเว้ยยย !! แกต้องการอะไรกันแน่ !!" ชายผมดำควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เขาวิ่งเข้าไปกระแทกหมัดใส่เพื่อนของเขาจนทรุดลงไปนอนอีกครั้ง ก่อนที่จะกระทืบและกระหน่ำลูกเตะเข้าไปที่กลางลำตัวของโอดะด้วยความขาดสติ ! ร่างกายของชายผมสั้นบอบช้ำมากเข้าไปเรื่อยๆ แต่ไม่มีเสียงร้องออกมาจากปากของเขา


    จิโดโตะใช้กำลังซัดทั้งหมัด ทั้งลูกเตะ ทั้งร่างกายพยายามยับยั้งไม่ให้โอดะลุกขึ้นยืนอีกครั้งได้ ! แต่ทว่า---


    ฟรึ่บบ !! โอดะผู้มีพลังแอบแฝง รับลูกเตะจากจิโดโตะเอาไว้ได้ก่อนจะปัดขาของจิโดโตะจนล้มลงหัวฟาดพื้น ! โอดะตะเกียกตะกายคว้าตัวขึ้นมาขึ้นคร่อมร่างของชายหนุ่มผมดำไว้ก่อนที่ยกแขนอันทรงพลังที่มีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆพร้อมง้างหมัดชกเข้าไปใส่ใบหน้าของลีดเดอร์จังๆ โอดะยังคงรัวหมัดอยู่เรื่อยๆ จิโดโตะถูกโจมตีเข้ามาอย่างไม่ได้ทันตั้งตัว ! แต่ด้วยความที่มีทักษะดีกว่าเขาจึงพลิกตัวกลับ ! และกลายเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมชายผมสั้นเอาไว้ได้ ! จิโดโตะได้ทีสวนกลับด้วยหมัดอย่างรัวๆ บ้าง จังหวะการชกของจิโดโตะมีท่วงท่าและลีลาเหมือนเป็นกระบวนท่าที่ได้รับการฝึกมา โอดะไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ !


    ต่างฝ่ายต่างชกตีกันไปมาราวกับเป็นเด็กๆ ใบหน้าของทั้ง 2 ฝ่ายเกิดรอยฟกช้ำและรอยเลือดจากการชกต่อยกันเอง !


    "ท...ทำ แบบนี้... ทำแบบนี้แล้วมันได้อะไรขึ้นมากัน !!! นายต้องการที่จะพิสูจน์อะไร !!!" น้ำเสียงอันลากเลือดของจิโดโตะโยนคำถามถาโถมเข้าใส่ตัวโอดะพร้อมกับหมัดขวาของเขา


    "ฉันต้องการจะสั่งสอน... ไอ้คนที่มันทิ้งเพื่อน !!!" คำตอบที่ฟังดูไม่ได้ความจากโอดะ


    "ฮึ่ยยย !! ไปตายซะ !!!"
    แสงสว่างสีฟ้าเรืองแสงอยู่ภายในนัยน์ตาของจิโดโตะ ! นั่นหรือว่า ! เขากำลัง !!!


    ฟิ้ววววว !!!! เปรี๊ยงบึ้มมม !!!!


    "หยุดปัญญาอ่อ.น ได้แล้วพวกนายทั้ง 2 คน !!!" ฟรานซิส (หรือทอมมี่) โฉบบินเข้ามาห้ามทั้งคู่เอาไว้ได้ทันก่อนที่จะมีใครตาย...


    ชายหนุ่มในชุดเกราะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างฟังยากเนื่องจากมีหน้ากากกั้นไว้อยู่...


    "นี่พวกนายคิดจะฆ่าเพื่อนร่วมทีมด้วยน้ำมือตัวเองหรือยังไง ! แล้วแบบนี้เนี่ยนะ ! ที่บอกกับฉันไว้ก่อนหน้านี้ว่า ไม่ต้องการคนมาคอยช่วย ! ถ้าฉันไม่อยู่ในภารกิจนี้ ! พวกนายคนใดคนนึงคงจะตายด้วยน้ำมือของพวกเดียวกันไปแล้วก็ได้ ! ช่างน่าสมเพ.ช ซะไม่มี !!!"


    เรียล์มรุ่นพี่เผยให้เห็นด้านโหดของเขาเข้ามาบ้าง น้ำเสียงดุด่าเชิงสั่งสอนช่างแตกต่างไปจากทอมมี่คนก่อนหน้านี้ไม่มีผิด...


    "นาย 2 คนรออยู่ข้างนอกนี่แหละ ! ฉันคนนี้จะบุกเข้าไปช่วยยุอิกับเชนออกมาเอง !" ชายในชุดเกราะพูดออกมาอย่างหนักแน่น


    "เดี๋ยว ! แล้วยานลำนี้ล่ะ ! มันกำลังจะหนีเข้า Porter Drive แล้วนะ !" จิโดโตะพูดขัดขึ้นมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก


    "เรื่องนั้นไม่ต้องสนใจอีกต่อไป... เพราะฝูงบินกำลังจะมา ฉันสัมผัสได้อย่างนั้น ส่วนห้องควบคุมตอนนี้ฉันก็ให้ริมไล่บินหาอยู่... ต่อจากนี้น่ะ... ฉันจะจัดการทั้งหมดเอง...แล้วก็นะ...ถ้าพี่ชายนายมาเห็นเข้า...คงจะไม่ภูมิใจในตัวนายแน่..."


    ถึงแม้ใบหน้าของฟรานซิสจะถูกหน้ากากจากชุดเกราะของเขาปกปิดอยู่ แต่ก็เดาได้ไม่ยาก... ว่าเรียล์มรุ่นพี่คนนี้มีท่าทีและบุคลิกที่เปลี่ยนไป นอกจากนั้น ดูเหมือนว่าเขาคงกำลังโกรธกับการกระทำที่ดูไม่เป็นมืออาชีพราวกับเด็กๆ ของรุ่นน้องของเขาเป็นที่สุด !


    ฟรานซิสซ่อนสีหน้าที่ผิดหวังไว้ภายในก่อนจะเป็นฝ่ายที่เดินลับหายตัวเข้าไปในสายหมอกเพียงลำพัง...


    จิโดโตะได้แต่ยืนมองแผ่นหลังที่สวมชุดเกราะเหล็กด้วยแววตาที่เครียดแค้นในขณะเดียวกันก็รู้สึกโมโหตัวเอง ! เขารู้สึกฉุนเฉียวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ ! ชายหนุ่มผมสีดำขลับได้แต่ยืนกัดฟันกรอดๆ โดยไม่ได้ทำอะไร... ซึ่งมีร่างของเพื่อนร่วมยูนิตที่เขาพึ่งซัดจนหมอบลงไปนอนอยู่ข้างๆ

    แก้ไขล่าสุดโดย The New Gang; 20th June 2017 เมื่อ 21:28.

    "The little queen of ELLAS"

  7. #7

    Default

    ...

    ในห้องใต้ดิน...



    ห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่ให้ความรู้สึกอึดอัดมองไปทางไหนก็เห็นแต่ทางตัน บนกำแพงเต็มไปด้วยรอยของคราบเลือดและเศษชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์


    มีลูกกรงและโซ่เหล็กห้อยละโยงละยางไปทั่วห้อง นอกจากนั้นยังมีเครื่องจักรและอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่ทำด้วยโลหะซึ่งมีสนิมขึ้นเขรอะเต็มไปหมดแล้ว...


    บรรยากาศรอบห้องเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด กลิ่นมนุษย์ กลิ่นเครื่องจักร หากหลอมหลวมกันก็จะเท่ากับกลิ่นของความตาย... ตรงกลางห้องมีโต๊ะเหล็กขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายเตียงไว้สำหรับชำแหละอะไรบางอย่าง... ซึ่งสำหรับเจ้าหุ่นนักฆ่าตัวนี้แล้วคงเป็นอะไรอย่างอื่นไม่ได้นอกจากซากมนุษย์ !


    ที่มุมห้องร่างไร้สติของเชนกำลังถูกห้อยกลับหัวด้วยโซ่อยู่... ขาของเขาถูกผูกติดกับผนัง ทันใดนั้นเอง !


    "กรี๊ดดดดดด !! ปล่อยฉันไปนะ !!" เสียงร้องบอกให้ปล่อยของยุอิปลุกให้ร่างไร้สติของเชนรู้สึกตัว ! สายตาของเขาพร่ามัว มองโลกที่กลับหัวอยู่เป็นภาพลางๆ แต่ถึงกระนั้นเขาก็จำได้ว่าเสียงร้องที่ดังอยู่นั้นเป็นเสียงของใคร !


    "ฮืออๆๆๆ ปล่อยฉันไป...." เสียงร้องขอชีวิตของยุอิแสดงให้เห็นถึงความทรมานของเธอ ! สาวน้อยถูกหุ่นเหล็กจับกระแทกกับเตียงชำแหละอย่างรุนแรง ! เธอหันไปข้างๆตัวเธอก็พบกับซากศพ ! ที่ถูกผ่าครึ่งของชายวิศวกรที่ตกเป็นตัวประกันก่อนหน้านี้ ! ซึ่งนั่นคือร่างที่ถูกจับผ่าตัดออกไปและเปลี่ยนให้กลายเป็นเครื่องจักร ! เจ้าหุ่นฆาตกรนั่นกำลังจะทำแบบเดียวกันกับสาวน้อยผมสีชมพูที่กำลังไร้ทางสู้อยู่ ณ เวลานี้ !


    ยุอิกีดร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง มัจจุราชสีเงินสตาร์ทใบมีดของมันเพื่อที่จะลงมือผ่าร่างของสาวน้อยทั้งเป็นก่อนที่จะเปลี่ยนตัวของเธอให้กลายเป็นเครื่องจักรกล !


    โคร่มมมมมมมม !!



    จู่ๆแผ่นดินก็สั่นสะเทือน ! เหมือนมีแรงกระแทกบางอย่างกระทบกับตัวยาน !


    ...


    ที่ด้านนอกลูกบาศก์นรก ! ยานไฟท์เตอร์ของทัพอากาศกว่า 10 ลำ พร้อมกับยานรบปีกรูปกากบาทลำยานเรียวยาวคล้ายจรวดรุ่น X-Factor Rocket กว่า 8 ลำของเหล่าเรียล์มนักบินกำลังโฉบบินเข้ามาในตำแหน่งรบแล้ว !


    "นี่ Tail Leader เข้าประจำตำแหน่งรบ !! พวกเราทุกคน เน้นจู่โจมข้าศึกเข้าไปที่บริเวณไอพ่น ! หลีกเลี่ยงการโจมตีโดยตรง ! ห้ามทิ้งระเบิดแสวงเครื่องโดยเด็ดขาดเนื่องจากด้านในมีคนของ REALM อยู่ !!"


    "รับทราบ !!"


    หัวหน้าฝูงบินไฟท์เตอร์พูดออกคำสั่งขึ้นมาระหว่างนั้นก็โฉบบินอยู่รอบๆยาน Cube Murder และยิงปืนกลเลเซอร์ใส่บริเวณรอบๆ ไอพ่นของตัวยาน !


    "นี่ มาจิ คลินท์รายงานตัว ! ตอนนี้ฝูงบินของ REALM Pilot ประจำตำแหน่งรบกันหมดแล้ว ! ทางเราปล่อยให้พวกท่านทำลายเครื่องยนต์ของยานข้าศึกไปก็แล้วกัน... แต่พวกของผมจะคอยอัดแรงต้านด้วยการยิงรังสีแม่เหล็กจากด้านบนก็แล้วกัน... ตัวยานจะได้ล่วงลงสู่พื้นดินอย่างนุ่มนวลและสร้างความเสียหายให้น้อยที่สุด !"


    มาจิ คลินท์หัวหน้าฝูงบินรบของ REALMMASTER พูดออกไมค์กับ Tail Leader ก่อนจะพาฝูงบินของเขาขึ้นไปยิงรังสีแม่เหล็กจากด้านบนตัวยาน !


    ...


    ตัวของยุอิล่วงลงมาจากเตียง ! สาวน้อยร่างบางพยายามตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอด... เธอแบกร่างอันบอบช้ำที่มีซี่โครงหักหลายซี่ของเธอคลานไปตามพื้นที่เปื้อนไปด้วยเลือดมนุษย์ ! มัจจุราชสีเงินที่เสียสมดุลไปครู่หนึ่งเนื่องจากแรงสั่นสะเทือนเริ่มที่จะตั้งหลักได้ก่อนจะเดินตามยุอิมา !


    สาวน้อยผู้ใจกล้าคว้าเอาแผ่นเหล็กที่อยู่ตรงหน้าของเธอหันมาฟาดใส่เต็มหน้าของหุ่นนักฆ่าก่อนที่จะคลานเอาชีวิตรอดต่อไป !


    เจ้ามัจจุราชเกิดคลั่งขึ้นมา ! มันใช้ขาเหล็กเตะเข้าไปที่กลางลำตัวของสาวน้อยอย่างไม่ใยดี ! ยุอิกระอักเลือดออกมามากพร้อมกับหมดสติลงไปนอนจมกองเลือดอีกครั้งด้วยร่างกายที่แหลกสลาย... หุ่นฆาตกรหยิบร่างไร้สติของสาวน้อยขึ้นมากำแน่นพร้อมที่จะขยำทิ้งราวกับเป็นลูกไก่ในกำมือ !


    โซ่ที่เขรอะไปด้วยสนิมลอยข้ามเหนือศีรษะของเจ้าหุ่นมาก่อนจะรัดตัวของมันไว้ ! ชายตัวเล็กผู้พึ่งได้สติสวมบทฮีโร่ช่วยชีวิตยุอิไปได้อย่างทันท่วงที ! เชน ใช้โซ่ที่ก่อนหน้านี้มีไว้รัดตัวของเขาเปลี่ยนมารัดตัวเจ้าหุ่นเหล็กยักษ์ตัวนี้แทน !


    ก่อนที่เชนจะกระโดดขึ้นไปขี่หลังของเจ้าหุ่นพร้อมกับล่วงมือเข้าไปขยี้โปรเซสเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ภายในหัวของเจ้าหุ่นเหล็กนั่น !


    เชนใช้ขากระแทกไปที่ข้อมือของเจ้าหุ่น จนมันต้องปล่อยร่างของยุอิไป... เชนใช้มือเปล่าๆทุบไปที่หัวที่ทำด้วยเหล็กของเจ้าหุ่นนั่นอย่างต่อเนื่อง ! เขาเชื่อว่าการโจมตีตรงบริเวณนั้นจะทำให้ระบบของมันลวนได้ !


    โคร่มมมม !!


    แต่ทว่าก็ต้านทานความแข็งแกร่งไม่ไหว เชนโดนเหวี่ยงทุ่มกับเตียงผ่าตัดอย่างรุนแรง... ชายหนุ่มรู้สึกมึนเล็กน้อย หุ่นฆาตกรไม่รอช้าใช้กำปั้นเหล็กทุบลงไปที่ร่างของเชนโดยทันที ! แต่ทว่าเชนคว้าตัวหลบออกมาได้ทัน ! เขาเหลือบไปเห็นถังๆหนึ่งที่บรรจุเลือดไว้เต็มถัง เชนคว้าถังๆนั้นมา ก่อนจะสาดเลือดสีแดงสดใส่เต็มใบหน้าของเจ้าหุ่นเพื่อบดบังทัศนวิสัยการมองเห็นของมัน !


    ยานลูกบาศก์ยังคงสั่นไหวไปมา เชนเริ่มที่จะทรงตัวไม่ไหวแล้ว ร่างของยุอิไหลกลิ้งไปตามพื้นเนื่องจากยานเริ่มเอียง !


    ตัวของเจ้าหุ่นฆาตกรทรงตัวไม่อยู่ก่อนที่จะล้มตึงลงไป ! เชนไม่รอช้า เขารีบวิ่งไปคว้าร่างไร้สติของยุอิก่อนที่จะแบกตัวเธอด้วยแขนทั้ง 2 ข้างของเขา !


    ห้องใต้ดินเริ่มที่จะพังลงมาเรื่อยๆ เนื่องจากถูกแรงโจมตีจากฝูงบินด้านนอก ! เชนรู้ดีว่าไม่มีเวลาแล้ว ชายผมสีเงินรีบแบกร่างของสาวน้อยก่อนที่จะพยายามวิ่งหนีออกไปจากนรกบ้าๆนี่ !


    มวับบบ !!!


    ทันทีที่เชนก้าวเท้าขึ้นขั้นบันได ! ร่างของเขาขยับไปไหนไม่ได้ ก่อนที่ตัวของเขาจะล่วงลงไปกระแทกกับพื้น !


    ร่างของยุอิล่วงลงกระแทกกับขั้นบันไดอย่างรุนแรง ! ปลุกให้เธอตื่นขึ้นมา...


    สิ่งที่จับขาของเชนไว้คือแขนกลของมัจจุราชสีเงินที่ลำตัวเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงของมนุษย์ราวกับมัจจุราชซาตานที่มาจากขุมนรกไม่มีผิด ! เจ้ามัจจุราชพุ่งเข้ามาพร้อมกับใบมีดที่สตาร์ทแล้วเตรียมที่จะกรีดเนื้อหนังของเชนให้ขาดออกเป็นชิ้นๆ !


    เชนใช้แขนที่แทบจะหมดเรี่ยวหมดแรงยั้งเอาไว้ ! เขาพยายามใช้ขายันร่างของมัจจุราชตัวนั้นเพื่อต้านทานมันอย่างสุดชีวิต !


    "อ้ากกกกกก !!! ฉันต้านไว้ไม่ไหวอีกแล้วววว !!! เฮือออกกก !!! ยุย !!! หนีไป"


    เชนรวบรวมพลกำลังเฮือกสุดท้ายต้านทานเจ้าหุ่นนั่นไว้เพื่อบอกให้ 'ยุย' หรือยุอิหนีออกไป


    ยุยที่ตอนนี้ยังคงไม่ได้สติมากนัก แต่ภาพที่อยู่ด้านหน้าของเธอก็ทำให้เธออยู่เฉยไม่ได้ ! สาวผมสีชมพูไม่มีทางที่จะทิ้งเพื่อนไว้ข้างหลังเธอรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายร่ายเวทมนตร์ของเธอออกมา...


    "มะ...ไม่...ฉัน...ฉันไม่ไปโดยไม่มีนายหรอก...เวทมนตร์แห่งเปลวเพลิง 'ลูกบอลนกฟินิกซ์ !'"


    ...


    ไม่มีอะไรเกิดขึ้น... บอลลูกไฟที่ควรจะพรวดพุ่งออกมาแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับมีแต่ความว่างเปล่า... ตราเวทย์สีแดงของเธอไม่ได้ปรากฏขึ้น... สาวน้อยพบว่าเวทมนตร์ของเธอเสื่อมสลายไปแล้วเนื่องจากร่างกายของเธอบาดเจ็บมากซะจนไม่เหลือพลังเวทอยู่...


    "อะ...อะไรกัน... !! ไม่ !! ทำไมเวทมนตร์ของฉันถึงใช้ไม่ได้กันล่ะ---" สาวน้อยกางมืออันว่างเปล่าของเธออกมาดู สายตาของยุอิกำลังสิ้นหวัง น้ำตาเริ่มเอ่อล้นทั่วแก้มของเธอ !


    "ไป !!! ไปซะยุอิ !!! ทิ้งฉันไว้ตรงนี้ !!! ยานมันกำลังจะถล่มแล้ว !!! ฉันจะต้านมันเอาไว้ !!! เธอ...เธอจงหนีออกไป !!! ไป...ไปได้แล้ว !!!" เชนตะโกนร้องบอกให้ยุอิหนีไปแล้วทิ้งเขาเอาไว้ ! หนุ่มน้อยตัวเล็กแต่จิตใจกว้างใหญ่ดังแม่น้ำยอมสละชีวิตเพื่อช่วยลูกทีมที่ยังสามารถเอาชีวิตรอดได้ ! เขายอมตายเพื่อเพื่อนที่เขารัก ! เพื่อยุอิ...


    แขนขาของชายหนุ่มเริ่มที่จะหมดแรง... ตัวของเขาต้านทานไม่ไหวอีกต่อไป... ใบมีดกำลังแทงทะลุเข้าไปที่คอหอยของชายหนุ่ม... เชนลำตาลงพร้อมน้อมรับความตายที่จะเข้ามาเยือนเขา !




    ...

    ...

    ...

    ...

    ...



    "เวทมนตร์แห่งภูเขาไฟ ! จงเดือดดาล ! ลาวาแห่งท้องพิภพ !"
    พลังแฝงบางอย่างระเบิดออกมาจากร่างของยุย !!


    วงเวทย์ปรากฏขึ้นมาเหนือเพดานของห้อง ! ร่างของยุอิลอยขึ้นมาเหนือพื้น ! พลังภายในตัวเธอตื่นขึ้นมา ! ลาวาสีแดงฉานราวกับผุดออกมาจากภูเขาไฟพุ่งพรวดออกมาหลอมละลายตัวของเจ้าหุ่นเหล็ก !


    "Blue M@GIC !!"


    เกราะเวทสีน้ำเงินปรากฏฉาบร่างของเชนเอาไว้ ! ตัวของเชนเปร่งประกายไปด้วยเกราะเวทสีน้ำเงิน ! ซึ่งนั่นเป็นเวทมนตร์ที่มาจากเพื่อนของเขา ริม พอร์ช !


    "Blue ARROW !!"



    วงเวทปรากฏขึ้น ลูกธนูสีน้ำเงินพุ่งออกมาแทงทะลุหุ่นเหล็กยักษ์ที่กำลังหลอมละลาย ! ห้องใต้ดินแห่งนี้เริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ


    "รีพัลเซอร์ !"



    ลำแสงสีขาวพุ่งลงมาจากด้านบน ! ซ้ำร่างของเจ้าหุ่นให้แหลกสลายจนไม่เหลือซาก !


    ฟรานซิสบินทะลุเพดานลงมาพร้อมกับริม พอร์ช ! ก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยกันแบกร่างของเชนและยุอิพุ่งทะลุเพดานกลับไปทางเดิม !


    ฟรานซิสและริมบินผ่านรูโหว่กลางเพดานของยานที่ริมได้สร้างเอาไว้พร้อมกับวางร่างของยุอิและเชนไว้บนหลังคาของตัวยาน... ก่อนที่เรียล์มรุ่นพี่จะบินกลับลงไปด้านล่างเพื่อไปรับอีก 2 คนที่เหลือนั่นก็คือโอดะและจิโดโตะ...


    ยานแพทย์บินมารับร่างของผู้บาดเจ็บไป... ก่อนที่ยานไฟท์เตอร์จะทำลายไอพ่นของตัวยานลงได้สำเร็จ ฝูงบินของ REALM Pilot ใช้รังสีแม่เหล็กยึดยานขนาดยักษ์ให้ลอยนิ่งกลางอากาศไว้ได้ ! ก่อนที่จะค่อยๆปล่อยลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล... ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นบริเวณโดยรอบ... จำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 7 คน... (โจร 5 ตัวประกัน 1 ท่านประธานบริษัทอีก 1)


    อันเป็นการเสร็จสิ้นภารกิจ... ซึ่งถือว่าไม่สำเร็จและไม่ล้มเหลว... เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้นคือเรื่องราวที่ไม่คาดฝัน นับเป็นการเผชิญหน้ากับพวกจักรวรรดิครั้งแรกในรอบหลายปี...


    ------------------------------------------------------------------



    หลังจากนั้น...


    ทางสภาที่ได้จัดการประชุมพิเศษต่างหาลือเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นกินเวลากว่า 10 ชั่วโมงและยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ พวกเขาเตรียมที่จะทำการสืบสวนเกี่ยวกับการทำผิดข้อบัญญัติของสนธิสัญญา...


    บรรดาวุฒิจากดาวต่างๆ พากันเดินทางมาเพื่อเข้าร่วมการประชุมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเรื่องที่เกิดขึ้นค่อนข้างละเอียดอ่อน... ความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐและจักรวรรดิจะขาดสะบั่นลงหรือไม่...


    ทว่าท่านฑูตจากดาวเมอร์เนียร์ซึ่งเป็นดาวเคราะห์แถวหน้าของพวกจักรวรรดิกลับไม่มาเข้าร่วมการประชุมโดยอ้างว่าติดปัญหาเรื่องพายุอุกกาบาตปิดกั้นเส้นทางระหว่างดาวทำให้ไม่สามารถเดินทางด้วย <Porter Drive> ได้ นอกจากนั้นพายุจากรังสีคอสมิคก็รบกวนระบบสื่อสารระยะไกล ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมประชุม...


    สิ่งที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ การประชุมกินเวลานานมากที่สุดในรอบหลายปี... ซึ่งผู้อำนวยการคานาเรี่ยน คาลิเบอร์ก็ได้เข้าร่วมประชุมอยู่ตลอดเวลา... ในขณะเดียวกันเสนาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอย่างนายพลเอซูล ชเอเดอร์ก็ได้เดินทางด้วยพาหนะส่วนตัวมาเข้าร่วมสภาด้วยตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งโฮโลแกรม... บรรยากาศภายในสภาค่อนข้างตึงเครียด... นายพลอีซูลมีเรื่องที่ต้องการจะพูดหลายเรื่องเลยทีเดียว...


    ณ โรงพยาบาลประจำโรงเรียน REALMMASTER




    ระหว่างทางที่หน่วยฝูงบินกำลังพาตัวยูนิต 7 กลับฐาน... จู่ๆยุอิก็หมดสติกะทันหัน... ซึ่งค่าชีพจรลดลงต่ำมาก !


    เมื่อกลับมาถึงฐานหน่วยแพทย์จึงรีบมารับและพาตัวยุอิเข้าห้อง ICU โดยทันที ! ในขณะที่เชนซึ่งก็บาดเจ็บสาหัสอยู่พอสมควรแต่ไม่ได้รุนแรงถึงชีวิต...จึงถูกส่งไปรักษาและฟื้นตัวที่หน่วยแพทย์เวทมนตร์ เพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์ก็น่าจะหายเป็นปลิดทิ้งเช่นเดียวกับโอดะ...


    ...


    "ร่างกายของเธอบอบช้ำมาก !" เสียงของนางพยาบาล


    "นั่นสิ ! ทำไมถึงส่งไปทำภารกิจที่เสี่ยงตายขนาดนี้ได้นะ" ผู้ช่วยอีกคนหนึ่งพูดขึ้นมา... ระหว่างนั้น


    "ให้ตายสิ ! BP (Blood Pressure) ลดฮวยเลย !" พยาบาลพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สบายใจ !


    "เท่าที่วินิจฉัย ดูเหมือนว่าร่างกายของเธอจะระเบิดพลังเกินขีดจำกัดออกมา..." คุณหมอพูด


    "ใช้พลังเวทเกินขีดจำกัดงั้นหรอ..."


    "ใช่... กล่าวคือ... เมื่อร่างกายได้รับแรงกระตุ้นหรืออะไรบางอย่างที่ผลกระทบอย่างมากจนไปกระตุ้นเจทจำนงภายในจิตใจให้สามารถเอาชนะระบบที่ร่างกายยับยั้งเอาไว้ได้ หรือที่เรียกกันว่า 'ขีดจำกัดของมนุษย์' นั่นแหละ... ซึ่งเมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วร่างกายจะทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะได้สนองเจทจำนงที่มนุษย์คนนั้นต้องทำ ด้วยการไปถึงพลังงานส่วนเกินภายในร่างกายออกมาและใช้แปรเปลี่ยนเป็นพลังเวท... พวกชาวบ้านธรรมดาคงจะเรียกกันตามใจชอบว่า 'พลังแห่งจิตใจ' อะไรทำนองนั้นล่ะมั้ง... แต่นั่นมันก็เป็นอันตรายต่อร่างกายมากๆเลยล่ะนะ เธอถึงได้มาอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไงล่ะ..."


    "หรือที่เรียกว่า... 'พลังแห่งความรัก' งั้นหรอครับ..."


    "เฮ้ออ... พูดจาอะไรไร้สาระอยู่ได้ นี่พวกเราเป็นแพทย์กันนะ !"


    "คุณหมอคะ ! แย่แล้วค่ะ ! ชีพจรหยุดเต้นค่ะ !"


    "ว่าอะไรนะ !"


    "ไปตามแพทย์เวทมนตร์มาเร็ว !"



    END Chapter




    แก้ไขล่าสุดโดย The New Gang; 16th June 2017 เมื่อ 19:57.

    "The little queen of ELLAS"

  8. #8

    Default

    Chapter 04 'การเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง...และฤดูกาลที่พัดผ่านเข้ามา



    19 ปีที่แล้ว Date / Month / Years of Empire : 997/01/772


    สถานที่ : --Kolestial @Sector889---


    {โคเลสเที่ยล : ศูนย์วิจัย วิเคราะห์และกักเก็บเมล็ดพันธ์จักรกลของจักรวรรดิยูเรน ประจำอยู่ในสนามอุกกาบาต ณ ตำแหน่งเส้นทางการเดินทางข้ามอวกาศ Sector889}


    ภายในห้องผ่าตัดที่มีแสงไฟสลัวๆ แตกต่างจากห้องผ่าตัดทั่วๆไปโดยสิ้นเชิง บรรยากาศรอบเตียงผ่าตัดที่อยู่ตรงกลางห้องราวกับเป็นสถานที่ในภาพยนตร์สยองขวัญ องค์ประกอบทุกๆอย่างล้วนเป็นสถานที่ที่มีเอาไว้สำหรับหั่นชำแหละศพที่ตกเป็นเหยื่อของฆาตกรโรคจิตไม่ผิด ทั้งกลิ่นคาวเลือด ใบมีดเปื้อนเลือดที่วางทิ้งไว้อยู่บนโต๊ะ แสงไฟกระพริบสลัวๆ ร่างไร้ชีวิตของหญิงสาวนับสิบที่ซุกซ่อนไว้ภายใต้เงามืด !


    บนเตียงผ่าตัดสุดไฮเทคที่อยู่กลางห้องนั้นมีหญิงสาวที่ยังคงมีลมหายใจกำลังกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมาน ร่างของเธอถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนาด้วยสายที่ทำจากโลหะซึ่งพันธนาการตัวของเธอให้ติดกับเตียงเอาไว้ หญิงสาวอายุประมาณยี่สิบต้นๆแหกปากร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสเนื่องจากตัวของเธอกำลังถูกกระทำบางอย่างซึ่งสามารถเรียกการกระทำนั้นได้ว่า 'ไร้ซึ่งความเป็นมนุษย์'


    รอบตัวของเธอเต็มไปด้วยหุ่นยนต์แพทย์ เครื่องจักรกลที่ไร้ชีวิตจิตใจ ไร้จิตวิญญาณ ไร้ความรัก จักรกลเหล่านั้นกำลังติดตั้งเครื่องมืออะไรบางอย่างเข้าที่หัวของเธอ ระหว่างที่เหล่าจักรกลกำลังติดตั้งระบบต่างๆอยู่นั้น หญิงสาวที่กำลังร้องให้อย่างน่าเวทนาก็ตะโกนออกมาว่า...!


    "ไอ้พวกคนโกหก ! ไอ้พวกสิ่งชั่วร้าย ! พวกแก ! พวกแกหลอกพวกฉัน ! ให้ต้องมาตายอยู่ที่นี่ ! ฉันเกลียดพวกแก ! พวกแกมันเป็นผีร้าย ! พวกแกมันเป็นอสูรกาย ! ไอ้พวกซาตาน ! ไอ้สัต.ว์นรก ! ไอ้พวกภูติผีปีศาจ ! ในนามของแม่มด ! ฉันขอสาปแช่งพวกแกด้วยมนต์ดำทั้งหมดที่ฉันมี ! ขอให้ไฟนรกโลกันต์แผดเผาทำลายพวก ! ขอให้สุดท้ายพวกแกจะต้องเจ็บปวดยิ่งกว่าที่ฉันกำลังเป็น ! ฉันขอ----"


    "ปรับระดับไฟฟ้าที่แรงดันสูงสุด" (เสียงสั่งการจากหุ่นยนต์แพทย์)


    "ว้าาากกกกกกกก !!!!"



    หญิงสาวผู้เรียกตนเองว่าแม่มดกรีดร้องออกมาด้วยเสียงของวิญญาณร้ายที่ซุกซ่อนอยู่ภายในตัวเธอ ! ถึงแม้ว่าผู้ที่เป็นแม่มดจะมีพลังแห่งความมืดแข็งแกร่ง แต่เมื่อโดนกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงสุดช็อตเข้าที่สมอง ความเจ็บปวดถึงขีดสุดที่สิ่งมีชีวิตตนนึงจะสามารถสัมผัสได้ ความเจ็บปวดที่ร้ายแรงและย่ำแย่ซะยิ่งกว่าความตายก็สามารถแผดเผาวิญญาณภายในร่างของเธอให้มอดไหม้ไป !


    ในขณะที่เสียงของวิญญาณร้ายภายในตัวแม่มดกำลังจะแผ่วเบาลง ทันใดนั้นเองหุ่นยนต์แพทย์ก็สั่งการให้หุ่นฝ่ายเทคนิคช็อตกระแสไฟฟ้าเข้าที่หน้าท้องที่โป่งพอง นูนออกมาราวกับมีทารกอยู่ด้านใน ! กระแสไฟฟ้ากระตุ้นบางสิ่งบางอย่างให้เกิดอาการบ้าคลั่ง มันกำลังปลุกให้สิ่งที่ไม่มีทางใช้มนุษย์ให้ตื่นขึ้นมา ! มันเป็นการปลุกปีศาจที่อยู่ภายในตัวปีศาจโดยการกระทำของปีศาจ ! ด้วยกันเอง !


    "แหวกกกกกกก !!!!"


    จักรกลในร่างขนาดเท่ากับตัวทารกเปิดหน้าท้องของผู้ที่ตั้งท้องมันมา มันฉีกกระชากเนื้อหนังของสิ่งที่ขึ้นชื่อว่าแม่ ก่อนที่จะพุ่งทะลุออกมาพร้อมกับร่างโลหะที่เต็มไปด้วยเลือดและสายรกที่กระเด็นหลุดออกมาซึ่งพันกับเศษซากของล้ำไส้อย่างยับเยินและน่าขยะแขยง ! จักรกลร่างทารกโผล่ทะลุร่างไร้ชีวิตของหญิงสาวขึ้นมาพร้อมกับกำก้อนเนื้อที่มีลักษณะคล้ายๆตับไว้อยู่ในกำมือ ! ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าสามารถบ่งบอกได้ว่าเจ้าสิ่งนี้ได้ทำการชำแหละศพแม่ของตัวมันด้วยน้ำมือของมันเองในยามที่มันได้ถือกำเนิดขึ้นมา !


    เครื่องจักรสังหารร่างเล็กถูกดูดเข้าไปภายในโหลแก้วที่ติดอยู่บนเพดานห้องก่อนที่ร่างภายในโหลแก้วของมันจะถูกเคลื่อนย้ายไปเก็บไว้ในที่ๆเดียวกับโหลแก้วขวดอื่นๆนับสิบโหลที่มีร่างจักรกลสังหารแบบมันอยู่ข้างใน !


    หากจะเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าเป็นแหล่งเพาะพันธ์ของเหล่าปีศาจก็ไม่ผิดนัก เสียงร้องคำรามของจักรกลปีศาจที่มีหน้าตาอัปลักษณ์ภายในโหลแก้วทำให้สถานที่แห่งนี้ดูย่ำแย่และน่าสยดสยองยิ่งกว่าขุมนรกเสียอีก !


    ทารกครึ่งมนุษย์ครึ่งปีศาจที่ฟักตัวอยู่ภายในครรภ์ของแม่มดผู้มีวิญญาณร้ายสิงสถิต เมื่อมันถูกกระตุ้นด้วยความกลัวและความเจ็บปวดที่ถูกถ่ายทอดมาจากแม่ของมัน เมื่อร่างของมันถูกปลุกให้ตื่นด้วยกระแสไฟฟ้าที่แสนโหดร้าย ความเจ็บปวดในช่วงเสี้ยววินาทีสุดท้ายของสิ่งมีชีวิตที่ถาโถมเข้ามาได้ปลุกปีศาจภายในร่างของทารกให้ตื่นขึ้น ! และออกมาร้องคำรามรอวันที่พวกมันจะได้ลงมือฆ่าล้างและได้ลงมือชำแหละกายเนื้อของสิ่งมีชีวิตต่อไป !


    .....ในขณะนั้นเอง... มีหญิงสาวผู้เป็นแม่มดอีกคนหนึ่ง กำลังแอบฟังเสียงกู่ร้องแห่งความชั่วร้ายที่อยู่ภายในห้องๆนั้น ก่อนจะติดตั้งระเบิดชนิดอำพรางไว้ด้านหน้าห้องผ่าตัดห้องนั้น ก่อนที่เธอจะใช้เวทมนตร์สีดำของเธอชำระล้างกายและสลายกลายเป็นเงามืดไป... เธอหนีไปซุกซ่อนอยู่ในสถานที่อีกที่หนึ่งเพื่อที่จะยับยั้งการกระทำอันชั่วร้ายนี้ !


    ----------------------------------------------------------------------------



    ปัจจุบันแต่ย้อนหลังไปเมื่อเดือนกว่าๆที่แล้ว... ! Date / Month / Year of Republic : 13 / 04 / 1023



    {ซูซาโนะ โอนิมารุ}




    บรรยากาศภายในห้องสมุดนี่ช่างเงียบเชียบซะเหลือเกิน... ก็รู้อยู่ว่าเวลาอ่านหนังสือภายในห้องสมุด บรรยากาศมันก็ต้องเงียบเป็นปกติอยู่แล้วเพราะมีป้ายแปะไว้อยู่หน้าห้องว่า [กรุณางดใช้เสียง !] แต่ที่เป็นอยู่ตอนนี้นี่มันเงียบเกินไปแล้ว ! สภาพอากาศในตอนนี้ก็เป็นช่วงที่แสงแดดกำลังส่องจ้าในเวลาช่วงเที่ยงตรง ! อย่างน้อยที่สุด... ก็ต้องมีใครซักคนพูดอะไรบางอย่าง... เช่นบ่นว่ากำลังหิวข้าว อะไรทำนองนี้บางสี้ ! หรือไม่ก็ต้องมีเสียงของนักเรียนหนุ่มสาวที่กำลังจะชวนกันไปกินข้าวที่โรงอาหาร ! ช่วงพักเที่ยง ! ใช่ ! วันนี้มีเมนู [แฮมเบอร์เกอร์เนื้อหมูคุโรบูตะรสน้ำตกแซ่บ !] เมนูโปรดของฉันเลย !


    แต่ว่าทำไม ! ทำไมถึงไม่มีเสียงของไอ้อีหน้าไหนพูดอะไรออกมาเลยซักคน ! บรรยากาศแบบนี้มันทำให้ตัวของฉันอึดอัดเกินไปแล้วนะเฟ้ยยย !!!


    ฟวับบ เสียงเปิดหนังสือไปยังหน้าถัดไป... เสียงที่ผมได้ยินในตอนนี้มีเพียงเสียงของนาฬิกาบนผนัง เสียงพัดลมบนเพดานและเสียงเปิดหน้ากระดาษของหนังสือนิยายที่ผมกำลังอ่านอยู่นั่นแหละ...


    นิยายเรื่องนี้ตัวเอกเป็นผู้ที่มีพลังแฝงสามารถเรียกฝูงอสูรกายออกมาได้ราวกับว่าเขาเป็นปีศาจชัดๆ ผมชื่นชอบคาแรกเตอร์ปีศาจเท่ห์ๆแบบนี้จึงได้ติดตามมาเรื่อยๆจนถึงตอนนี้ก็ปาเข้าไปเล่มที่ 9 แล้ว... ผมชอบคาแรคเตอร์ของตัวเองถึงขนาดที่รู้สึกอยากจะย้อมผมให้เป็นสีขาวแบบตัวเอกซะจริงๆ !


    เอ๊ะเดี๋ยว ! ว่าแต่... ควรกลับมายังเรื่องที่ว่าทำไมคนภายในห้องนี้ถึงได้นั่งกันอย่างเงียบๆ เงียบสนิทยังกะป่าช้ายังไงยังงั้น ! เอ๊ะ ! หรือว่านี่...ฉันกำลังติดอยู่ในมิติลวงตาของพวกแม่มด ! ไม่ๆ ! นั่นมันไร้สาระเกินไปแล้ว... ผมตัดสินใจชำเลืองสายตา ลองจ้องมองนักเรียนคนอื่นๆที่นั่งอยู่ดู ว่าทำไมพวกเขาจึงเงียบกันนักนะ...


    นั่นๆ นั่นไง ! หมอนั่นเริ่มที่จะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างแล้ว !


    "น...น่า...น่ากลัว...."


    เอ๊ะ ?! อะไรกันนะ อะไรน่ากลัว ? ผมได้ยินเสียงของนักเรียนหญิงคนหนึ่งที่กำลังกระซิบบอกเพื่อน


    "ฮึ่ยๆๆ นั่นมันนายแยงกี้คนนั้นนี่นา ! ส่งสายตาน่ากลัวมาทางนี้ด้วยน่ะ !"


    "ฮึ่ยยย !! น่ากลัวชะมัด !! ทำไมถึงมาอยู่ในห้องสมุดแบบนี้ได้นะ !"


    "ใช่แล้ว ! ที่แห่งนี้มันเป็นที่สำหรับนักเรียนดีๆที่ใฝ่หาความรู้ไม่ใช่หรอ ! แล้วทำไมหมอนั่นถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ! ตามปกติแล้วเจ้าหมอนั่นน่าจะไปกรรโชกทรัพย์หรือไม่ก็ไปรีดไถ่นักเรียนที่ตัวเล็กกว่านี่นา !"


    "ใช่แล้ว ! ฉันก็ว่าอย่างนั้น ! พวกเราไปกินข้าวกันเถอะ ! เกาะๆกลุ่มกันไว้นะ แล้วก็อย่าพึ่งไปเข้าห้องน้ำ ! เจ้าหมอนั่นมันอาจจะเล็งพวกเราไว้อยู่ ! พวกเราอาจโดนมันข่มขู่แล้วก็ชิงเอาทรัพย์สินมีค่าไปก็ได้นะ น่ากลัวชะมัดเลย !"


    ...


    และแล้ว... สิ่งที่ผมกำลังสงสัยก็ได้รับคำตอบในที่สุด... ที่ห้องๆนี้เงียบเชียบและถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศมาคุๆแบบนี้ก็เป็นเพราะ... 'ตัวของผมเอง'


    ...


    ผมชื่อ 'ซูซาโนะ โอนิมารุ' เป็นเรียล์มคลาสที่ 2 อายุ 19 ปี เรื่องกีฬาก็พอใช้ได้ สมรรถภาพทางร่างกายก็ไม่เป็นลองใคร... เรื่องเรียนภาคทฤษฎีก็เป็นอะไรที่ยากนิดหน่อย... แต่ผมก็ขึ้นชื่อเรื่องความพยายาม... รูปร่างหน้าตา... ก็ไม่ได้จัดว่าขี้ริ้วขี้เหล่อะไร... ก็จริงอยู่ที่อาจจะไม่ได้หล่อเลิศจนสาวๆกรีดแบบรุ่นพี่ 'มาจิ คลินท์' ชายหนุ่มที่สาวๆหลายคนใฝ่ฝันแต่ก็โดนหักอกเรียบร้อย อาจจะไม่ได้เท่ห์ระเบิดเถิดเทิงจนสาวๆต้องถึงกับฉี่ราดเลือดกำเดาไหลแบบเจ้าเพื่อนข้างห้อง 'จิโดโตะ โทรสไตร์ป' กะคู่เกย์ของมัน (เห็นพวกสาววายชอบจิ้นกันอะนะ) 'โอดะ มาซาฮิโกะ'


    แต่ตัวผมก็ไม่ได้จัดอยู่ในจำพวกขี้เหล่จนไม่มีใครมองจริงๆนะ ! ผมเชื่ออย่างนั้น !


    แต่ทุกๆครั้งที่มีใครเดินผ่านหน้าผม ! พวกเค้าก็มักจะก้มหน้าลงกับพื้น ไม่ก็พยายามเบือนหน้าหนี... บางครั้งผมก็แอบได้ยินคนที่เดินผ่านไปแอบกระซิบกับคนข้างๆว่า


    "เจ้าหมอนั่นมันคือปีศาจชัดๆ !"


    "ใช่ๆ หน้าตาของเจ้าหมอนั่นนี่เต็มไปด้วยความโหดร้าย แอบแฝงไปด้วยความโรคจิต ! เจ้าหมอนั่นต้องมีวิญญาณร้ายซุกซ่อนอยู่ภายในร่างกายแน่ๆ"


    "น่ากลัวจริงๆเลยนะคนๆนั้นน่ะ"


    "ไอ้หนุ่มคนนั้นต้องเป็นนักเลงแน่ๆ ! อย่าไปเข้าใกล้มันนะ เดี๋ยวระวังจะโดนตื้บเอา !"


    "พวกแยงกี้นี่นา ! ไม่น่าเชื่อว่าโรงเรียน REALMMASTER ก็มีพวกแยงกี้ !"


    "ช่ายยก็จริงอยู่ที่รุ่นพี่มาจิก็เป็นแยงกี้... แต่เจ้าหมอนั่นหล่อไม่ได้แม้แต่เศษเสี้ยวของเจ้าชายในฝันของฉันหรอก !"


    "โรคจิตหรือป่าววะนั้น..."


    นี่คือเสียงของคนรอบข้างและมุมมองของทุกๆคนที่มีต่อตัวผม... ถึงอย่างนั้นผมเองก็พยายามที่จะหาเพื่อน... หาคนที่ไม่มองแต่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกและพอที่จะเปิดใจยอมรับตัวผมได้...


    ก็บอกแล้ว... ว่าผมขึ้นชื่อในเรื่องความพยายาม...


    >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> [เมื่อครั้งที่ผมเล่นฟุตบอลเพื่อหาเพื่อน !]


    ปี๊ดดดด !! ผมพลาดท่าโดนนักเตะฝ่ายตรงข้ามชกบอลไปต่อหน้าต่อตา ! ด้านหน้าของเขาเหลือกองหลังของฝ่ายผมเป็นปราการด่านสุดท้ายก่อนที่เจ้านั่นจะฝ่าไปถึงผู้รักษาประตู ! ผมยับยั้งชังก่อนที่จะตัดสินใจตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ผมทิ้งตัวพุ่งเข้าไป เสียบเข้าที่ข้อเท้าของเจ้าหมอนั่น ! เป็นการทำฟาล์วชนิดที่ค่อนข้างรุนแรงตามตำราแล้วยังไงก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องแจกใบเหลือง ถึงอย่างนั้นผมก็มิได้แสดงเจตนาไม่ดี ผมเข้าสกัดด้วยเท้าแค่ข้างเดียว (ถ้าหากพุ่งเข้าเสียบ 2 เท้ากรรมการจะมองว่าเจตนาทำร้ายคู่ต่อสู้และจะแจกใบแดง)


    กรรมการเป่าฟาล์ว ผมเดินก้มหน้าก้มตาน้อมรับใบเหลืองของกรรมการ... กรรมการชูใบเหลืองขึ้นมาเหนือหัวพร้อมส่งสัญญาณเป็นลูกฟรีคิกระยะหวังผล !


    "นี่นาย ! ทำเกินไปหรือป่าว ! เสียบเข้าไปไม่ยั้งแบบนี้ เจ้าหมอนั่นมันเจ็บหนักเลยนะ ! นี่มันกีฬาคณะสีของโรงเรียนเชียวนะ คิดจะทำอะไรก็ให้มันดูไม่ป่าเถื่อนหน่อยสิ !"


    กัปตันทีมของผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามเดินตรงเข้ามาหาผมพร้อมกับต่อว่าเล็กน้อยที่ผมไปตัดฟาล์วลูกทีมของเขา ด้วยความที่อากาศมันร้อน ผมก็เป็นคนที่ค่อนข้างหงุดหงิดง่าย แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ต่อว่าผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามที่ถือว่าเป็นรุ่นพี่ไป... ผมแค่พยายามอธิบายว่า...


    "ไม่ใช่นะครับ ! ผมไม่ได้ต้องการที่จะทำร้ายผู้เล่นโดยตรงซักหน่อย ! จังหวะแบบนี้ก็จำเป็นต้องตัดฟาล์วเป็นธรรมดาไม่งั้น---"


    "ฮึ่ยยยย !!"


    "เฮ้ยยย เดี๋ยว !!"


    "เว้ยยยยยย !!"


    จู่ๆทุกๆคนก็มีสีหน้าเหมือนกำลังตกใจกลัวราวกับเห็นปีศาจอะไรบางอย่างซะอย่างนั้น กัปตันทีมฝ่ายตรงข้ามถึงกับถ่อยห่างออกไปจากตัวผมโดยทันที แม้แต่กรรมการก็ยังออกสีหน้าไม่สบายใจ ผมไม่เข้าใจจริงๆ คำพูดของผมก็เป็นแค่การอธิบายด้วยคำพูดที่สุภาพแล้วแท้ๆ แต่ทำไมคนอื่นๆกลับออกอาการแปลกๆขึ้นมาอย่างนั้น...


    "นี่ๆ ฉันว่านายใจเย็นๆก่อนนะเพื่อน... อย่าลงไม้ลงมือกันเลย นี่มันกีฬาคณะสี เราไม่ควรที่จะทำเรื่องน่าอายออกมานะ... ไอ้ที่นายไปขู่พวกเขาเมื่อตะกี้นี่ฉันไม่เห็นด้วยอย่างแรง..."


    แม้แต่กัปตันทีมของผมก็ต้องเดินมาห้ามผม ทั้งๆที่ผมยังไม่ได้ลงไม้ลงมือทำอะไรแบบที่เขาบอกเลย ! ผมไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้จริงๆ ในขณะนั้นเอง...


    "น่ากลัวชะมัด..."


    "นั่นสิ... ไอ้หมอนี่แม่ งโคตรนักเลงเลย น้ำเสียงเชิงข่มขู่ที่มาพร้อมกับแววตาที่ดุร้ายราวกับสัตว์ป่าเมื่อตะกี้... ขนลุกสุดๆ"


    "อย่าไปเข้าใกล้หมอนั่นมากนักนะ..."


    นี่คือเสียงกระซิบกระซาบที่ผมได้ยินจากฝ่ายตรงข้าม... อะไรกัน... ผมไม่เข้าใจว่าตัวผมไปข่มขู่พวกเขาเอาตอนไหน...


    ผมพยายามลืมเรื่องที่ทำให้ผมดูเป็นคนน่าอายทั้งหมดก่อนที่จะเดินไปแสดงสปิริตน้ำใจนักกีฬาด้วยการยื่นมือให้นักเตะฝ่ายตรงข้ามที่ผมสกัดฟาล์วเพื่อที่จะพยุงเข้าขึ้น แต่....


    "ฮึ่ยยย !! อย่ามายุ่งกับฉันนะ !!" เขาถ่อยหนีผมราวกับกำลังมองเห็นสิ่งที่น่าขยะแขยง...


    "โถ่วว เว้ย !! แกมันปีศาจชัดๆ" และนี่ก็คือสิ่งที่เขาตะคอกเข้าใส่หน้าของผมทั้งๆที่ผมพยายามที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย... และในช่วงจังหวะเสี้ยววินาทีในตอนนั้นนั่นเอง ที่ทำให้ชื่อเสียงของผมโด่งดังไปทั่ว...


    ปักกกก !! จู่ๆผมก็ควบคุมร่างกายของตัวเองไม่ได้ จิตวิญญาณดุร้ายบางอย่างภายในตัวผมมันบังคับให้ผมลงมือทำสิ่งแย่ๆแบบนั้นไป... หมัดขวาตรงพุ่งชกเข้าเต็มๆหน้าของเจ้าหมอนั่น... ทันใดนั้นเองเรื่องน่าอับอายก็ได้บังเกิดขึ้น... ทุกๆคนทั้งในสนามและบนแสตนเชียร์ตลอดไปจนถึงผู้อำนวยการคานาเรี่ยนที่นั่งมองดูอยู่บนอัฒจันทร์ ทุกๆคนมองลงมายังตัวผมราวกับว่าผมเป็นตัวประหลาด... กรรมการวิ่งเข้ามาพร้อมกับแจกใบแดง... ปกติถ้ามีเรื่องราวชกต่อยเกิดขึ้นภายในสนามนักเตะทุกๆคนต้องพากันวิ่งกรูกันเข้ามาเพื่อทำการห้าม...


    แต่ทุกๆคนกลับถ่อยห่างออกจากผม ทุกๆสายตาจับจ้องมายังตัวผมราวกับตัวผมเป็นอะไรบางอย่างที่พวกเขาไม่เข้าใจ...



    >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>


    ผมคิดและมองโลกในแง่ดีมาตลอด... ว่าตัวของผมนั้นไม่ใช่ปีศาจ... แม่ของผมนั้นเป็นแม่มดและท่านก็ได้เสียชีวิตไปเมื่อหลายปีที่แล้วด้วยโรคมะเร็งจากรังสีอวกาศ...


    ผู้คนต่างหวาดกลัวผม... ทั้งๆที่ผมก็เป็นเพียงแค่เด็กนักเรียนคนหนึ่ง... ผมพยายามหลอกตัวเองว่าคงเป็นเพราะแค่หน้าตา... เป็นเพราะลักษณะและรูปลักษณ์ภายนอกที่หน้าตาของผมดูดุร้ายและมีความละม้ายคล้ายคลึงกับพวกเด็กเกเรหรือพวกนักเลงมากเกินไป ผู้คนจึงพยายามทิ้งตัวหนีและถอยห่างผม...


    แต่ถึงกระนั้นผมก็อดที่จะคิดไม่ได้... ว่าแท้จริงแล้ว... มันเป็นเพราะลักษณะภายนอกของผม... หรือเป็นเพราะมันมีบางสิ่งบางอย่าง... ที่อยู่ภายในร่างของผม... ภายในวิญญาณของผม... บางสิ่งบางอย่างที่มาทำให้ผมต้องมีชีวิตที่แสนเจ็บปวดอยู่จนทุกวันนี้...


    ว่าแต่... มันคืออะไรกันนะ... แต่ถึงอย่างงั้น... เท่าที่ผมรู้... สิ่งที่เชื่อมาตลอด... และมั่นใจมากที่สุดนั่นก็คือ... ตัวผม...


    ไม่ใช่ปีศาจ...


    ...

    ...


    ระหว่างทางผมได้แต่คิดอะไรล่องลอยไปเรื่อยเปื่อย จนเกือบจะเดินเลยอาคารคานาเรี่ยนไปยังส่วนดอกไม้ที่อยู่ด้านหลังซะแล้ว...


    นี่เป็นวันแรกของผมที่จะได้พบปะกับเพื่อนร่วมยูนิตคนใหม่ๆ บางทีผมอาจจะยังไม่ได้เล่า... ก็เป็นเพราะว่าเพื่อนๆในยูนิตเก่าของผมไปฟ้องอาจารย์กลาดิโอ้ว่าพวกเค้าปรับตัวเข้าหากับตัวผมไม่ได้และไม่สามารถสื่อสารหรือทำภารกิจร่วมกับตัวผมได้เลยและต้องการขอให้ผมย้ายยูนิต...


    ซึ่งผมไม่ได้โทษเขาในเรื่องนั้นเพราะถ้าหากไม่สามารถสื่อสารกันได้ภายในยูนิตแล้วก็จะส่งผลให้เป็นอุปสรรคในระยะยาวเลยทีเดียว... ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นนี่ไม่ดีแน่... และผมก็รู้สึกว่าผมเองก็ไม่สามารถปรับตัวให้เข้าหากับทางนั้นได้เหมือนกัน...


    อาจารย์กลาดิโอ้จึงย้ายตัวผมให้มาอยู่ในยูนิตๆใหม่ ยูนิตที่ 14 ซึ่งผมก็กังวลใจอยู่ตลอดเวลาเหมือนกัน... ว่าเพื่อนร่วมยูนิตคนอื่นๆภายในยูนิตๆนี้จะไม่ต่างไปจากเพื่อนร่วมยูนิตคนก่อนๆที่ผมเคยเจอมา... มันคงจะเป็นอะไรที่ทำใจยากและน่าลำบากใจแบบสุดๆ ถ้าต้องมาเจอกับคนที่เราไม่สามารถปรับตัวเข้าหาได้แบบนั้น...


    ผมเดินขึ้นมาบนชั้น 3 ของอาคารคานาเรี่ยนก่อนที่จะเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูบานหนึ่งพร้อมกับเคาะประตูอย่างมีมารยาท 3 ครั้ง 'เข้ามาได้ !' เสียงตอบรับจากคนภายในห้อง...


    เป็นเสียงของผู้ชาย... ดีล่ะ ! ผมจะตั้งใจที่จะหาเพื่อนสนิทที่เป็นผู้ชายแบบชาวบ้านเค้าให้ได้เสียที ผมเปิดประตูเข้าไปแล้วก็พบว่า...



    จิโดโตะ โทรสไตร์ป : .....หืมม์ ??..... (สีหน้าช็อคเล็กน้อย)


    ผม : ......(ฉิบ...ผาย)


    จิโดโตะ โทรสไตร์ป : นี่นาย....?


    ผม : ข...ขอโทษครับ...พอดี...เอ่อ เข้าผิดห้อง...


    จิโดโตะ โทรสไตร์ป : ...หน้าตาของนายนี่มันคือปีศาจชัดๆ ออกไปจากห้องนี้ซะ ! ฉันอยากอยู่คนเดียว ! เงียบๆ ! เห็นหน้าของนายแล้วมันช่างชวนขนหัวลุกชะมัด !


    ผม : -_______________- ! (หน็อยแน่ !!! มึ ง ไอ้ขี้เก๊ก !!! หน็อย !!! คู่เกย์โอดะ มาซาฮิโกะกล้ามใหญ่ของมึ งอยู่ที่ไหนซะล่ะ !)


    ...


    เมื่อพบว่าเดินเข้าห้องผิดจึงเงยหน้าขึ้นมอง... ก็พบว่านั่นมันคือห้องสันธนาการที่ 14 ชั้นที่ 2 ห้องของผมมันคือห้องสันธนาการที่ 14 ชั้นที่ 3 ต่างหาก ! นี่เท่ากับว่าเรามาผิดชั้นหรอกหรอเนี่ย !!!!! O_O !


    ...


    ในที่สุดก็เดินมาถึงห้องสันธนาการที่ 14 ชั้น 3 เสียที... เห็นอย่างนี้ก็ต้องเดินไกลเหมือนกันนะ ! (พึ่งมานึกได้ทีหลังว่าทำไมไม่ขึ้นลิฟท์)


    ก๊อก ก๊อก ก๊อก ! (เสียงเคาะประตู 3 ครั้ง)


    แอ๊ด ! ผมเปิดประตูเข้าไปพร้อมกับแบกความคาดหวังที่สูงลิบลิ่วเหลือเกินระหว่างที่กำลังก้าวผ่านประตูบานนั้น...


    "คุคุคุ ! เวทมนตร์สีดำแห่งความมืดของข้า ได้ทำการอัญเชิญสรรพเวสีให้จุติขึ้นมาใหม่บนโลกของมนุษย์แล้ว ! คุคุคุ ! ทว่าหากจ้องมองดูแล้วจากแววตาของสิ่งๆนี้ นี่น่าจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าอสูรกายหรือปีศาจร้ายซะมากกว่า ! ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ! เจ้า ! (ชี้มาที่ผม) บุตรชายผู้มีปีศาจอันโหดร้ายสิงสถิตอยู่ภายในร่าง ! จงบอกนามอันเป็นที่โจษจันของเจ้ามาเสียดีๆ และจงแสดงพลังปีศาจที่แท้จริงของเจ้ามาให้ข้าและเหล่าทาสผู้ซื่อสัตย์ของข้าได้ประจักษ์เห็นเสียเถิด ! คุคุคุ ! ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า !"


    "นี่โรเซ่น... พวกเราไม่ใช่ทาสรับใช้ของเธอนะ แล้วก็เจ้าหมอนั่นน่ะ ดูยังไงก็เป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆ คนนึงไม่ใช่หรอ !? ไม่เห็นจะดูเหมือนปีศาจเลยซักกะติ๊ด"


    สาวหน้าคมที่มีผมสีทองเป็นประกายบอกกับหญิงสาวผมสีเทาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้โยกที่ได้รับการตกแต่งจนดูคล้ายๆกับบัลลังก์ซึ่งตั้งอยู่ตรงกลางห้อง นอกจากนั้นเธอคนนี้ยังแต่งตัวด้วยชุดที่ดูประหลาดซึ่งเป็นชุดเดรสสีดำสไตล์โกธิคโลลิต้า ตั้งแต่อยู่โรงเรียนนี้มา 3 ปีก็ไม่เคยเห็นนักเรียนคนไหนแต่งชุดอย่างนี้มาก่อน อันที่จริงแล้วมันผิดกฎระเบียบของโรงเรียนซะด้วยซ้ำ ! โรงเรียน REALMMASTER กำหนดให้นักเรียนหรือว่าเรียล์มทุกๆคนต้องแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบนักเรียนเท่านั้น (ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ)


    แต่เธอคนนี้กลับแต่งกายในชุดที่ผิดระเบียบอย่างงี้เสียได้ !? ถึงจะดูเป็นชุดที่มิดชิด แต่ก็ไม่ถูกระเบียบอยู่ดี นอกจากนั้นยังให้อารมณ์แบบพวกยิปซีดูดวงจากไพ่แม่หมอยังไงยั่งงั้น ! ประเด็นอีกอย่างคือเธอคนนี้น่าจะเป็นเพียงแค่เด็กสาวอายุ 16-17 (จริงๆหน้าเด็กเหมือนอายุ 14 ด้วยซ้ำ) แต่กลับแต่งตัวแบบผู้ใหญ่แก่ๆซะได้ ช่างเป็นผู้หญิงที่ทำตัวไม่สมวัยเอาซะเลย !


    "คุคุคุ ! งั้นข้าจำเป็นที่จะต้องเรียกตัวเจ้าใหม่... 'สหายของข้า' 'ผู้คุ้มครองแห่งดาบโซลเลน {Soul-Rain}' 'ประกายแสงสีทองของไพร่พลและกองทัพแห่งเรา !' แม่นาง 'เทเรเซีย เอลฟรอนเด่ !'


    ยัยคนที่แต่งตัวเหมือนยิปซีคนนั้นยังคงพูดด้วยคำพูดประหลาดๆ ฟังดูแล้วเหมือนพวกคนเพี้ยนไม่มีผิด... หรือว่ายัยนี้จะเป็นพวกจูนิเบียว ?


    "ชื่อของฉันอ่านว่า 'เทเรเซีย เอลฟรอนด์' เฉยๆต่างหากย่ะ ไม่มี 'เด่' เรียกให้มันถูกๆด้วยนะโรเซ่น ซาลินเบริก"


    ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นชื่อจริงของทั้งสองนะ ผู้หญิงที่ผมสีทองดูนิ่งๆหน่อยชื่อ 'เทเรเซีย' ส่วนยัยเพี้ยนนั่นคือ 'โรเซ่น' เอาล่ะส่วนฉันก็...


    "ว่าแต่นายคนนั้นน่ะ... (หันมาหาผม) ชื่ออะไรหรอ นายคงจะเป็นคนที่จะมาเข้าร่วมยูนิตนี้สินะ พวกนี้ก็คือเพื่อนคนอื่นๆที่อยู่ภายในยูนิตนั่นแหละ... แต่ละคนก็... อาจจะดูแปลกไปบ้างล่ะนะ รวมไปถึงสไตล์การตกแต่งห้องด้วย... พอดีนางนี่บอกว่าไม่ชอบแสงอาทิตย์น่ะก็เลยปิดห้องให้มืดสนิท"


    "แสงอาทิตย์ที่ร้อนระอุซะยิ่งกว่าเพลิงนรกโลกันต์ได้แผดเผาทำลายผิวพรรณอันเป็นกายเนื้อของข้ามากเกินไปแล้ว... เพราะฉนั้นข้าจึงต้องการที่จะตั้งมั่นอย่างแน่นิ่งอยู่ภายใต้เงาแห่งความมืดมิด... และฟื้นฟูพลังเวทย์... ก่อนที่จะมุ่งหน้าออกไปเผชิญกับเจ้าจอมมารอีกครั้งหนึ่ง... ตัวของข้า ! มีนามว่า 'โรเซ่น ซาลินเบริก' แม่มดอมตะแห่งดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งเกาะสวรรค์ ณ สวนดอกไม้ของซาลินดอร์สถานที่แห่งเทพนิยายของซาลินเบริกผู้นี้ !"


    ยัยชุดดำนั่นพูดแทรกขึ้นมาพร้อมกับทำสัญลักษณ์แปลกๆด้วยนิ้วสองข้างแล้วเอามาแนบที่บริเวณนัยน์ตาสีแดงราวกับแวมไพร์ของเธอ...


    "ห้องๆนี้ก็มีพวกดวงไฟสีแดงมรกตสลัวๆตามมุมห้อง นอกจากนั้นก็ยังมีเทียนไข โต๊ะรับประทานอาหารที่โค-ตะ-ระยาวพร้อมกับมีเชิงเทียนอันหรูหราตั้งอยู่บนโต๊ะ ส่วนบนเพดานก็มีโคมระย้ามาประดับ ไม่รู้ว่าทางบ้านของยัยนี่นี่รวยขนาดไหนอะนะ... แถมยังมีพวกหนังสือประหลาด คัมภีร์เก่าๆวางเกลื่อนอยู่เต็มห้องอีก... หวังว่านายจะทนอยู่กับพวกเราได้ล่ะนะ... เพราะคนก่อนที่ออกไปแล้วมีนายเข้ามาแทนที่นี่ก็เพราะทนพวกเราทั้ง 4 คนไม่ได้เหมือนกัน... ถือซะว่าเป็นการต้อนรับก็แล้วกัน... เอาล่ะแนะนำตัวได้แล้ว"


    ดูเหมือนว่าสาวผมทองนัยน์ตาสีเขียวคนนี้จะเป็นลีดเดอร์ของยูนิตๆนี้สินะ... เพราะดูยังไงคนที่เหลืออยู่อีก 2 คนก็ไม่น่าจะมีความเป็นผู้นำได้...


    ไม่ว่าจะเป็นยัยเพี้ยนที่นั่งเพ้อเจ้ออยู่บนบังลังก์ปลอมๆกลางห้อง ส่วนอีกคนนึงก็เอาแต่เล่นเลโก้นั่งเงียบๆไม่สนโลกมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว... จะว่าไปนั่นก็เป็นเด็กผู้ชายนี่นา มีผมสีขาวแบบคาแรคเตอร์ตัวละครในนิยายที่ผมชอบซะด้วย...(ถึงจะฟูๆไปนิดจนเหมือนเปลวไฟที่สงบนิ่ง) ว่าจะลองไปผูกมิตรดู...


    เมื่อนั้นเองผมจึงกล่าวแนะนำตัวออกมา...


    "สวัสดีนะ ! ผมชื่อ 'ซูซาโนะ โอนิมารุ' ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยก็แล้วกัน... ต่อจากนี้ก็มาพยายามกันนะ..."


    ผมแนะนำตัวสั้นๆ พร้อมกับส่งรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรออกมา... นี่อาจจะเป็นการเริ่มต้นที่ดีกับยูนิตๆใหม่ก็ได้นะ...


    "อ...เออะ...อืม...." เสียงอ้ำๆอึ้งๆจากหญิงสาวผมสีทอง...


    "หืมม์ ?" เด็กผู้ชายผมสีขาวชี้ฟูเหมือนเปลวเพลิงทำหน้าตาเหม่อลอยมาทางผมพร้อมกับทิ้งเลโก้ที่อยู่บนมือในทันที...


    แม้แต่ 'แม่มดผู้เป็นอมตะ' โรเซ่น ซาลินเบริกก็ถึงกับแสดงสีหน้าไม่ค่อยสบายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะพูดพร้อมกับชูสองนิ้วแนบไปที่ดวงตาว่า...


    "คุคุคุ... พลังเวทย์ปีศาจภายในตัวของเจ้า... ช่างแกร่งกล้ายิ่งนัก... ช่างทรงพลังเสียจริงๆ พลังแห่งเสียงคำรามและออร่าแห่งการข่มขู่ได้ทำให้จิตวิญญาณของข้าสั่นสะท้านไม่เบา... เอาล่ะ เพื่อเป็นการเคารพในพลังอันแกร่งกล้าของเจ้า... ข้าจะขอมอบน้ำอันศักดิ์สิทธิ์นี้... ให้เจ้าได้ชำระล้างจิตวิญญาณบาปก็แล้วกัน... คุคุคุ จงดื่มเข้าไป..."


    เธอยื่นถ้วยชาที่พึ่งชงไปเมื่อตะกี้นี้ให้ผม ในถ้วยชาเป็นชาร้อนสีน้ำตาลสีทึบไม่ใช่ชาโบราณสีใสหรือชาเขียวแต่อย่างใด ผมรับน้ำใจของเธอไว้ ถึงอย่างนั้นสิ่งที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของผมก็ยังคงเป็นภาพที่คุ้นเคย ดูเหมือนว่าคนอื่นๆก็ยังกลัวผมและมองผมแปลกๆเวลาผมพูด...


    บรรยากาศของห้องเงียบไปซักพัก โรเซ่นหันหน้าหนีกลับไปชงชาต่อ เด็กหนุ่มผมสีขาวที่นั่งอยู่ตรงมุมห้องก็หันไปประกอบเลโก้ต่อเช่นกัน


    "เอาล่ะ... ในเมื่อนายได้มาเข้าร่วมยูนิตที่ 14 อย่างเป็นทางการแล้ว ก็เท่ากับว่าพวกเราได้เป็นเพื่อนกันแล้วล่ะนะ ! ฉันเป็นลีดเดอร์ของยูนิตนี้ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องให้ความเคารพอะไรมากหรอก พวกเราก็เป็นเรียล์มคลาส 2 เท่ากันทุกคนอะนะยกเว้นเจ้าฟราน เบรุสคนนี้ เจ้านี่อยู่แค่คลาส 1 เท่านั้น"


    เทเรเซียเริ่มพูดออกมาอีกครั้งหลังจากอ้ำๆอึ้งๆไปชั่วขณะ คราวนี้เธอหันไปแนะนำสมาชิกอีกคนนั่นก็คือเด็กผู้ชายผมสีขาวคนนั้น ชื่อ 'ฟราน เบรุส' งั้นหรอทำไมถึงรู้สึกคุ้นชื่อนี้จัง ไม่สิ...คุ้นนามสกุล


    ฟรานไม่พูดอะไรเอาแต่นั่งต่อเลโก้ไปเรื่อยๆ


    "ขอต้อนรับตัวนายอย่างเป็นทางการนะ... ซูซาโนะ โอนิมารุ... ทางยูนิตที่ 14 ยินดีต้อนรับ ! เราจะมีการจัดรับน้องใหม่ขึ้นเร็วๆ นี้ซึ่งนายจะต้องชอบมันแน่ๆ !"


    เทเรเซียเผยให้เห็นรอยยิ้มเป็นครั้งแรกของเธอเมื่อพูดจบ...


    อันที่จริง... อยู่ๆผมก็รู้สึกขึ้นมาได้ว่าที่นี่มันไม่เลวเลยนะ... ถึงทุกคนจะยังมีทีท่ากลัวๆผมอยู่เวลาที่ผมพูด... แต่ถึงอย่างนั้น... นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมก้าวท้าวเข้ามาในห้องแล้วไม่ทำให้รอยยิ้มของทุกๆคนเลือนหายไป... ภายในห้องยังคงมีเสียงหัวเราะ มีเสียงพูดคุย... ใช่แล้ว... พวกเธอทั้ง 2 คนนั้นเป็นฝ่ายทักทายผมก่อน... นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่มีคนเป็นฝ่ายชวนผมคุยก่อน ! ที่สำคัญ...เธอคนนั้นเรียกผมอย่างเต็มปากเต็มคำว่าเป็น 'เพื่อน'


    ถึงแม้ว่าทุกๆคนอาจจะดูเป็นคนแปลกๆ ขาดๆเกินๆไปบ้าง... แต่นี่มันทำให้ผมรู้สึกมีความหวังมากเลยนะ... นี่จะเป็นการเริ่มต้นใหม่อีกครั้งของผมหรือป่าว... นี่จะเป็นครั้งแรก... ที่จะมีใครซักคนหรือกลุ่มคนที่ไม่มองว่าตัวผมเป็น 'ปีศาจ' จริงอยู่ที่หญิงสาวในชุดเดรสสีดำคนนั้น... จะพูดอยู่ว่ามีปีศาจอยู่ภายในตัวผม... แต่ถึงอย่างนั้นทั้งใบหน้า สีหน้า แววตาและท่าทางกลับไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวผมหรือขยะแขยงผมเลยแม้แต่น้อย เธอกลับมีสีหน้าที่ให้ความสนใจและรู้สึกตื่นเต้นเมื่อเห็นหน้าผม... ใช่แล้ว... เธอเองก็ยังบอกว่ามีปีศาจอยู่ภายในตัวผมแต่ไม่ได้บอกว่า 'ตัวของผม' ที่เป็น 'ปีศาจ' ในขณะเดียวกันเทเรเซียก็พูดกับผมว่า ผมคือคนธรรมดา ไม่ใช่ปีศาจที่น่ากลัวแต่อย่างใด...


    ผมหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยระหว่างที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่... ทันใดนั้นเอง...


    เปี๊ยะ ! ลูกแก้วซึ่งข้างในมีแสงสีแดงส่องประกายอยู่ลอยพุ่งเข้ามาดีดแก้มผม... ผมร้องโอ้ยออกมาก่อนจะหันไปมองยังทิศทางที่มันพุ่งมา สรุปว่าเป็นลูกแก้วของฟราน เบรุส ที่พุ่งเข้ามาหาผม


    "ถือว่าเป็นสิ่งของที่มอบให้สำหรับการต้อนรับก็แล้วกันนะ..." เด็กหนุ่มพูดออกมาพร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยน...


    "คุคุคุ ! เจ้าได้รับหินเวทย์หลากสีจาก 'นักรบแห่งเปลวเพลิงสีขาว' ซึ่งเป็นข้ารับใช้ของพระหัตถ์ด้านซ้ายของข้าแล้วล่ะ ! คุคุคุ ! จงเก็บรับมันไว้ซะดีๆ หินเวทย์นั่นมีพลังที่ร้ายกาจมาก !" คำพูดจูนิเบียวเพ้อเจอจากโรเซ่น...


    "ผมไม่ใช่ข้ารับใช้ของใครนะ !" ฟรานปฏิเสธออกมาด้วยเสียงเบาๆของเขา


    "เฮ้ออ...! พอเถอะ วันนี้อย่าพูดอะไรเพี้ยนๆให้มากไปกว่านี้เลย" เทเรเซียบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงอันเบื่อหน่ายพร้อมกับหยิบหนังสือนิยายจากกระเป๋าขึ้นมาอ่าน...


    ทันใดนั้นเองเสียงฟ้าร้องก็ดังขึ้น... เมื่อมองออกไปนอกหน้าตาก็พบว่าสายฝนได้ตกกระหน่ำลงมาแล้ว... ลมแรงพัดให้ต้นไม้ล้มลงมา เศษใบไม้ปลิวว่อนไปทั่ว... จู่ๆก็เกิดพายุฝนฟ้าคะนองขึ้นมาซะอย่างนั้น ท้องฟ้าถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝนสีดำหนาทึบ... จริงสิ... ก็เพราะว่าตอนนี้ฤดูฝนได้มาถึงแล้ว...


    ผมค่อนข้างรู้สึกมีความหวังและกำลังมองไปข้างหน้า... ฤดูกาลๆใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว... ผมรอคอยอนาคตที่อยู่ข้างหน้าที่กำลังเฝ้ารอตัวของผมอยู่เช่นกัน...


    นี่เป็นครั้งแรกที่ผมพบว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมองตัวผมว่าเป็นปีศาจ ทุกๆคนล้วนมีด้านที่ดีของแต่ละคน... และกลุ่มคนที่มองเห็นสิ่งนั้นภายในตัวผมเป็นครั้งแรก... ก็คือพวกเค้า... ผมควรที่จะขอบคุณพวกเขาดีไหมนะ...


    หึๆ ยังหรอก... ควรที่จะเฝ้าดูต่อไป... ว่าฤดูกาลที่รอคอยอยู่ข้างนี้มันจะเปลี่ยนไปแบบนั้นจริงๆหรือป่าว...


    {END Chapter}







    .


    .


    .


    "เดี๋ยวก่อนนะเทเรเซีย... ก่อนหน้านี้เธอบอกว่ามีพวกเธออีก 4 คนไม่ใช่หรอ (ถ้ารวมตัวฉันก็เป็น 5) ว่าแต่... ทำไมเท่าที่นับดู... จำนวนคนภายในห้องๆนี้ก็มีแค่ 4 คนเท่านั้นเอง... พวกเธออีกคนนึงหายไปไหนหรอ..."


    ระหว่างที่ผมกำลังจิบชาที่โรเซ่นเป็นคนชงให้นั้น จู่ๆก็นึกขึ้นได้ว่าเหมือนพวกเราขาดใครไปคนนึง... //อยากจะบอกว่าฝีมือการชงชาของแม่มดคนนี้ ยอดเยี่ยมมากๆ ความจริงตัวเองก็เป็นคนชอบดื่มชาอยู่แล้ว... แต่ฝีมือการชงชาที่สุดยอดขนาดนี้ ไม่เคยได้ลิ้มลองหรือสัมผัสมาหลายปีแล้ว...ตั้งแต่ที่แม่เสียไป


    "อ๋อเรื่องนั้นน่ะหรอ..." เทเรเซียก็เหมือนจะพึ่งนึกขึ้นได้


    "พอดีว่า---"


    "พอดีว่าอีกคนนึงเค้าติดงานน่ะครับ" ฟราน เบรุสที่ตอนนี้เปลี่ยนไปนั่งเล่นเกมคอมพิวเตอร์ที่มุมห้องอีกมุมนึงแทน พูดขัดเทเรเซียขึ้นมา


    "หมายความว่ายังไงติดงาน ? เขาคนนั้นทำงานพาร์ทไทม์หรอ ?" ผมเอ่ยปากถามออกไปด้วยความสงสัย


    "คุคุคุ ! ตามคัมภีร์แห่งเลือดของข้าแล้ว... ภายในนั้นได้กล่าเอาไว้ว่า... ถ้าทำงานก็เท่ากับว่าได้พ่ายแพ้ไปแล้ว ! คุคุคุ !"


    "คนที่พูดแบบนั้นน่ะ คือคนที่ได้พ่ายแพ้ไปแล้วต่างหากล่ะ..." เทเรเซียตอกกลับคำพูดไร้สาระของโรเซ่นไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา จนโรเซ่นถึงกับทรุดลงไปไม่น้อย


    "สำหรับโรงเรียน REALMMASTER จะมีการเปิดหน่วยพิเศษสำหรับนักเรียนหรือเรียล์มที่มีพรสวรรค์น่ะครับ... เรียกอีกอย่างนึงว่า [เซ็คชั่น] (Section) สมาชิกของพวกเราอีกคนจัดอยู่ในกลุ่มคนที่เรียกว่ามีพรสวรรค์ด้านการแพทย์มากเลยทีเดียว... เนื่องจากศาสตร์แพทย์ที่เธอคนนั้นใช้ เป็นการแพทย์แผนใหม่ที่เรียกว่า [การแพทย์เชิงเวทมนตร์] ผู้อำนวยการเล็งเห็นความสามารถที่จัดอยู่ในระดับแนวหน้าของเธอจึงเรียกตัวเธอให้ไปประจำอยู่ใน Section : REALM Medical และคอยเฝ้ามองดูเธอออย่างห่างๆ อย่างห่วงๆ"


    "เหมือนจะเคยได้ยินคำพูดนี้จากที่ไหนซักแห่งนะ..."


    "ทำให้เธอมีงานเข้ามาค่อนข้างมากแล้วก็ไม่ค่อยที่จะมาประจำอยู่ในห้องของพวกเราซักเท่าไหร่เช่นกัน เธอต้องคอยไปทำหน้าที่เป็นผู้บำบัดทางจิตใจให้กับเรียล์มที่บาดเจ็บจากการทำภารกิจมาน่ะ"


    "บำบัดทางจิตใจหรอ ฟังดูแปลกๆนะ มีไว้เพื่ออะไรหรอ ?"


    "เวลาที่เรียล์มคนไหนบาดเจ็บสาหัสกลับมาก็อาจจะมีอาการจิตตกเป็นธรรมดาไม่ใช่หรือครับ ? เพราะฉนั้นจึงจำเป็นต้องมีคนคอยช่วยให้คำปรึกษา คอยอยู่เป็นเพื่อนคุยเพื่อไม่ให้จิตใจของเรียล์มคนนั้นๆจะต้องบอบช้ำไปมากกว่านี้..."


    ฟราน เบรุสอธิบายมาอย่างละเอียดยิบ...


    {END}
    แก้ไขล่าสุดโดย The New Gang; 20th June 2017 เมื่อ 01:45.

    "The little queen of ELLAS"

  9. #9

    Default

    Chapter 05 'มหันตภัยความเร็วแสง...กับเรืออวกาศมรณะ !'


    Date / Month / Year of Republic : 12/05/1023

    ---during <Porter Drive>---





    ยานสำรวจ อาร์เอมเอส มาร์ซิอุส ชิพ [RMS -Martius Ship] กำลังเดินทางอยู่ภายใน <Porter Drive> หากมองออกไปข้างนอกตัวยานจะเห็นแสงสีน้ำเงินที่กำลังหมุนเวียนและเคลื่อนไหวไปมาคล้ายๆกับอุโมงค์มิติ ในตอนนี้ยานอวกาศลำใหญ่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดหมายของพวกเขาโดยเร็วที่สุด


    ปลายทางของพวกเขาก็คือ 'ดาวเคราะห์โซลูลัน' [Zoluran Planert] ดาวเคราะห์ยักษ์สีแดงซึ่งมีพายุฝุ่นรบกวนปกคลุมทั่วชั้นบรรยากาศแต่เมื่อฝ่าเฮอร์ลิเคนอันแสนหฤโหดนั้นเข้าไปได้แล้วจะเป็นฐานบัญชาการลับของหน่วย 'เกเบรียล 66' [Grabiel-66] ซึ่งเป็นหน่วยงานสืบสวนราชการลับระดับ 10 ที่ขึ้นตรงต่อสาธารณรัฐ


    ดาวเคราะห์โซลูลันเป็นดาวเคราะห์ในระบบของสาธารณรัฐที่ตั้งอยู่บริเวณริมขอบนอกหากเปรียบเทียบว่าสาธารณรัฐเป็นประเทศๆหนึ่ง ดาวเคราะห์โซซูลันก็จัดว่าเป็นเขตบริเวณชายแดน


    เส้นแบ่งเขตการปกครองของสาธารณรัฐจะอยู่ที่ระยะ 50 ดาร์วิน (หน่วยมาตรฐานในการวัดระยะทางบนอวกาศของสาธารณรัฐ) ถัดออกไปจากรัศมีเซอร์เคิ่ลของดาวเคราะห์โซซูลัน หากอิงตามแผนที่อวกาศก็จะอยู่ในเขตของเส้นทางการเดินทางที่ 145 [---@Sector145---]


    หากเลยออกไปจากเส้นแบ่งเขตแดนนั้นแล้ว ในอวกาศที่มืดมิดถัดออกไปนั้น... ทุกๆอย่างจะดำเนินอยู่โดยไร้ซึ่งกฎหมายเนื่องจากเป็นบริเวณที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การปกครองของใคร ไม่ว่าจะเป็นของทางสาธารณรัฐหรือแม้แต่ของทางจักรวรรดิก็ตาม สิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อาศัยอยู่ ณ เขตๆนั้นสามารถกระทำการอะไรก็ได้เพื่อสนองความต้องการของตัวเองโดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีความผิด ศาลฎีกาประจำกาแล็คซี่มิสามารถเอาผิดได้ !


    ณ อวกาศที่ไร้ซึ่งกฎระเบียบแห่งนั้น ผู้คนตั้งชื่อให้มันว่า 'The Un-Forbidden Zone' บ้างก็เรียกว่า 'The Forgotten Land' โดยเป็นแหล่งที่อยู่ของพวกโจรสลัดอวกาศไม่ก็พวกอาชญากร พวกหนีภาษี พวกนักล่าเงินรางวัล มหาเศรษฐีพ่อค้าตลาดมืดและพวกคนเถื่อนๆทั้งหลาย ซึ่งดาวเคราะห์ชื่อดังที่ตั้งอยู่ในเขตๆนั้นก็คือ ดาวเคราะห์พีแรท [P-RAZ] (มาจากคำว่า 'ไพเรท' ที่แปลว่าโจรสลัด)


    ...


    ยานสำรวจของสาธารณรัฐได้รับภารกิจให้มาติดต่อประสานกับทางหน่วยงานเกเบรียล-66 เพื่อสืบว่าพวกจักรวรรดิมีแผนการลับลมคมในแอบซ่อนไว้อยู่หรือป่าว เพราะที่ผ่านมาเร็วๆนี้ได้มีการตรวจพบหุ่นยนต์รุ่นเครื่องสังหารของทางจักรวรรดิซึ่งหุ่นยนต์ตัวนั้นได้ไปก่อความเสียหายและทำการพยายามลักลอบขโมยข้อมูลทางวิศวกรรมที่สำคัญของสาธารณรัฐ


    แต่ทว่าเมื่อสภาได้ทำการไต่สวนกับทางจักรวรรดิ จากหลักฐานทางเอกสารก็พบว่าหุ่นยนต์รุ่นนั้นตกรุ่นและถูกถอดออกจากรายการไซเบอร์เนติก [Cybernetic-list] ของจักรวรรดิไปหลายปีแล้ว... จึงเท่ากับว่าทางจักรวรรดิได้ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการลอบโจรกรรมข้อมูลในครั้งนี้เนื่องจากหุ่นยนต์ที่กระทำการก่อการร้ายไม่ได้สังกัดอยู่ในรายการของพวกเขา ทางสาธารณรัฐจึงไม่สามารถเอาผิดและดำเนินการตามกฏหมายเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายตามสนธิสัญญาสงบศึกได้ เพราะหุ่นยนต์ที่ก่อคดีจัดอยู่ในกลุ่มจำพวก 'หุ่นยนต์เถื่อน' หรือ 'หุ่นยนต์ผี' [Ghost Droid]


    ถึงอย่างนั้นคนในวงในก็ค่อนข้างที่จะค้างคาใจกับเรื่องนี้พอสมควร เนื่องจากทางจักรวรรดิเริ่มมีท่าทีแปลกๆไม่น่าไว้ว่าใจ ตั้งแต่ออกอาการพิรุทธ์โดยการไม่ยอมส่งฑูตตัวแทนจากดาวเคราะห์โซลอธ [Zoloth Planet] ให้มาเข้าร่วมสภาด้วยแล้ว... โดยทางจักรวรรดิได้ส่งข้อความมาอ้างว่ามีพายุรังสีคอสมิคจากอวกาศรบกวนเส้นทางการเดินทางผ่าน <Porter Drive> ของพวกเขา


    พวกผู้ใหญ่ในสภาจึงแอบส่งยานสำรวจให้ออกมาทำภารกิจและประสานงานกับหน่วยสืบส่วนราชการลับอย่างลับๆ ซึ่งภารกิจๆนี้ไม่ได้ถูกระบุอยู่ในตารางการปฏิบัติงานของกระทรวงภายในสาธารณรัฐซะด้วยซ้ำ นอกจากนั้นยานบินลำนี้ก็ถูกถอดออกจากรายการพาหนะเดินทางข้ามดวงดาวของสาธารณรัฐ จึงจัดว่าเป็นยานเดินทางเถื่อนหากเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรขึ้น เช่นเผลอไปปะทะกับยานรบของจักรวรรดิทางจักรวรรดิก็จะไม่สามารถเอาผิดกับทางสาธารณรัฐได้เช่นกัน โดยกัปตันที่นั่งควบคุมยานลำนี้ไม่ใช่ใครอื่น... เค้าคนนั้นคือ 'เรียล์มมาสเตอร์' ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ จิโนชิ 'จีโน่' โทรสไตร์ป ผู้โด่งดังแห่งตระกูลนินจาอวกาศ...


    นอกจากนั้นทางสถาบัน REALMMASTER ยังส่งยูนิตที่มีฝีมือเก่งฉกาจมากที่สุดของพวกเขาให้มาเข้าร่วมในภารกิจๆนี้ด้วย นั่นก็คือ 'Unit-X'


    ...

    ...

    ...


    บนสะพานยาน



    ระหว่างที่ชายหนุ่มผมมันวาวสีดำกำลังจ้องมองออกไปยังนอกกระจกของตัวยานนั้น สิ่งที่ตัวของเขามองเห็นและตีความได้จากภาพของแสงสีน้ำเงินที่กำลังหมุนทวนเข็มนาฬิกา.... มีเพียงความไม่สิ้นสุดและความเป็นเอกภาพของสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น


    จิโนชิที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้กัปตันได้แต่ครุ่นคิดว่าในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ช่างไม่เท่าเทียมและไม่ยุติธรรมเสียจริงๆ อวกาศที่เป็นหนึ่งเดียวกันตลอดถึงแม้ว่าจะมีการแบ่งแยกออกจากกันตั้งหลายล้านกาแล็คซี่ ทั้งๆที่เป็นอย่างนั้นทำไมมันจึงมีชีวิตอยู่ได้ชั่วนิจนิรัน กลับกัน...ทำไมเหล่าสิ่งมีชีวิตและสรรพสัตว์ทั้งหลายถึงกลับต้องมีอายุขัยมาคอยจำกัดความจีรังยั่งยืนของพวกเขา...


    หรือพวกเราสามารถตีความในอีกรูปแบบนึงได้ว่า เพราะความเป็นเอกภาพเหล่านั้นเองที่ทำให้สิ่งที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างเอกภพมีความนิจนิรัน เป็นเพราะเหล่าสิ่งมีชีวิตอย่างพวกเราไม่มีความเป็นหนึ่งเดียวงั้นหรือที่ทำให้พวกเราไม่มีชีวิตที่จีรัง


    'ทุกๆสิ่งล้วนไร้ซึ่งความจีรัง ทุกชีวิตล้วนถือกำเนิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไป' นั่นเป็นคำสอนที่ผู้คนทั่วไปแต่งตั้งให้มันเป็นดั่งสัจธรรมของทุกๆชีวิต


    จีโน่ได้แต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนท้ายที่สุดเขาก็เลิกคิดแล้วหันไปถามต้นเรือของเขาว่า...


    "คุณมาจิ คลินท์... ระบบการขับเคลื่อนสมดุลดีใช่ไหมแล้วระบบความดันแม่เหล็กเป็นยังไงบ้าง... ผมอยากให้คุณเตรียมพร้อมเอาไว้เนื่องจากได้รับแจ้งมาจากฝ่ายเรดาห์ว่าข้างหน้านี้จะมีพายุอุกกาบาตเคลื่อนเข้ามาขวางทาง ถึงแม้ว่าพวกเราจะอยู่ภายใน <Porter Drive> แต่ก็มีโอกาสอยู่บ้าง ที่จะมีเศษสะเก็ดอุกกาบาตหลุดลอยเข้ามา ถึงตอนนั้นถ้าเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ตั้งตัวได้ทัน"


    "ระบบขับเคลื่อนทำงานดีไร้ที่ติครับกัปตัน... ระบบความดันไม่มีความขัดคล้อง ถ้ามีอะไรผิดปกติจะแจ้งให้ทราบทันทีครับท่าน"


    หนุ่มผมแดงตอบกลับไปพร้อมกับตรวจเช็คระบบอีกรอบ...


    เมื่อนั้นเองหญิงสาวอีกคนที่อยู่บนสะพานแต่ว่านั่งประจำอยู่ในตำแหน่งที่ห่างจากมาจิพอสมควร จู่ๆก็พูดขึ้นมาว่า...


    "ต้องขออภัยด้วยนะคะ อันที่จริงดิฉันได้รับแจ้งมาตั้งแต่ก่อนขึ้นยานว่า ยานลำนี้เป็นยานปลดประจำการที่มีอายุมากพอสมควรแล้ว... คงจะดีกว่านี้ถ้าทางต้นเรือช่วยเช็คระบบต้านแรงเฉื่อยให้ดีด้วย เนื่องจากว่าการเดินทางผ่าน <Porter Drive> เป็นเวลานานมากๆอาจจะทำให้ยานที่เก่าแล้วมีการเสื่อมของระบบๆนั้น หากระบบต้านแรงเฉื่อยมีปัญหาขึ้นมาอาจจะทำให้คนบนยานเกิดอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว"


    ทันทีที่กัปตันจีโน่ได้ฟังคำพูดของสาวผมสั้นสีเขียวอมฟ้า เขาก็ได้กล่าวกับนักบินของเขาทันที


    "ขอบคุณมากฝ่ายนำร่องและการสื่อสาร ริเอะ ไอสาวะ คุณมาจิ คลินท์คุณได้เช็คระบบต้านแรงเฉื่อยแล้วหรือยัง"


    "ด้วยความเคารพครับท่านกัปตันระบบต้านแรงเฉื่อยในตอนนี้ถึงแม้จะทำงานอยู่ที่ 65% ก็จริง แต่หากจะให้ปรับระบบในตอนนี้จะทำให้ยานเกิดอาการสั่นในระหว่างที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงเลยนะครับท่านซึ่งก็จะก่อให้เกิดอันตรายไม่แพ้กัน ในขณะที่เปอร์เซ็นที่จะมีสะเก็ดอุกกาบาตหลุดลอยผ่านเข้ามาใน <Porter Drive> มีแค่ 15% เท่านั้นและถึงอย่างนั้นความแข็งแกร่งของเกราะหน้ายานก็ไม่น่าที่จะทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงขนาดนั้นได้นะครับท่าน นี่ยังไม่ได้พูดเรื่องการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเปล่าประโยชน์อีก..."


    มาจิ คลินท์ค้านขึ้นมาเสียงแข็งพร้อมกับให้เหตุผลที่ฟังขึ้นไม่แพ้กัน


    "หืม... ก็จริงอย่างที่คุณพูด---" กัปตันเอามือกุมไปที่ปากพร้อมกับพูดขึ้นมา ทันใดนั้นเอง...


    "ต้องขออภัยอีกครั้ง... แต่ดูเหมือนว่าทางฝ่ายต้นเรือคงจะยังไม่ได้ตรวจสอบตำราคู่มือฉบับปรับปรุงใหม่ครั้งที่ 175 ว่ามันมีโอกาสอยู่ที่ 35% เลยทีเดียวที่พายุอุกกาบาตจะหอบเอาสนามอุกกาบาตทั้งหมดมาโผล่ภายในตรงกลาง <Porter Drive> แทนที่จะปรากฏออกมาแค่อุกกบาตลูกเดียวหรือ 2 ลูก ซึ่งยานรุ่นใหม่ๆก็ได้มีการพัฒนาระบบเกราะหน้าของยานให้แข็งแรงจนสามารถฝ่าสนามอุกกาบาตออกไปได้สบายๆ แต่อย่าลืมว่า RMS -Martius Ship ลำนี้เป็นยานที่ปลดประจำการมาแล้ว---"


    ริเอะยังคงไม่หยุดความพยายามที่จะโน้มน้าวให้ทางฝ่ายต้นเรือยอมทำตามคำแนะนำของเขา ทั้งๆที่ปกติหากเป็นต้นเรือคนอื่นๆเธอก็จะไม่ใส่ใจมากขนาดนี้เนื่องจากเรื่องนั้นไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายเธอ


    "ด้วยความเคารพอีกครั้งนะท่านกัปตัน แต่กระผมอยากจะชี้แจงฝ่ายนำร่องและการสื่อสารคนนี้หน่อยว่า หน้าที่งานส่วนนี้ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะต้องมายุ่งเลยแม้แต่น้อย นอกจากนั้นยานลำนี้พึ่งปลดประจำการออกมาจากกองยานสาธารณรัฐเมื่อ 5 เดือนที่แล้วเท่านั้น สมรรถภาพการขับเคลื่อนและประสิทธิภาพการใช้งานแทบจะไม่ได้ลดลงเลยซักนิดเดียว เพราะฉนั้นกระผมคิดว่าเราควรอยู่เฉยๆและปล่อยให้ยานลำนี้มุ่งหน้าไปให้ถึงสถานีปลายทางอย่างสงบสุขดีกว่านะครับ !"


    "ชิ !" ริเอะถึงกับเดาะปากออกมาเสียงดัง ก่อนที่เธอจะพูดต่อว่า...!


    "ช่างเป็นคำชี้แจงที่ไร้ซึ่งความรับผิดชอบของต้นเรือซะจริงๆ ! คุณรู้ไหมว่าถ้าระบบต้านแรงเฉื่อยของยานทำงานได้ไม่ดี ถ้าเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ยานต้องเบรกกลางคันอาจจะทำให้ยานของเราหลุดออกจาก <Porter Drive> ยานเราอาจจะเคลื่อนที่ไหลไปชนกับดวงจันทร์หรือสิ่งกีดขวางที่อยู่ภายในเส้นทางหรือไม่ก็พุ่งเข้าไปเสียดสีกับชั้นบรรยากาศของดาวซักดวงจนยานเราลุกไหม้และระเบิดเป็นจุลเลยได้เลยนะ !"


    "แต่นั่นมันเป็นความเสี่ยงที่คุณคิดเองเออเองขึ้นมาทั้งนั้น ! ผมก็บอกไปก่อนหน้านี้แล้วว่ายานของเรามีระบบเกราะหน้าที่แข็งแกร่งพอที่จะฝ่าด่านพายุอุกกาบาตไปได้ง่ายๆ เรื่องบงเรื่องเบรกหรือเรื่องระบบหยุดการเคลื่อนที่ฉุกเฉินผมก็ได้ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ! ผมว่าคุณหยุดสรรหาเรื่องมาเอาชนะผมดีกว่านะ เพราะมันไม่มีประโยชน์ !"


    น้ำเสียงของมาจิ คลินท์เริ่มที่จะแข็งกระด้างและดุดันขึ้นเรื่อยๆ


    "ฉ...ฉันก็แค่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวยานก็เท่านั้นเอง ! คุณเองก็อย่าเอาอารมณ์ส่วนตัวเข้ามาใส่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่สิเนี่ย !"


    >>>"ด้านบนมีอะไรกันหรือป่าว ?? เห็นได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายกัน"<<< (เรียล์มคลาสที่ 3 'ทอมมี่' ติดต่อขึ้นมาที่สะพานเรือเนื่องจากได้ยินเสียงแทรกเข้ามาภายในห้องเครื่องซึ่งเป็นที่ๆฝ่ายต้นกลคอยดูแล)


    "ด...เดี๋ยว... พวกคุณจะเริ่มกันตรงนี้จริงๆหรอ" จีโน่ที่ได้แต่หันไปหันมามองดูทั้ง 2 ฝ่ายโต้เถียงกันราวกับกำลังเล่นบทละครพ่อแง่****อน ในที่สุดก็เริ่มพูดขึ้นมาบ้างแต่โดนเสียงของ 2 คนนั้นกลบ


    "มันเป็นคุณนั่นแหละ ! ที่ใช้อารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง ผมก็ตรวจสอบระบบของผมอยู่ดีๆ ฝ่ายนำร่องของคุณน่ะไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยซ้ำ ! อ่าา...แล้วอย่าลืมที่จะต้องบันทึกรายงานภารกิจทุกๆ 30 นาทีซะล่ะ ฮ่ะๆ เพราะนั่นมันเป็นงานของฝ่ายคุณนะ"


    หนุ่มผมสีแดงเริ่มที่จะยกข้อผิดพลาดของอีกฝ่ายขึ้นมาโจมตีบ้างแล้ว


    "ฉันจัดระเบียบแบบแผนการทำงานของฉันดีอยู่แล้ว... นอกจากนั้นภารกิจที่เรากำลังปฏิบัติอยู่ไม่ใช่ภารกิจอย่างเป็นทางการเพราะฉนั้นไม่จำเป็นต้องคอยบันทึกรายงานภารกิจทุกๆ 30 นาที แต่เปลี่ยนเป็นทุกๆ 6 ชั่วโมงแทนกรุณากลับไปอ่านในตำราคู่มือฉบับปรับปรุงใหม่ครั้งที่ 175 ด้วย !"


    สาวห้าวผมสีเขียวเริ่มที่จะหมดมุขเลยงัดประเด็นเรื่องวิชาการขึ้นมาต่อว่าแทน


    "โอ้ยย ! รอบรู้ซะเหลือเกินคุณอัจฉริยะ รู้หรือป่าวว่าที่กำลังทำอยู่นี่ดูไม่เป็นมืออาชีพเอาซะเลย..."


    "ม...มือ...มืออาชีพอย่างงั้นหรอ ! แล้วคุณล่ะ ! คุณก็งัดเรื่องหน้าที่ในการปฏิบัติภารกิจของฉันขึ้นมาพูดเหมือนกัน ทั้งๆที่คุณก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฝ่ายงานของฉันเลยซักนิด !"


    "อ่าวว ! ถ้าอย่างนั้นขอถามหน่อยสิว่าใครเริ่มก่อนน่ะ !"


    "หน็อยยย ! อ๋ออ ฮ่ะๆๆ ใช่แล้ว ! คุณตรวจเช็คความแข็งแรงของปีกยานทุกๆ 30 นาทีบ้างหรือยังล่ะ ! ตามตำราต้นเรือจำเป็นต้องทำนะ !"


    "นั่นมันไม่เกี่ยวกับคุณ----"


    "หยุดเลย ! ทั้งคู่นั่นแหละ ! นี่มันเรื่องไม่เป็นเรื่องสุดๆเลยนะจะบอกให้ !"


    ...


    กัปตันจีโน่ดูเหมือนจะทนไม่ไหว จึงระเบิดออกมาพร้อมกับต่อว่าทั้งคู่...


    ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเงียบลงไปชั่วขณะก่อนที่จะเอ่ยปากกล่าวขอโทษออกมาทั้งคู่...


    "คุณริเอะ ผมว่าคุณควรไปพักก่อน..."


    คำพูดที่ออกมาจากปากของผู้ที่เป็นกัปตัน ถึงแม้จะฟังดูสุภาพและให้เกียรติแต่นั่นก็สามารถตีความได้ว่าเป็นคำสั่ง...


    เมื่อนั้นเองสาวน้อยอัจฉริยะผมสีเขียวอมฟ้าจึงลุกขึ้นจากที่นั่งของเขาและเดินก้มหน้าออกจากสะพานยานไปโดยไม่พูดอะไร...


    ทันใดนั้นเองฝ่ายที่มีปากมีเสียงด้วยอย่างมาจิ... ก็ไม่รอช้า หนุ่มผมสีแดงลุกจากที่นั่งนักบินที่อยู่ด้านหน้าสุดของเขาพร้อมกับรีบเดินตาม 'ผู้ที่อยู่ในสถานะความสัมพันธ์ที่ไม่แน่นอน' ไปอย่างไว


    "คุณต้นเรือ... ตอนนี้คุณยังอยู่ในระหว่างหน้าที่การปฏิบัติงานนะ..."


    "ขออนุญาติพัก !"


    "เชิญ !"


    ดูเหมือนว่ากัปตันจีโน่ไม่ต้องการที่จะรั้งต้นเรือของเขาไว้อยู่แล้ว... อันที่จริงเป็นความต้องการของเขาเองที่อยากให้ทั้ง 2 ได้ไปปรับความเข้าใจกัน แต่ว่าไม่ใช่บนสะพาน เขาจึงทำทีเป็นออกคำสั่งให้ริเอะออกไปพักเพื่อที่จะให้คู่กรณีอย่างมาจิ คลินท์วิ่งตามไป นับเป็นเทคนิคไวพริบๆหนึ่งของกัปตันยานอายุน้อยคนนี้...


    "คุณซาเอนมารับหน้าที่เป็นต้นกลชั่วคราวซะนะ... ส่วนทางด้านฝ่ายนำร่องให้แมรี่ควบ 2 หน้าที่ไปซักพักก็แล้วกัน... ขอซัก 5 นาทีคงไม่น่ามีปัญหา เรากำลังจะออกจาก <Porter Drive> แล้ว"


    ...


    ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตัก ตัก ตัก ตัก !


    หญิงสาวผมสั้นกำลังเดินดุ่มๆออกมาอย่างรวดเร็วตรงบริเวณทางเดิน ทว่ามีชายผมแดงอีกคนหนึ่งวิ่งตามหลังมาติดๆ มาจิเดินมาถึงตัวของริเอะก่อนที่จะคว้ามือของเธอไว้ เขากระชากมือของเธอก่อนที่จะจูงมือเธอให้เดินตามมาด้วยกันด้วยท่าทีกึ่งบังคับ ซึ่งระหว่างทางก็มีบุคลากรภายในตัวยานคอยมองๆอยู่ด้วยสายตาที่กำลังสงสัย


    มาจิลากตัวของริเอะเข้ามายังห้องๆหนึ่งซึ่งค่อนข้างมืดและไม่ค่อยมีไฟ เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงสายตาจากผู้คนและจะได้ปรับความเข้าใจกันเสียที


    "นี่ริเอะ ! เรื่องในวันนั้น ฉันนึกว่าเราปรับความเข้าใจกันได้แล้วซะอีก ! แต่นี่---" มาจิพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นต่อหน้าผู้หญิงของเขา


    ผลัก ! กลับกลายเป็นฝ่ายริเอะที่ผลักตัวของมาจิเข้าชิดติดกับกำแพงแทนก่อนที่จะเริ่มตะคอกใส่หน้าว่า


    "ฉันอยากจะบอกว่า ฉันผิดหวังในตัวนายที่สุดเลย !"


    "ตลอดเวลาที่ผ่านมา... ที่ฉันเลือกที่จะไว้ใจนาย ! เลือกที่จะคบกับนาย... ก็เป็นเพราะฉันเห็นว่าเราทั้ง 2 คนมีอะไรที่เหมือนกัน ! ไม่ใช่เพราะนายหล่อ เท่ห์ ตัวสูงหรืออะไรทั้งนั้นแต่เป็นเพราะฉันเชื่อในสิ่งที่อยู่ภายในตัวนาย !


    นายเป็นนักบินที่เก่งที่สุด สั่งคนได้ ซักวันนายก็จะได้ขึ้นเป็นกัปตัน ! แต่นั่นไม่ได้เป็นเพราะว่านายเชื่อฟังคำสั่ง ปฏิบัติตามกฎหรือเป็นเพราะเลียแข้งเลียขาใครจนทำให้นายก้าวขึ้นไปสู่จุดนั้น... แต่เป็นเพราะว่ามันไม่มีใครที่จะควบคุมหรือจะหยุดยั้งเพื่อไม่ให้นายขึ้นไปสู่จุดนั้นได้ ! นายมันเป็นคนที่ไม่เคยอยู่ในกรอบ ไม่มีใคร ไม่มีอะไร มาจำกัดกั้นตัวตนของนายได้ ไม่เคยมี ! ...แม้แต่ฉัน...


    แต่ช่วงหลังๆนี่มันเกิดอะไรขึ้นล่ะมาจิ ! ตั้งแต่ที่ฉันขึ้นคลาส 3 มา... ทั้งๆที่แต่ก่อนตอนที่ฉันอยู่แค่ระดับคลาสที่ 2 นายอายุมากกว่าฉัน 2 ปีแท้ๆ เรายังไม่เคยคิดที่จะใช้ระบบความสัมพันธ์กันแบบพี่น้อง ! แต่แล้วพอฉันขึ้นมาอยู่คลาสที่ 3 ขึ้นมาเทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่านายด้วยซ้ำแล้วแท้ๆ นายกลับปฏิบัติเหมือนกับฉันเป็นรุ่นน้อง คอยกีดกันฉัน เพราะอะไรหรอมาจิ ! เป็นเพราะผู้อำนวยการหรอกหรอ ! หรือว่าเป็นเพราะตัวนายขี้ขลาดเอง !


    นี่น่ะหรอที่เค้าเคยพูดกันว่า... ความสัมพันธ์จะเกิดรอยร้าวขึ้น เมื่อฝ่ายหญิงเริ่มทัดเทียมเท่ากับฝ่ายชาย ฝ่ายชายจะเริ่มหาทางตีกรอบให้ฝ่ายหญิงตกอยู่ภายใต้อำนาจไม่ให้ยิ่งใหญ่ไปมากกว่าเค้า ! นี่นายกลายเป็นคนที่น่าสมเพ ช แบบนั้นไปแล้วหรอฮะ มาจิ ! แล้วผู้ชายคนเดิมของฉันล่ะหายไปไหน !"


    สาวห้าวที่อยู่ตรงหน้าของมาจิตะคอกออกมาจนเสียงหลง เธอเผยข้อความภายในจิตใจที่เธอหมกหมุ่น ครุ่นคิด มาหลายสัปดาห์ออกมาจนหมด เธอต้องการที่จะสื่อว่าเธอเริ่มที่จะไม่มั่นใจและผิดหวังในตัวผู้ชายของเธอ...


    "ไม่... เธอเข้าใจผิดแล้วล่ะริเอะ... ฉันไม่เคยคิดที่จะกีดกั้นเธอหรือตีกรอบให้เธอตกอยู่ภายใต้อำนาจของฉันเลยนะ... เธอมองเห็นฉันเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมากขนาดนั้นไปแล้วหรอ... ที่เธอพูดมาก็ทำให้ฉันผิดหวังในตัวเธอเหมือนกันนะ..."


    ทว่าน้ำเสียงที่ตอบกลับมาอย่างแผ่วเบาของมาจินั้น ถึงกับทำให้หญิงสาวที่กำลังร้อนระอุต้องชะงักลง... น้ำตาที่กำลังคลอเบ้าของเธอถูกบีบให้ไหลออกมามากขึ้นเมื่อคำพูดๆนั้นของมาจิทำให้เธอนึกถึงอะไรบางอย่าง


    "ฮ่ะ... พ...พูด...พูดอะไรของนายกันน่ะ ! อย่างนายยังมีหน้ามาว่าฉันอย่างนั้นด้วยหรอ !"


    ถึงกระนั้นด้วยความหัวดื้อที่ไม่เคยเปลี่ยน ริเอะจึงกัดฟันพูดต่อโดยไม่คิดว่าตัวของเธอนั้นเป็นฝ่ายที่ผิด


    "ฉันไม่ได้จะว่าๆเธอผิดซะหน่อยริเอะ ! เธอนั่นแหละที่เป็นฝ่ายคิดเองเออเองทุกอย่างน่ะ !"


    คราวนี้เป็นทางฝ่ายของมาจิที่ตะคอกใส่หน้าผู้หญิงที่อยู่ต่อหน้าบ้าง เมื่อริเอะเจอน้ำเสียงที่ทรงพลังของชายผมแดงเข้าไปนั้น สีหน้าของสาวห้าวที่สุดแสนจะมั่นใจในตัวเองก็เลือนหายกลายเป็นสาวตัวเล็กธรรมดาๆคนหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังยืนหยัดที่จะพูดออกไปด้วยเสียงสั่นๆว่า...


    "ฉ...ฉัน...ฉันไม่ได้... นายพูดอะไรของนายกันล่ะ ! นี่ยังไม่ยอมรับผิดอีกหรอ----"


    "ฝ่ายที่เป็นคนวางอำนาจน่ะมันเป็นตัวเธอต่างหากล่ะริเอะ ! เพียงแต่เธอไม่รู้ตัวก็เท่านั้นเอง ! เธอเลือกคบกับฉันเพราะเห็นว่าฉันมันนอกกรอบไม่มีใครหยุดยั้งได้ พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปได้ทุกเมื่อ ไม่เคยที่จะฟังคำสั่งใครแล้วคิดว่าที่ฉันเลือกคบกับเธอมันเป็นเพราะอะไรกันหรอ ! ไม่ใช่เพราะว่าฉันเห็นว่าเธอเป็นคนอย่างงี้หรือยังไง ฉันถึงได้เลือกคบ !"


    "ฉันไม่ได้---"


    "ใช่ ! ยอมรับเถอะว่าตัวเธอก็มีความคิดที่จะวางอำนาจ คิดที่จะตีกรอบตัวฉันเองเหมือนกัน แต่ตัวเธอเองไม่เคยรู้ตัว ! เพราะว่านั่นมันเป็นความสัมพันธ์ระหว่างชายและหญิงทั่วไปที่เป็นผู้ใหญ่แล้วยังไงล่ะ ! ซึ่งเธอเองยังไม่คิดที่จะเรียนรู้กับมัน ! เลยไม่เข้าใจมัน ! แล้วก็ไม่รู้ตัว ! แต่รู้อะไรไหม...


    ว่าฉันไม่เคยโกรธเธอเลยที่เธอคิดที่จะทำแบบนั้น... ไม่ใช่เพราะว่าเธอกำลังไม่รู้ตัว... แต่เป็นเพราะว่าฉันชอบที่เธอที่เป็นอย่างนั้นยังไงล่ะ !"


    "ห....หะ.... พูดอะไรของนาย..."


    "ฉัน... ต้องการผู้หญิงที่สามารถมุ่งไปข้างหน้า เดินไปพร้อมๆกับฉันได้โดยไม่ต้องคอยให้ฉันช่วยพยุง... ซึ่งทั้งโลกนี้ฉันเจอเพียงแค่เธอคนเดียวริเอะ... มีแค่เธอคนเดียวที่สามารถเดินนำหน้าฉันไปได้ ใช่ ! ฉันบอกว่าเธอกำลังเดินนำหน้าฉัน ! เธอสามารถตีกรอบให้กับฉัน ! สามารถทำสิ่งที่ไม่เคยมีใครบนโลกนี้เคยทำได้มาก่อน ! ซึ่งนั่นมีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่สามารถทำได้... ซึ่งก็เพราะอย่างนั้นไง ฉันถึงจำเป็นที่จะต้องรักษาเธอไว้ให้ดีที่สุด !"


    "พ...พูด อะไรของนายนั่นน่ะ ! น่าอายที่สุด..."


    สาวน้อยผมสีเขียวทำอะไรไม่ถูกพูดอะไรไม่ออกได้แต่ยืนนิ่งตัวสั่นเทา ใบหน้าเธอกลายเป็นสีแดงระเรื่อ เธอพยายามเบือนหน้าหนีออกจากชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเธอ...


    บึ้มม !! โคร่มมม !!


    "เกิดอะไรขึ้นน่ะ !"


    จู่ๆยานก็สั่นไหวขึ้นเหมือนกับถูกกระแทกด้วยอะไรบางอย่าง


    "สนามอุกกาบาตแน่ๆ ! นั่นไงล่ะ ! ฉันบอกแล้ว !" ริเอะได้ทีจึงรีบเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาอย่างฉับพลัน


    "ใช่ก็แย่แล้ว..."


    //นี่กัปตันจิโนชิ โทรไสตรป์เรียกต้นเรือมาจิ คลินท์กับฝ่ายนำร่องและการสื่อสารริเอะ ไอสาวะให้มารายงานตัวบนสะพานเรือเดี๋ยวนี้ !//


    เสียงของกัปตันจีโน่ดังผ่านลำโพงไปทั่วยาน ระหว่างนั้นเอง 'ทอมมี่' ที่กำลังประจำการอยู่ที่ฝ่ายต้นกลเมื่อได้ยินชื่อของทั้ง 2 จึงนึกสงสัยขึ้นมาเช่นกัน


    ...


    "รายงานตัวบนสะพานเรือ !" "รายงานตัวบนสะพาน" ริเอะ กับ มาจิรีบวิ่งมารายงานตัวบนสะพาน


    "ยานเราโดนอะไรบางอย่างกระแทกเข้าให้ พวกคุณ 2 คนรีบไปประจำตำแหน่งโดยด่วนที่สุด !" กัปตันจีโน่เล่าสถานการณ์


    ทันใดนั้นเองเมื่อริเอะลงไปนั่งประจำตำแหน่งของเขา เขาก็พบอะไรบางอย่างที่ไม่ปกติโดยทันที


    "กัปตันคะ ! พบวัตถุขนาดยักษ์บางอย่างกำลังวิ่งสวนเข้ามาภายใน <Porter Drive> ค่ะ ! ต้องรีบออกจาก <Porter Drive> เดี๋ยวนี้เลยค่ะ ! ไม่งั้นได้ประสานงากันจนแหลกเป็นเสี่ยงๆกลางอวกาศแน่ค่ะ !" ริเอะเมื่อตรวจเช็คเรดาห์จึงรีบพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก


    "ต้นเรือ ! แถวๆนี้ถ้าออกจาก <Porter Drive> แล้วจะไปชนกับอะไรไหม ?!" จีโน่เอ่ยปากถามมาจิ


    "ถ้าออกจาก <Porter Drive> อย่างกะทันหัน ยานเราอาจจะไปโผล่ใกล้ๆกับพื้นผิวดาวฤกษ์ได้ครับ !"


    "นั่นมันอันตรายมาก ! ยานเราอาจจะลุกไหม้ภายในไม่กี่วินาที ! คุณต้นเรือ ! คุณสามารถขับหลีกสวนมันไปได้ไหม"


    "จะพยายามครับ !"


    "อย่าพยายาม ! คุณต้องทำมันให้สำเร็จ !"


    "รับทราบครับ !"


    เมื่อนั้น... มาจิจึงปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจาก Auto Pilot ให้กลายมาเป็นระบบ Manual เขาจับพวงมาลัยควบคุมยานพร้อมกับมองไปข้างหน้าด้วยสายตาที่มุ่งมั่น ในตอนนี้...ทุกชีวิตบนยานขึ้นอยู่กับมือทั้ง 2 ข้างของเขาแล้ว !


    หวืดดดด !! ยานสำรวจลำใหญ่เร่งความเร็วเต็มที่เพื่อที่จะฝ่าสิ่งกีดขวางที่อยู่ข้างหน้าไปให้ได้ แต่ทว่า...


    "กัปตัน ! มีวัตถุขนาดเล็กกำลังลอยมาข้างหน้าค่ะ ! ลักษณะคล้ายๆกับลูกปืนใหญ่ !"



    "ว่าอะไรนะ ! มีลูกปืนแบบนั้นมาลอยอยู่ใน <Porter Drive> ได้ยังไง"


    "วัตถุที่อยู่ด้านหน้าต้องเป็นยานรบแน่ๆเลยค่ะ ! ไม่ว่ายังไงก็ตามพวกมันไม่ได้มาอย่างฉันท์มิตรแน่ๆค่ะ ! เป็นไปได้ว่าพวกมันปล่อยกระสุนปืนใหญ่ออกมาโดยอาศัยความเร็วสัมพัทธ์ !"


    "แบบนี้มันบ้าเกินไปแล้ว ! ถ้างั้นแค่กระสุนปืนใหญ่ลูกเดียวก็มีโมเมนตั้มมากพอที่จะฉีกยานเราให้กลายเป็นเสี่ยงๆได้ ! ต้นเรือ ! จะหลบมันได้ไหม !"


    "ไม่ทันแล้วครับ ! ระยะใกล้เกินไป ! ถ่ายพลังงานทั้งหมดไปไว้ที่เกราะด้านหน้า ! ทุกๆคนเตรียมรับแรงกระแทก !"


    ตั้มม !!


    ยานมาร์ซิอุสรับแรงกระแทกจากกระสุนปืนใหญ่ที่เคลื่อนที่มาด้วยความเร็วแสงเต็มๆ ! ยานสั่นไหวไปมา ! ฝ่ายต้นกลที่อยู่ด้านล่างถึงกับอุทานออกมาว่า...


    ทอมมี่ : เฮ้ยย !! ข้างบนนี่มันเล่นบ้าอะไรกันน่ะ !! อย่าให้ฉันต้องปล่อยฟรานซิสออกมานะ !! (ฉุน)

    ...

    "เกราะด้านหน้าพลังลดเหลือ 60% ! เครื่องยนต์ด้านขวาน็อคไปแล้ว !"


    "ทุกคน ! นั่น ! ยานรบข้างหน้าปรากฏตัวออกมาแล้ว !"


    "นั่นมัน....!!"



    "เรือรบโจรสลัด Heaven Ark !!"


    สิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านหน้าของยานสำรวจมาร์ซิอุสมิได้เป็นยานรบของพวกจักรวรรดิ แต่ทว่าเป็นเรือโจรสลัดที่สามารถลอยอยู่ได้บนอวกาศซึ่งได้รับการดัดแปลงมาอย่างดี !


    "ต้นเรือ ! บินหนีฝ่ามันไปเลย !"


    "ได้ครับ !"


    "ไม่ได้ ! นั่น ! ดูนั่นสิ ! พวกมันล็อคเป้าตอร์ปิโดมาที่พวกเรา !" ริเอะรีบแจ้งออกมาเสียงหลง ! กัปตันจีโน่และต้นเรือมาจิถึงกับผง่ะ ! เมื่อได้ยินดังนั้น


    "ตอร์ปิโดพุ่งมาแล้ว !"



    "เกราะหน้าๆ !! มาจิ !! เพิ่มพลังงานทั้งหมดไปที่เกราะหน้า !!"


    "แค่เกราะหน้าคงไม่พอแล้ว !! จะเบี่ยงหลบเดี๋ยวนี้นี่แหละ !! ทุกๆคนหาที่ยึดเอาไว้แน่นๆ ยานเรากำลังจะออกจาก <Porter Drive> ฉุกเฉิน !!"


    "เฮ้ยยจะบ้าหรอ !!"


    แก้ไขล่าสุดโดย The New Gang; 20th June 2017 เมื่อ 21:29.

    "The little queen of ELLAS"

  10. #10

    Default

    พรึ่บบบบ..............................................บึ้มมม !!


    ยานมาร์ซิอุสเบี่ยงหลบลูกตอร์ปิโดที่พุ่งมาด้วยความเร็วแสง 2 ลูก ก่อนที่พวกเขาจะหลุดออกมาจากอุโมงค์ความเร็วแสง อย่างไม่คิดชีวิต !! ถึงจะออกมาจากความเร็วแสงได้แต่ก็พบว่าตอร์ปิโดของข้าศึกยิงเข้าเป้าไปลูกนึง ! เครื่องยนต์ด้านขวาจึงพิการโดยสมบูรณ์ !


    "ไฟไหม้ !! ยานไฟไหม้ !! พวกต้นกลรีบไปแก้เร็ว !!"


    "เครื่องยนต์ก็ดับไปด้วย !! ต้นกลรีบไปซ่อมเร็ว !!"



    ... (อีกทางด้านหนึ่ง ที่ฝ่ายต้นกล)


    ทอมมี่ (กำลังวิ่งไปที่กาบขวาของยาน) : อะไรนักหนาวะเนี่ย !! อะไรๆก็ต้องเป็นตูคนเดียวเลยหรอ !! ปั๊ดโถ่วว !! งั้นวันนี้ขอพอแค่นี้ก็แล้วกัน !! ฝากด้วยนะ ฟรานซิส !!


    ฟรานซิส : ฟรานซิสรายงานตัวแล้วว !! ไว้ใจข้าได้เลยทอมมี่ !!


    ...


    "คุณต้นเรือ ! ดูข้างหน้าด้วย ! พวกเรากำลังจะจูบเข้ากับดวงจันทร์มานอส !" จีโน่ตะโกนออกมาสุดเสียงพร้อมกับมีสีหน้าตื่นตกใจอย่างสุดขีด !


    ยานมาร์ซิอุสถึงแม้จะออกมาจาก <Porter Drive> ได้แล้ว... แต่ตัวยานยังคงมีแรงเฉื่อยอยู่ ยานจึงไหลลอยไปข้างหน้าและกำลังจะชนกับดวงจันทร์มานอสที่อยู่ใกล้ๆ !


    "ถอยหลัง... ถอยหลังเต็มกำลัง ! จุดระเบิดไอพ่นสำรอง !"


    บึ้มมม !!



    "ไอพ่นด้านขวาไม่ทำงาน !! โว้ยย !! ไอ้พวกต้นกล !! ซ่อมเสร็จยัง !!" มาจิตะโกนเรียกติดต่อไปที่ฝ่ายต้นกลบริเวณกาบขวาของตัวยาน


    ฟรานซิส (เป็นฝ่ายตอบกลับมา) : แกมาลองมาจัดการเองบ้างดูไหมล่ะ !! ที่ข้าทำอยู่ตอนนี้ก็ไม่ใช่ง่ายๆนะโว้ยยย !! แล้วไอ้บ้าที่ไหน บังคับเอายานออกจาก <Porter Drive> กะทันหันวะเนี่ย !! รู้ไหมว่าข้าแทบจะอ้วกออกมาเลยน่ะ หะ !!"


    มาจิ : กัปตันจีโน่เป็นคนสั่งน่ะ มีปัญหาอะไรไหม !


    ฟรานซิส : ให้มันได้อย่างนี้สิวะ !


    ...


    มาจิ : พวกฝ่ายต้นกลน่าจะยังซ่อมไม่ทัน แถมยานของเราก็ไม่มีระบบไอพ่นรีเวิร์สด้านหน้า ! งั้นสงสัยจะต้องเลี้ยวโค้งแล้ว ! ทุกๆคนหาที่ยึดไว้ ยานเรากำลังจะกลับหลังหัน !


    จีโน่ : จะบ้าหรือไงมาจิ คลินท์ ! ทำแบบนั้นเดี๋ยวเครื่องยนต์ด้านซ้ายก็ได้พังไปด้วยหรอก เพราะมันจะโอเวอร์โหลด !


    มาจิ : ก็ได้ครับ กัปตัน ! งั้นเอางี้ ! ทิ้งระเบิดแรงดัน ! ให้มันระเบิดบนชั้นบรรยากาศ แรงระเบิดจะช่วยผลักยานเราให้ออกไปได้ !


    จีโน่ : ดวงจันทร์ที่นี่ไม่มีชั้นบรรยากาศหรอกนะ ! ถ้าจะทิ้งระเบิดก็ต้องทิ้งให้มันกระทบกับพื้น !


    มาจิ : งั้นจัดไปตามที่ท่านต้องการเลยครับกัปตัน... งั้นผมจะเปลี่ยนไปเป็นทิ้งระเบิดปรมาณูแทนละกันนะครับ ไม่งั้นแรงระเบิดจะไม่มากพอ !


    ริเอะ (ตะโกนออกมาสุดเสียง) : เดี๋ยวๆๆๆ นี่นายจะบ้าหรอ !


    จีโน่ : เดี๋ยวคุณจะบ้าหรอ ! มาจิ ! นู๊คที่ติดตั้งไว้กับตัวยานไม่ได้มีเอาไว้ทำอย่างนั้นนะ !


    มาจิ : เหอะๆ ก็อย่างที่บอกไงว่าตัวผมคนนี้มันอยู่นอกกรอบ !


    ..........และแล้ว... ระเบิดปรมาณูก็ถูกทิ้งลงไปตามแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์... ก่อนที่มันจะ.......วีดดดดดด.....บึ้มมมมมม !!




    ริเอะ : อ้ากกกกก !! ตายแน่ๆ ตายโหง !!


    จีโน่ (พึมพำกับตัวเอง) : ขนาดน้องตูยังไม่บ้าเท่านี้เลย...


    ยานมาร์ซิอุสลอยห่างออกจากดวงจันทร์ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่ต้องกังวลกับสิ่งที่อยู่ด้านหน้าอีกต่อไป.......................แต่ว่าต้องไปพะวงกับสิ่งที่อยู่ด้านหลังแทน !


    จีโน่ : มาจิ ! ด้านหลังนั่นมันดวงอาทิตย์ !


    มาจิ : เคลื่อนไปด้านหน้า ! เคลื่อนไปด้านหน้า ! โว้ยยยยย !! ไอ้พวกต้นกล !! พวกมึ งซ่อมกันเสร็จแล้วหรือยาาาาง !!!!! (ติดต่อไปหาฟรานซิสหัวหน้าต้นกลอีกที)


    ฟรานซิส : อีก 2 นาทีโว้ยยย !! ขออีก 2 นาที !!


    มาจิ : ไม่ทันแล้วโว้ยยย !! เตรียมตัวยิงระเบิดปรมาณูอีกลูก !!


    จีโน่ : อย่านะ !!


    ริเอะ : พบยานข้าศึก 2 ลำกำลังออกมาจาก <Porter Drive> !




    พรึ่บบบๆ !!





    เรือโจรสลัดอวกาศโผล่ออกมาจาก <Porter Drive> 2 ลำ ด้านหลังของยานมาร์ซิอุส !


    มาจิ : ใกล้มาก !! ถ้าเป็นอย่างนี้ขืนยิงนู๊คออกไปได้ตายกันหมดแน่ !!


    จีโน่ : ก็ใช่น่ะสิ !!


    มาจิ : ล็อคเป้าตอร์ปิโด !!


    จีโน่ : นี่คิดจะสู้กะพวกมันจริงๆหรอ !!


    มาจิ : ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่าาา !! ยานพวกเราเหนือกว่าพวกมันครับ !! กัปตัน !! ถ้าหนีไม่ได้ก็เปิดหน้าสู้กับพวกมันเลย !! เติมกำลังเกราะด้านท้าย 25% เตรียมรับแรงปะทะจากตอร์ปิโด


    จีโน่ : เอาเต็มที่เลย... แล้วแต่คุณแล้วล่ะคุณต้นเรือ !!


    มาจิ : ตอร์ปิโด ยิงได้ !! หึๆๆ เดี๋ยวพ่อจะซัดให้เละเลย !!


    ตู้ม ตู้ม !!


    ตอร์ปิโดจากยานมาร์ซิอุสพุ่งเข้าเป้าทั้ง 2 ลูก ! เรือโจรสลัดทั้ง 2 ลำรับแรงระเบิดอนุภาคทำลายล้างสูงไปลำละลูก !


    มาจิ : ฮ่ะๆๆๆๆ ไอ้พวกกา ก เอ้ยย !! แค่ตอร์ปิโดลูกเดียวยานพวกมึ ง ก็ขาดออกเป็น 2 ท่อนแล้วหรอวะ ! ของแค่นี้ไม่****มือฉันหรอก ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่าาา !!


    จีโน่ (กระซิบไปที่ริเอะ) : นี่เวลาปกติเค้าจะเป็นอย่างงี้ตลอดเลยใช่ไหมเนี่ย...


    ริเอะได้แต่หน้าแดงก่ำไม่ยอมพูดอะไร... ก่อนที่เธอจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างบนเรดาห์ก่อนจะพูดว่า !


    "เรือรบข้าศึกอีกลำปรากฏตัวด้านหน้า ! ต้นเรือ ! เอายังไงต่อ !"


    มาจิ : ล็อคเป้าตอร์ปิโด---


    จีโน่ : ตอร์ปิโดต้องใช้เวลาคูลดาวน์ !


    มาจิ : งั้นเล็งเป้ามิซไซล์ ! ปืนเฟรเซอร์ ! ลำแสงคอสมิค ! มีอาวุธยุทโธปกรณ์เท่าไหร่ ! ซัดให้เกลี้ยง !


    ริเอะ : ไม่ทันแล้ว ! พวกนั้นเปิดฉากยิงมาก่อนแล้ว !


    ปิ้วๆๆๆๆๆๆๆ ตั้ม !! ปิ้วๆๆๆๆๆๆๆ ตั้ม !!


    กระสุนปืนใหญ่ของโจรสลัดพุ่งมาพร้อมๆกับลำแสงเลเซอร์ !


    มาจิ : งั้นต้องหลีกหลบ !! ปั๊ดโถ่ววว โว้ยย !! ไอ้พวกต้นกล !! พวกมึ งเล่นไพ่อีแก่กันอยู่หรือไง !! เมื่อไหร่จะซ่อมยานเสร็จ วะไอ้พวกเต่าคลาน !!


    ฟรานซิส : ขออีก 5 วิ !! ขอจูนระบบเครื่องปรับอากาศอีกเล็กน้อย !!


    มาจิ : เครื่องปรับอากาศบิดามึ ง น่ะสิ !!


    ฟรานซิส : เสร็จแล้วโว้ยยยย !!


    วืดดดดดดด !!


    //ระบบเครื่องยนต์ทำงานได้สมบูรณ์ ! กำลังขับเคลื่อนเพิ่มขึ้นเต็มที่ !// (เสียงแจ้งจากคอมพิวเตอร์)


    มาจิ : เกราะหน้าๆ ! เพิ่มพลังไปที่เกราะหน้า !!


    ยานมาร์ซิอุสโดนยิงเสียหายหนัก ! พลังของเกราะหน้าลดลงเหลือ 25%


    มาจิ : ไม่ไหวแล้ว !! พวกมันยิงมามากเกิน !! ต้องหลบหลีก !!


    จีโน่ : พรางตัวสิ มาจิ !!


    มาจิ : รับทราบ !! ยิงกระสุนหมอก !!


    ฟู่ววว !!


    หมอกสีขาวกระจายปกคลุมยานมาร์ซิอุส จนฝั่งข้าศึกไม่สามารถล็อคเป้าได้


    จีโน่ : ทักไปหน่อยไหม ? ว่าพวกมันต้องการอะไร


    มาจิ : ไม่จำเป็นครับกัปตัน ! พวกโจรสลัดพวกนั้นก็แค่ต้องการจับพวกเราไปเรียกค่าไถ่หรืออะไรเทือกนั้นแหละครับ ! ผมว่าเรายิงสวนกลับไปดีกว่า ! อีกอย่าง ! ตอนนี้เรากำลังอยู่ในเขต Un-Forbidden Zone พวกนั้นจะทำอะไรกับเราก็ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย ไม่มีสัจจะ ไม่มีความเชื่อใจ การเจรจาไม่มีประโยชน์ในสังคมที่อยู่ภายนอกกฎเกณฑ์ครับท่าน !


    จีโน่ : เอาที่สบายใจ…


    ...ปิ้ววว !....


    จีโน่ : ต้นเรือ ! นั่นคุณทำอะไรลงไปน่ะ !!


    มาจิ : ผมก็แค่ปล่อยระเบิดปรมาณูออกไปอีกลูก......


    จีโน่ : ปั๊ดโถ่วววเอ้ยย !! ข้าแต่พระเทพโคฟี่แห่งแสง !! ขอให้ข้าพเจ้าผ่านพ้นวันนี้ไปได้ด้วยเถิด


    กัปตันจีโน่ถึงกับต้องพนมมือสวดมนต์เมื่อพบกับความบ้าบิ่นของต้นเรือคนนี้เข้าไป


    ....บึ้มมม !!


    มิซไซส์ปรมาณูพุ่งผ่านกลุ่มหมอกออกมาก่อนที่จะพุ่งเข้าไประเบิดที่ผิวของดวงจันทร์ ! รัศมีแรงระเบิดมากพอที่จะทำให้เรือโจรสลัดที่อยู่ด้านหน้าสลายหายไปได้ โดยไม่เกิดอันตรายกับยานสำรวจมาร์ซิอุส... แต่ทว่าระเบิดนั้นได้ฉีกดวงจันทร์จนแยกออกเป็น 2 ซีก !


    จีโน่ : คุณมาจิ คลินท์... ขอแสดงความยินดีด้วย... รู้ตัวไหมว่าตอนนี้คุณได้ประกาศสงครามกับกลุ่มโจรสลัดทั่วทั้งอวกาศแล้ว...


    มาจิ : ผมพลาดอะไรไปหรอครับคุณกัปตัน...


    ริเอะ (สีหน้าบนใบหน้ากำลังซีดเซียว) : น...น...นี่นาย.... นี่นายรู้ตัวหรือป่าวว่าทำอะไรลงไป !


    มาจิ (ใบหน้ากำลังสงสัย) : อะไรกันหรอริเอะ ?


    ริเอะ : นั่น (ชี้ไปที่ดาวเคราะห์ที่อยู่ตรงหน้า) นั่นมันดาวเคราะห์พีแรท... ดาวเคราะห์บ้านเกิดของพวกกลุ่มโจรสลัดอวกาศ...


    มาจิ : อะ...อะไรนะ...


    ริเอะ : แล้วนายไประเบิดดวงจันทร์ของพวกเขา... แถมฉีกเรือของพวกเขาพังต่อหน้าต่อตาไป 3 ลำ... เหอะๆ ฉันเข้าใจล่ะ หึๆ ฉันภูมิใจในตัวนายจริงๆ


    จีโน่ : ไหงให้ท้ายกันอย่างงั้นล่ะ !!
    (จีโน่ถึงกับออกอาการเงิบขึ้นมา)


    พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บๆๆๆๆๆๆ !!



    เรือโจรสลัดลอยอวกาศนับ 20 ลำปรากฏตัวต่อหน้ายานมาร์ซิอุส ! พร้อมกับล้อมยานสำรวจนั้นไว้จนไม่มีทางที่จะหนีไปได้... เรือรบลำใหญ่ที่สุดอยู่ด้านหน้าของพวกเขา ดูได้ง่ายๆเลยว่ายานของกัปตันโจรสลัดคือลำไหน...


    ริเอะ : ยานของเราโดนล็อคเป้าด้วยลูกตอร์ปิโดกว่า 140 ลูก... กัปตัน... เราจะทำยังไงดี


    จีโน่ : ส่งสัญญาณทักไป... ทักไป ! ทักไปเดี๋ยวนี้เลย !!


    ฟรึ่บบ !!





    "ยานสำรวจอาร์เอ็มเอส มาร์ซิอุส ชิพ ! ค็อกแค็กๆๆๆ ! พวกเจ้าได้ประกาศสงครามกับเหล่าบรรดากลุ่มโจรสลัดที่เกรี้ยวกราดที่สุดในอวกาศเสียแล้ว... แก๊งค์ เดธ โอเชี่ยน ไม่มีทางที่จะปล่อยตัวพวกเจ้าไปแน่ๆ ก่อนที่พวกเจ้าจะน้อมรับความตายแต่โดยดี พวกเจ้ามีอะไรที่จะสั่งเสียไหม ค็อกแค็กๆๆๆ !!"


    หัวกะโหลกตัวหนึ่ง ปรากฏตัวบนจอภาพสื่อสารบนตัวยานมาร์ซิอุส ดวงตาของเจ้าสิ่งนั้นเต็มไปด้วยความโหดเห ี้ยม กัปตันของเหล่าโจรสลัดผู้นี้ไม่มีแววตาของความปราณีซ่อนเอาไว้อยู่เลยแม้แต่นิดเดียว...


    (จีโน่กระซิบกับริเอะโดย mute ไมโครโฟนไว้อยู่...) "นี่ฝ่ายนำร่อง... ให้แพนกล้องมาที่หน้าของผมแค่คนเดียวเท่านั้นนะ ผมจะพล่ามถ่วงเวลาให้ ยานของพวกนั้นค่อนข้างเก่า ไม่น่ามีระบบเครื่องสแกน พวกคุณกับลูกเรือคนอื่นๆ รีบหนีไปด้วยกระสวยชูชีพซะ ! ให้นัดรวมพลที่จุดนัดพบที่ ---Sector 99--- พวกคุณต้องรีบไปซะ !"


    (กระซิบ) "แล้วคุณกัปตันล่ะคะ พวกมันจะฆ่าคุณนะ !"


    ริเอะพูดด้วยน้ำเสียงไม่สบายใจ เธอมองไปที่แววตาของชายผู้เสียสละที่อยู่ตรงหน้าเธอ... เช่นเดียวกับมาจิที่หันกลับมามองด้วยสีหน้าที่ไม่สบายใจสุดๆเช่นกัน...


    (กระซิบ) "ไม่ต้องกลัวหรอกครับคุณริเอะ... ยังไงผมก็จะหาทางรอดออกมาให้ได้ !"


    (กระซิบ) "พวกสภาไม่มีทางยอมโหวตเพื่อที่จะช่วยคุณแน่ๆกัปตัน พวกเขาจะไม่ยอมส่งใครมา ! ผมเป็นคนยิงนู๊คทั้ง 2 ลูกด้วยตัวเอง ! เพราะฉนั้นผมขอรับผิดชอบเพียงคนเดียวดีกว่าครับท่าน !"


    มาจิที่รู้ตัวดีว่าตนเองเป็นสาเหตุของการเสียสละของกัปตัน เขาจึงออกตัวขอรับผิดชอบแต่โดยดี


    (กระซิบ) "ไม่จำเป็นหรอกคุณมาจิ... ตัวคุณเองมีหน้าที่ที่สำคัญยิ่งกว่ามาเสียสละแทนผม... ตัวคุณ คุณริเอะ แล้วก็เพื่อนอีกคนของคุณที่ประจำอยู่ที่ฝ่ายต้นกล... พวกคุณ 3 คนคือยูนิตของ REALMMASTER ที่เก่งที่สุดในยุคนี้... เหล่าพวกพ้อง Unit-X ทั้ง 3 สินะ... หึๆๆ ผมในตอนนี้ที่เลื่อนขั้นเป็น REALMMASTER แล้วก็ถือว่าเป็นพี่น้องของพวกคุณ...


    ผมขอสั่งให้พวกคุณ 3 คนเดินทางเข้าสู่ <Porter Drive> ด้วยกระสวยนาโนคอร์ป... กระสวยรูปวงรีที่ทำงานด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ 3 ประสาน... ให้พวกคุณทั้ง 3 คนมุ่งหน้าไปยังดาวเคราะห์โซลูลันและไปปฏิบัติภารกิจให้เสร็จสิ้นซะ... มีแต่พวกคุณบนยานนี้เท่านั้นที่เหมาะสมที่จะรับภารกิจที่ค้างคานี้... คนอื่นๆไม่สามารถไปถึงที่นั่นได้เนื่องจากกระสวยชูชีพไม่มีระบบ <Porter Drive>


    ลูกเรือทุกๆคนหวังพึ่งพวกคุณนะ..."


    (กระซิบ) "แล้วคุณล่ะกัปตัน ! ผมไม่ยอมให้คุณมาเสียสละแทนผมหรอกนะ !"


    จีโน่ : หึๆๆๆ ไม่ควรมีเรือลำไหน... ที่จะจมลงไปโดยไม่มีกัปตัน...


    ริเอะ (น้ำตาคลอ) : กัป.....ตัน......


    ฟืบบบบ !! //ระบบล็อคนิรภัยเก้าอี้กัปตันทำงาน !!//


    กระจกนิรภัยพุ่งออกมาล็อคตัวของกัปตันจีโน่เอาไว้... เพื่อกั้นไม่ให้ลูกเรือของเขาสามารถห้ามเขาได้ !


    "กัปตัน !! ออกมานะ !!"


    "ไม่นะกัปตัน !! คุณจะตายนะคะ !!"


    //ระบบเทเลพอร์ทมวลสารทำงาน !!//


    ร่างของริเอะและมาจิถูกย้ายให้ลงมายังห้องเครื่องของพวกฝ่ายต้นกล !


    ทันใดนั้นเองชายในชุดเกราะสีดำก็ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเขา ชายคนนั้นคือฟรานซิส !


    "สีหน้าตื่นตกใจอะไรกันน่ะ ! มีคำสั่งจากสะพานยานว่าให้เทเลพอร์ทตัวพวกนายให้ลงมาด้านล่าง !" ฟรานซิสพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยชัดเนื่องจากมีชุดเกราะปิดหน้าไว้อยู่


    "กัปตัน...กัปตันน่ะสิ ! จะให้พวกเราสละยานแล้วทิ้งตัวของเขาเอาไว้คนเดียว !" ริเอะกุมมือของฟรานซิสพร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นกลัว


    "จะทำยังไงกันดีวะ ฟรานซิส... (นายใช่ฟรานซิสใช่มะ)" มาจิเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง


    "(เออช่ายๆตูฟรานซิส ไม่ใช่ทอมมี่) เราไม่มีทางเลือกแล้วล่ะ ! รีบไปขึ้นยานซะ มีแต่เราเท่านั้นที่สามารถทำภารกิจให้สำเร็จลุล่วงได้ !"


    ...


    บนสะพานยาน


    "ท่านมีชื่อว่าอะไรกัปตันแห่งกลุ่มโจรสลัด เดธ โอเชี่ยน..." จีโน่เอ่ยปากถามฝ่ายตรงข้ามที่อยู่บนจอภาพสื่อสารขนาดยักษ์


    "ค็อกแค็กๆๆๆ กล้าดีอย่างไรจึงมาถามชื่อของข้าก่อน... เจ้า... ต่างหากที่ต้องเอ่ยนามของตนเองมาก่อน !!" ทว่าถูกหัวกะโหลกผู้หยิ่งทะนงตอบกลับไปอย่างนั้น


    "กระผมคือ กัปตัน จิโนชิ 'จีโน่' โทรสไตร์ป ยศ REALMMASTER แห่งสาธารณรัฐจูเรีย... มีศักดินาเป็นทหารอารักขาขององค์หญิงซากุยะ... ผมต้องการที่จะเจรจาต่อรอง เพื่อขอให้ท่านไว้ชีวิตตัวผมหรืออย่างน้อยที่สุดไว้ชีวิตลูกเรือของผมและเอาตัวของผมไปแทน..." จีโน่กล่าวยอมแพ้ออกมาพร้อมกับเจรจาขอให้ไว้ชีวิตพวกเขา


    "ค็อกแค็กๆๆๆ เจ้ามันช่างน่าสมเพ ชที่ยอมจำนนต่อศัตรูอย่างง่ายดายเช่นนี้... ค็อกแค็กๆๆๆ พวกเจ้าได้ทำการระเบิดดวงจันทร์มานอสของดาวเคราะห์บ้านเกิดพวกข้า... โทษสถานเดียวของพวกเจ้าก็คือตาย !" กัปตันโจรสลัดผู้เห ี้ยมโหดตอบกลับมาแบบนั้น


    "ถ้าหากท่านทำลายยานลำนี้เท่ากับว่าพวกท่านได้ประกาศสงครามกับสาธารณรัฐ ซึ่งกระผมเชื่อว่านั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยแม้แต่น้อย..." จีโน่เริ่มที่จะออกอาวุธเข้าสู้


    "ค็อกแค็กๆๆๆ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่าา เจ้านี่มันช่างอ่อนหัดยิ่งนัก ! สภาสูงแห่งสาธารณรัฐไม่มีทางที่จะส่งกำลังพลออกมาช่วยพวกเจ้า ! เนื่องจากว่าหากไต่ส่วนกันแล้วมันเป็นฝ่ายพวกเจ้าที่กระทำความผิดโดยการระเบิดดาวบริวารของอาณาจักรพวกข้า ! ซึ่งทางสาธารณรัฐที่กำลังประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางการเมือง นอกจากนั้นยังมีเรื่องราวแอบลับลมคมในกันภายในสภาและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่อง 'สนธิสัญญาสงบศึก' ! ไม่มีทางที่จะเรือรบลำไหนมาช่วยพวกเจ้าแน่ ! ค็อกแค็กๆๆๆ"


    "ชิ !" เมื่อถูกจี้เข้าตรงกลางใจดำ กัปตันจีโน่จึงถึงกับเดาะปากออกมา


    "นอกจากนั้นข้ายังไม่ได้พูดถึงข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเจ้ากำลังอยู่ในเขตริมขอบนอกซึ่งหากพูดกันโดยตามกฎหมายแล้ว... ถ้าหากข้ากุดหัวของเจ้าให้แหลกเละคามือ ! พวกเจ้าก็มิสามารถเอาผิดตัวข้าได้ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่าาา ค็อกแค็กๆๆๆ" กัปตันผู้มากประสบการณ์เหนือกว่าจีโน่หลายขุมไล่ต้อนจีโน่ซะจนมุมและหมดคำพูด จีโน่ก้มหน้าน้อมรับผิดก่อนที่จะบอกว่า


    "ก็ได้... ท่านกัปปิตัน... ยานของข้าเป็นของท่านแล้ว ก่อนที่ข้าจะยอมสละชีวิตอย่างสมเกียรติ... ข้าขอทราบนามอันสูงส่งของท่านได้หรือไม่ ?"


    "จงจำเอาไว้... ข้ามีนามว่า 'ลำปาง มฤตยู'---- "


    บึ้มมมมม !!


    ยานมาร์ซิอุสถูกระเบิดเป็นจุลกลางอวกาศด้วยลูกระเบิดจากตอร์ปิโดนับไม่ถ้วน... กัปตันลำปางสั่งให้ลูกเรือระดมยิงด้วยลูกปืนซ้ำด้วยความซะใจ หลังจากที่หัวเราะด้วยความสาแกใจแล้วเขาจึงเอ่ยปากสั่งลูกเรือของเขาต่อว่า...


    "ค็อกแค็กๆๆๆ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่าาาาา !! ส่งเรือลาดตะเวนไป 5 ลำ !! พวกมันแอบส่งกระสวยอวกาศออกไปนัดรวมพลและซุกซ่อนกันอยู่ที่ไหนซักแห่ง !! ข้าไม่มีทางหลงกลพวกมันแน่ !! เอาล่ะ !! ไปได้ !!"


    ว่าแล้ว... เรือโจรสลัด 5 ลำก็แยกตัวออกไปจากกองเรือพร้อมกับพุ่งเข้าสู่ <Porter Drive> เพื่อค้นหากระสวยชูชีพของยานมาร์ซิอุส...


    ...


    ภายในกระสวยรูปวงรีนาโนคอร์ป


    "น...นั่น ! ยานมาร์ซิอุสถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าต่อตา..." ริเอะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เธอได้แต่นั่งมองเศษซากของยานอวกาศที่ลอยเค้งอยู่ท่ามกลางความมืดมิด


    "เหอะ ! ไม่ต้องกลัวหรอก... ฉันทำงานกับเจ้าหมอนั่นมาบ่อย..." ทว่าฟรานซิสกลับพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


    "หมายความว่ายังไงหรอฟรานซิส..." มาจิเอ่ยปากถามขึ้นมาด้วยสีหน้าที่กำลังสงสัย


    "เจ้าหมอนั่นน่ะเป็นนินจาอวกาศ... ตระกูลโทรสไตร์ปไงไม่เคยรู้จักหรอ... ยังไงซะเจ้าหมอนั่นก็ต้องมีวิธีที่จะเอาตัวรอดไปได้เองนั่นแหละ... กัปตันจีโน่น่ะ... แมว 9 ชีวิตจะตายไป..."


    "อย่างงั้นเองหรอ..."


    "มาจิ ! นายเหยียบให้มิดเลย ! พวกเราไปกันได้แล้ว... เดี๋ยวเรือลาดตะเวนของพวกมันจะตรวจจับพวกเราเจอ" ฟรานซิสชี้นิ้วสั่งมาจิ คลินท์


    ถึงแม้ว่าเวลาอยู่บนยานสำรวจ เขาจะไม่ได้ทำงานอยู่บนสะพานร่วมกับเพื่อนๆทั้ง 2 คนก็ตาม... แต่เมื่อใดที่ได้อยู่รวมเป็น Unit X ด้วยกันแล้ว... เค้าคือลีดเดอร์ของยูนิตๆ นี้


    "ปรับระบบความดันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม..." เสียงพูดของริเอะ ย้ำเตือนให้มาจิปรับระบบความดัน


    "ปรับแล้ว..."


    "แล้วอย่าลืมระบบต้านแรงเฉื่อยฉุกเฉินซะล่ะ..หึๆ" เสียงเตือนจากริเอะอีกครั้ง ทว่าคราวนี้แฝงไปด้วยเสียงหัวเราะเล็กน้อย...


    "ปรับแล้ว... โถ่วว ยัยบ้านิ !!" มาจิยิ้มหันมาตวาดใส่ริเอะด้วยใบหน้าที่ติดตลก...


    "เอาล่ะ... Unit-X รายงานตัว... เตรียมตัวเข้าสู่ <Porter-Drive> ได้..." ฟรานซิสผู้เป็นลีดเดอร์รีพอร์ทติ้งอิน...


    "เตรียมเข้าสู่ห้วงแห่งการผจญภัยที่รออยู่ข้างหน้าได้... !!"


    แล้วแล้ว...กระสวยรูปวงรีที่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางอวกาศก็ได้เร่งความเร็วขึ้น... จนหายลับไปกับตา !!


    วืดดดด พรึ่บบบ !!



    {END Chapter}




    แก้ไขล่าสุดโดย The New Gang; 17th June 2017 เมื่อ 17:33.

    "The little queen of ELLAS"

+ ตอบกระทู้

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts