+ ตอบกระทู้
Results 1 to 2 of 2

กระทู้: Resurrection of the BLOOD : รวมเหล่าอมตะฝ่าวิกฤตแวมไพร {Chapter 02 part 2 } “Meet the assassin”

  1. #1

    Default Resurrection of the BLOOD : รวมเหล่าอมตะฝ่าวิกฤตแวมไพร {Chapter 02 part 2 } “Meet the assassin”

    {Chapter 02 part 2}'Meet the assassin'


    เอม่อน เซเนียร์
    กลางทะเลทรายชิงพลบ



    [[จึก จึก]]



    เลือดสีแดงจากปากของเซียร์ไหลนองไปทั่วพื้น...


    ร่างของเธอในตอนนี้ยังคงสลบไม่ได้สติอยู่เนื่องจากโดยกระสุนเงินจากปืนลูกโม่ยิงทะลุปาก


    ที่ปากของเซียร์เกิดแผลเหวอะหวะไม่น่าสมองสุดๆ นอกจากนั้นกระสุนปืนยังทะลุคอหอยของเธออีกด้วย โดนเข้าไปขนาดนั้นคงจะพูดไม่ได้อีกนาน...


    นี่พูดจริงๆนะ ผมกังวลแค่เรื่องที่เธอจะพูดไม่ได้ไปอีกซักพักเท่านั้น ถึงจะรำคาญเรื่องที่เธอชอบทำตัวขี้บ่น งี่เง่า น่ารำคาญก็เถอะแต่ยังไงซะถ้าพูดไม่ได้ก็จะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องการสื่อสารและจะเป็นอุปสรรคต่อการทำภารกิจตามหาอัญมณีแห่งเลือดอย่างใหญ่หลวงเลยทีเดียว


    ขอย้ำอีกครั้ง ผมกังวลแค่เรื่องนั้นเท่านั้น...

    "ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่าาาา !! แบบนี้คงจะทำให้ยัยนั่นหุบปากไปอีกนานแสนนานกันเลยทีเดียวล่ะ ฮึๆๆๆ นาน...นานมาก เพราะคงไม่ได้เห็นแม่นั่นพูดอีกต่อไปแล้ว ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่าาา !! นี่แวมไพรตัวที่เท่าไหร่แล้วล่ะที่ฉันฆ่า 1...2...3...4....5...6....60 ตัว !! โอ้วววเป็นแวมป์ตัวที่ 60 พอดี เน้ !! เพื่อนสาวของนายน่ะได้รับเกียรติเป็นแวมไพร์ตัวที่ 60 ที่ฉันฆ่าพอดีเลยนะ !! จงภูมิใจในตัวเพื่อนของนายซะเถิดนะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่าาา !!"

    เจ้าหัวหน้านักล่าแวมไพรทมิฬคนนั้นมันช่างไม่รู้อะไรเอาซะเลย... หัวเราะร่วนๆแบบนี้ได้อีกไม่นานหรอก... ฮึ ! แล้วยังมาเยาะเย้ยกันแบบนี้ ดูท่าคงจะต้องสั่งสอนให้หลาบจำซะหน่อยละ หมายถึงเอาไว้ไปจำในนรกอะนะ !

    "นายนี่หาเรื่องตายไม่รู้ตัวจริงๆนะ ฮึ ฮึ ฮึ"
    "จริงอยู่...ที่กระสุนเงินเพียงนัดเดียวก็สามารถฆ่าแวมไพรจนถึงตายได้"

    [[ตึก ตึก !!!!]] โสดแวมไพรของผมรับรู้ถึงเสียงหัวใจของเซียร์ มันดังขึ้นอีกครั้งหลังจากหยุดเต้นไปชั่วขณะหนึ่ง

    "แต่ดูเหมือนว่านายจะปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบของตัวเองครอบงำตัวนายมากไปหน่อย"

    [[วึ้งงง !!]] สัมผัสแวมไพรของผมยังบอกอีกว่าดวงตาของเธอได้ลืมขึ้นมาอีกครั้งแล้ว...

    "พูดอะไรของแกน่ะฮะ !! ไอ้เจ้าแวมไพรบ้า !! เพื่อนแกม่องเท่งไปแล้วยังจะมาปากมากปากดีอีก เดี๋ยวแก 2 คนก็จะได้ตายตามเพื่อนแกไปในอีกไม่ช้า !!"


    "เหอะๆๆ คนที่จะตายในอีกไม่ช้าน่ะนั่นมันแกต่างหากล่ะ !!"

    [[ผ่าวววว !!]] ผมสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังของเซียร์ !! ตอนนี้เธอพร้อมที่จะใช้พลังของเธอแล้วแต่ดูเหมือนเธอยังคงใจเย็นอยู่ไม่รีบร้อนผลีผลามปลดพันธนาการของตัวเองและเข้าโจมตีซึ่งเป็นนิสัยปกติของตัวเธออยู่แล้วที่จะเน้นการจู่โจมที่ดูเชื่องช้าแต่เข้าเป้าและเห็นผล (เหมือนดั่งป้อมปราการอย่างที่เคยบอกไว้) ผมได้แต่รอเวลาว่าเมื่อไหร่เธอถึงจะเริ่มจู่โจมเพราะสิ่งที่ผมกังวลก็คือมันกำลังจะเช้าแล้วและตอนนี้เรากำลังอยู่กลางที่โล่งแจ้ง

    "ตาย ?! อะไรของแก ตายงั้นหรอ ?! ไอ้ที่ตายน่ะมันแก !! เจ้าแวมไพร !! ไม่ใช่ฉันว้อยย นี่แกประสาทเสียหรือยังไง แหกตาดูซะสิว่าเพื่อนแกน่ะโดนฉันยิง---"

    เจ้าหมอนั่นถึงกับหน้าถอดสีเมื่อแหงนหน้าขึ้นไปมองร่างของเซียร์ที่น่าจะกลายเป็นศพไปแล้วแต่ทว่า...


    ใบหน้าของเธอตอนนี้กำลังแหงนขึ้นมาจ้องมองเจ้าหัวหน้านักล่าแวมไพรคนนั้น เธอจ้องมองหมอนั่นด้วยแววตาอันน่าหวาดผวาที่สุดเท่าที่มนุษย์ทุกคนจะจินตนาการได้ ดวงตาสีแดงล้วนไร้ลูกตาดำ ทั่วทั้งลูกตามีเพียงแต่สีแดงของเลือดที่กำลังหลั่งไหลและดูมีพลังอยู่ภายในนั้น ใบหน้าของเธอหน้ากลัวราวกับภูติผีปีศาจที่มีความแค้นฝั่งลึกและผุดขึ้นมาจากนรกไม่มีผิด... ซึ่งนั่นเนื่องมาจากว่าที่ปากของเธอมีเลือดกบปากเต็มไปหมดและยังมีแผลเหวอะหวะน่าสยดสยองอยู่อีกด้วยเมื่อรวมเข้ากับรอยยิ้มอันน่าสะพรึงกลัวของแวมไพรสาวผู้กระหายเลือดและกำลังเกรี้ยวโกรธาอยู่แล้ว...มันจึงกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากจะเห็นที่สุด (แม้แต่ตัวผมก็ตาม)

    "อะไรกัน !? ยัยนั่นยังไม่ตายได้ยังไง !? ก็ฉันใช้กระสุนเงินสังหารหล่อนไปแล้วนี่นา !!!!!"


    "ถูกต้องแล้ว !! นายใช้กระสุนเงินยิงใส่ยัยนั่นเข้าเต็มๆ ทว่านายยิงผิดจุดไปหน่อยนะ !! ก็เล่นไปยิงเข้าที่ปาก เลือดที่เอ่อล้นอยู่เต็มปากมันก็ไหลลงคอได้น่ะสิ !! แล้วนายเป็นนักล่าแวมไพรทมิฬภาษาอะไรกัน !! ลืมไปแล้วหรอว่าขุมพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแวมไพรน่ะ !! นั่นก็คือเลือด !!"

    [[เปรี๊ยงง !!]]


    [[เฉือกกก !!]]

    "อุ๊ !!!!!!!!!!!!!! อ....เอือออกกกกกก !!"

    สายฟ้าฟาดเข้าตรงกลางตัวหัวหน้านักล่าเต็มๆ !! ตาของเค้าเหลือกโปนและค่อยๆกลิ้งหลุดออกมาจากเบ้าอย่างน่าสยดสยอง...


    ร่างของชายคนนั้นค่อยๆขาดครึ่งตามแนวยาว ซีกซ้ายและซีกขวาของชายคนนั้นค่อยๆแยกออกจากกัน เผยให้เห็นอวัยวะข้างในที่ไหม้เกรียมและถูกผ่าครึ่ง ตับ หัว ใจ ซี่โครง ปอด ม้าม ลำไส้ของเขาค่อยๆไหลออกมาเลอะผืนทราย


    "เซียร์ !! เอาเลย !! รออะไรอยู่ !! ปลดล็อคแท่นบูชาซะสิ !!"


    "อรรรรจ อรรรรจ อรรรรรรรรรจ"
    "ให้ตายเถอะเซียร์ !! ฉันไม่เข้าใจ !!"
    "อรรรรจจจจ จรรรรรรรจ กรรรรรรรรรรรจ"

    เป็นไปตามคาด... ปากของเธอยังคงใช้พูดไม่ได้ไปซักพัก...


    แผลที่เกิดจากวัตถุแหลมคมทั่วๆไปจะหายเป็นปลิดทิ้งในเวลาไม่กี่นาทีสำหรับแวมไพร ทว่าหากเป็นแผลที่เกิดจากเงินแล้วล่ะก็จะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันกว่าจะดีขึ้น เพราะฉนั้นถ้าใช้กระสุนเงินยิงทะลุเข้ากลางหัวใจของแวมไพร แวมไพรก็สามารถตายได้ตรงนั้นทันทีหรือถ้าเป็นอวัยวะสำคัญอย่างตับ ปอด กระเพราะ ก็ทำให้ปางตายสุดๆได้เช่นกัน...


    แต่ว่าเจ้าหัวหน้านักล่านั่นดันไปยิงเข้าที่ปากของเซียร์เต็มๆ จริงอยู่ที่อวัยวะภายในช่องปากก็เป็นส่วนสำคัญไม่แพ้อวัยวะอื่นๆอย่างที่กล่าวมา ถ้าคนปกติโดนยิงเข้าที่ปากก็ตายได้ในทันที แต่บังเอิญที่เลือดจากปากมันสามารถไหลลงคอได้ เมื่อเลือดซึ่งคือขุมพลังของแวมไพรไหลลงสู่ลำคอเมื่อไหร่ ก็จะสามารถชุบพลังให้ฟื้นขึ้นมาได้ทันตาเห็นเช่นกัน แวมไพรที่อิ่มเลือดจะมีพลังเพิ่มขึ้นมหาศาลจนสามารถใช้พลังทั้งๆที่ยังถูกพันธนาการด้วยเงินอยู่ได้นั่นเอง !! (แต่ก็แค่ระยะนึงเท่านั้นแหละนะ)


    [[เปรี๊ยง เปรี๊ยง เปรี๊ยง เปรี๊ยง !!]]


    เซียร์ยังคงใช้พลังสายฟ้าไล่ซัดพวกนักล่าคนอื่นๆ จนแตกกระเจิง !!


    พลังสายฟ้าของเซียร์โหมกระหน่ำราวกับกำลังเกิดพายุอยู่ !!


    เซียร์ไม่ใช่แค่ปล่อยสายฟ้าออกมาจากร่างของตัวเองได้อย่างเดียว ถ้าเธอมีพลังมหาศาลพอแบบที่มีอยู่ในตอนนี้ เธอสามารถอัญเชิญสายฟ้าจากท้องนภาลงมาได้โดยไม่ต้องพึ่งคฑาสายฟ้าของเธอ !!


    [[เปรี๊ยง เปรี๊ยง เปรี๊ยง !!]]



    [[บึ้มมม !!]]


    รถบรรทุกของพวกนักล่าระเบิดไปแล้วเนื่องจากโดนสายฟ้าฟาดเข้าให้ตรงบริเวณถังน้ำมัน

    "อรรรรรรรรรรจ์ อรรรรรรรรรรจ์ !!"
    "อะไรของเธอ ฉันฟังไม่รู้เรื่อง !!"

    เซียร์หันหน้ามาหาผมทั้งๆที่เลือดยังท่วมปากอยู่ ใบหน้าของเธอตอนนี้มันจะเรียกว่าน่ากลัวหรือน่าฮาดีนะ

    "อรรรรรจ์ กรรรรรรรรจ์ อรรรรรรรรรรรรรรจ์ !!"


    "จะให้ทำอะไร !!"

    หรือว่าแค่ตัวเธอคนเดียวยังไม่มีพลังพอที่จะใช้ปลดพันธนาการของพวกเรา...แล้วคำถามคือ...

    "จะให้ทำยังไงล่ะ !!"

    เธอแลบลิ้นที่เปื้อนเลือดและขาดไปครึ่งนึงของเธอออกมา...


    "ฮะ !! จะบ้าหรอ !! ให้กัดลิ้นตัวเองอะนะ !!!!! โถ่วววไม่ใช่ทุกคนนะเว้ยที่จะชอบใช้มุขทำร้ายตัวเองแบบที่เธอทำน่ะ !!"


    "อัดอิ้นอองเออ เอือดอะไอ้ไอองอู่อำออ เอออะไอ้อีออัง !!" (กัดลิ้นของเธอ เลือดจะได้ลงสู่ลำคอ เธอจะได้มีพลัง !!)


    "ไม่เอาโว้ยยย !! มีวิธีที่ดีกว่านั้นไหม !! ฉันไม่ชอบวิธีนี้ของเธอเลย !!"


    "อัํดโอ่ววเอ้ยย !! เอ้าโอ่ ออองอวง แอ่อ็อำไอ่ไอ้ อะอายออู่แอ้ว แอกอาอูสิ อะอาอิตย์อำอังอะอึ้นแอ้ววว !!!!" (ปัดโถ่วเอ้ยยย !! เจ้าโง่สมองกลวงแค่นี้ก็ทำไม่ได้ จะตายอยู่แล้ว แหกตาดูซะสิยะพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นแล้ว !!"


    ผมไม่อยากจะเชื่อจริงๆว่าตอนนี้ผมสามารถสื่อสารกับเธอได้แล้ว !!


    [[เปรี๊ยงงง !!]]

    "แอ้กกกกกก !!"
    ฟ้าผ่าลงใส่นักล่าคนหนึ่งที่กำลังจะวิ่งมาใช้ดาบเงินฟันผม ผิวของเค้าไหม้เกรียมและแหลกสลายเหลือแต่กระดูกทันที !!


    "อ้วยไอ่ไอ้แอ้วอิอะ !!" (ช่วยไม่ได้แล้วสินะ)


    [[เปรี๊ยงงง !!]]



    สายฟ้าฟาดลงใส่ข้างๆแท่นบูชาของเซียร์ แรงระเบิดของสายฟ้าทำให้มันลอยขึ้นจากพื้น !!


    หาาาา !! นี่จะเล่นมุขนี้อีกแล้วหรอ !! ร่างของเซียร์พร้อมกับแท่นบูชาที่มัดตัวเธอไว้อยู่ลอยมาชนกับแท่นบูชาของผมเต็มๆ !!


    แท่นบูชาของเราทั้ง 2 ล้มลงข้างๆกัน ร่างของเรานอนตะแคงลงอยู่กับพื้นโดยที่มีลวดเงินของแท่นบูชารัดไว้อยู่ ทว่าตัวของเราอยู่ใกล้กันจนจมูกของผมและเซียร์แทบจะแตะกันได้อยู่แล้ว


    ใบหน้าและแววตาของเราสอดประสานกัน [[ฮึบบ !!]] ผมพยายามขยับตัวเข้าไปใกล้เธอให้ได้มากที่สุด


    [[เปรี๊ยงๆๆๆ !!!]]


    [[ตู้มมม !!]]

    [[บึ้มมม !!]]


    "จ๊าาาาาากกกก !!"

    "อูยตายยย !!"

    "อ้าาาาาาาก แม่แหก !!"

    "ย้าาาาาาาาาากกก !!"

    "อ้าาากกกก เจ้าสายฟ้าฉันเกลียดแก !!!”


    สายฟ้าของเซียร์ก็ยังคงฟาดผ่าลงมายังผืนทรายอย่างไม่หยุดยั้ง พายุสายฟ้าเปรียบเสมือนสิ่งที่เป็นตัวแทนอารมณ์ของตัวเธอได้เป็นอย่างดี


    ร้ายกาจ รุนแรง ไม่คงที่ กัดไม่ปล่อย


    แคมป์ของพวกนักล่าแวมไพรทมิฬถูกทำลายลงอย่างย่อยยับในชั่วพริบตาเดียว


    พวกเหล่านักล่าพากันวิ่งหนีแตกกระเจิงเพื่อเอาชีวิตรอดจากพายุสายฟ้ากลางทะเลทรายอันปราศจากก้อนเมฆและกำลังเกิดช่วงตอนรุ่งส่าง


    ข้าวของกระจัดกระจายปลิวว่อนไปทั่ว อุปกรณ์ต่างๆถูกแรงระเบิดของสายฟ้าจนกระเด็นไปทั่วอย่างไร้ทิศทาง เศษฝุ่นทรายกระเด็นขึ้นมาจากพื้นดินราวกับภูเขาไฟที่กำลังปะทุ


    รอบตัวของเรา 2 คนเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ความวุ่นวาย ความกระจัดกระจายซึ่งเป็นผลมาจากพลังของเซียร์


    เหมือนโลกทั้งใบกำลังจะแตกและท้องฟ้ากำลังจะสว่างจ้า


    "พวกพี่ๆ จะทำอะไรก็รีบๆทำนะครับ !! แสงแดดกำลังจะมาแล้ว !! ผมยังไม่อยากตาย !!"



    เสียงตะโกนจากเจ้าเมอร์ซี่ที่พวกเราแทบจะลืมไปแล้วว่ายังคงอยู่ในการต่อสู้ครั้งนี้ด้วย...


    "ฮึ ฮึ ฮึ"


    เอ๋ ?! เสียงหัวเราะจากเซียร์นิ... จะว่าไปหน้าของเธอแดงระเรื่อขึ้นมากเลยนะระหว่างที่กำลังหัวเราะเนี่ย


    [[พรึ่บบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ !!]]


    เพียงแค่พริบตาเดียว โลกทั้งใบก็หยุดหมุนอีกรอบเป็นครั้งที่ 2


    ความวุ่นวาย ความบ้าคลั่ง ความกระจัดกระจายที่เกิดขึ้นเมื่อกี้จู่ๆก็ได้หยุดหายไปชั่วขณะ... เสียงตะโกนร้องให้ช่วยของเมอร์ซี่ก็จางหายไปจนไม่ได้ยินอีกแล้ว...


    ทุกๆอย่างรอบตัวเหมือนกำลังหยุดนิ่ง ปัญหา...ภารกิจ...สิ่งที่ทำให้รุ่มร้อนใจ... ตอนนี้มันหายไปไหนกันหมดนะ ทำไมทุกๆอย่างถึงเหมือนถูกลบหายไปในชั่วเสี้ยววินาทีได้ล่ะ


    เอาอีกแล้ว... มันเริ่มเข้ามาอีกแล้ว ความรู้สึกอ่อนนุ่ม ความรู้สึกอันบอบบางที่สัมผัสได้นี้แผ่ซ่านผ่านเข้ามาในร่างของผมอีกแล้ว


    .

    .

    .

    ผมเริ่มได้สติ... โลกเริ่มหมุนต่ออีกครั้ง... ผมเหมือนได้รับพลัง พลังในตัวของผมตื่นขึ้น... ดวงตาของผมเบิกออก !!


    สิ่งที่ผมเห็นคือใบหน้าอันงดงามและริมฝีปากสีแดงสดแสนยั่วยวนของเซียร์ !!


    [[ฟลิ้วววววว !!]]



    ร่างของผมสลายกลายเป็นฝุ่นและหลุดออกจากพันธนาการได้สำเร็จ !! ผมรีบวิ่งเข้าไปปลดล็อคแท่นบูชาของเซียร์ออก !! ก่อนจะจับมืออันอ่อนนุ่มของเธอและพยุงตัวของเธอขึ้นมาและรีบวิ่งหนีแสงอาทิตย์ที่กำลังสาดส่องเข้ามาหาเราสองคน !!

    "วิ่ง !!!!!!!! เซียร์วิ่ง !!!!!!!!!"

    "อำไอไอ่ไอ้ออังอาร์ปอองอายอ่ะ !!" (ทำไมไม่ใช้พลังวาร์ปของนายล่ะ !!)

    "ถ้าวาร์ปทันทีเราจะวาร์ปไปหาเมอร์ซี่ไม่ทัน !! ร่างของเจ้านั่นจะโดดแสงแล้วก็ไหม้เป็นธุลีก่อนที่เราจะไปถึง !!"

    "อะไออัน อีออ่างอี้อ้วยออังอายอี่เอ้าใออากอัง" (อะไรกัน !! มีอย่างนี้ด้วยพลังนายนี่เข้าใจยากจัง !!)


    "ไม่เป็นอย่างฉันไม่เข้าใจหรอก !!"


    [[ชวิ้งงง !!]]



    ผมเหลือบไปเห็นดาบล่าโลหิตและดาบสังหารมังกรจึงรีบคว้ามันขึ้นมา !!


    [[ควั่บบ !!]]


    เช่นเดียวกันเซียร์ก็เอื้อมไปหยิบคฑาสายฟ้าของเธอ !!


    ตอนนี้พวกเรา 2 คนกำลังวิ่งอยู่ท่ามกลางทะเลทรายที่มีเส้นแบ่งระหว่างเงามืดและแสงสว่างอยู่ห่างจากด้านหลังของเราเพียง 2 มิลลิเมตรและมันกำลังวิ่งไล่ตามเราอยู่แบบเดียวกับตอนจบของหนังเรื่องเดอะมัมมี่ไม่มีผิด !!


    [[เปรี๊ยงๆๆๆๆ !!]]


    สายฟ้าของเซียร์ยังคงฟาดลงมาสู่ผืนทรายอย่างไม่หยุดยั้งเนื่องจากมันยังมีพวกนักล่าแวมไพรทมิฬบางคนที่ยังตื้อไม่ยอมเลิกลาพยายามจะหาช่องโจมตีพวกเราให้ได้ กัดไม่ปล่อยจริงๆ แต่ก็ฝันไปเถอะที่จะได้แตะตัวพวกผมเป็นครั้งที่ 2 น่ะ !!

    "กลั้นใจรออีกนิดเดียวเมอร์ซี่ !! กำลังจะไปถึงแล้ว !!"

    [[พรึ่บบ !!]]


    ในที่สุดผมและเซียร์ก็วิ่งมาถึงจุดที่เมอร์ซี่อยู่แล้ว ผมรีบใช้มือแตะไปที่ตัวมัน...


    [[ฟลิ้วววว แชว่บบบ พรึ่บบบ !!]]



    และร่างของเราทั้ง 3 ก็สลายกลายเป็นเศษฝุ่นกลมกลืนไปกลับผืนทรายและวาร์ปหายไปในทันที....


    [[ฟิ้วววว !!]]



    สายลมยามเช้าพัดผ่านไปเหมือนดั่งเช่นเคย... แสงสว่างจากดวงอาทิตย์โอบล้อมทั่วผืนทราย แสงแดดส่องกระทบกับเม็ดทรายเกิดเป็นประกายระยิบระยับ พายุสายฟ้าสงบลง ความวุ่นวายทั้งหมดทั้งมวลสลายหายไปพร้อมๆกับร่างของพวกเราทั้ง 3 คน

    .

    .

    .



    ------------------------------------------------------------------------------------

    แจ๊ค เดเลนี่


    [[เปรี๊ยง เปรี๊ยง !!]]

    "ช่างเป็นราตรีที่เต็มไปด้วยฟ้าผ่าฟ้าร้องเสียจริงๆนะ"

    เสียงของฟ้าผ่าที่มาพร้อมกับห่.าฝนยามราตรีทำให้ตัวของฉันรู้สึกรำคาญขึ้นมาเล็กน้อย... แต่ก็ไม่น่ารำคาญเท่ากับขยะที่ยืนเกะกะอยู่ข้างหน้าหรอกนะ... อ๋ออ...พูดผิดสิ ! ขยะพวกนั้นมันยืนล้อมตัวฉันไว้อยู่ต่างหากล่ะ ฮึ ฮึ ฮึ


    "เฮ้ยย !! ไอ้หมอนี่มันทำเป็นเก๋านี่หว่าา !! ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่าาา !! นี่แกน่ะ !! เฮ้ยย !! มัวแต่ยืนเก๊กอยู่อย่างนั้นคิดว่าเท่ห์มากหรอฮะ !!!!! ก็บอกแล้วไงว่าส่งเงินมาให้หมดน่ะ !! คิดว่าตัวคนเดียวแล้วจะสู้พวกข้าได้หรอหะ !!"


    [[ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ ฮะ ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า]]


    นักเลงหน้าตาบัด.ซบคนหนึ่งซึ่งดูท่าทางเหมือนเป็นพวกจ่าฝูงกำลังเดินวกๆวนๆอย่างเก้ๆกังๆรอบตัวฉันพร้อมกับข่มขู่ด้วยคำพูดสไตล์ขยะๆแบบพวกหมาข้างถนนหวังที่จะได้ไถ่ตังและขโมยทรัพย์สินของมีค่าไปจากตัวของฉัน... ฮึ ฮึ พอมันพูดจบเสียงหัวเราะร่วนที่มาพร้อมกับกลิ่นปากอุบา.ทว์ๆของลูกน้องพวกมันก็ดังออกมาอย่างเป็นจังหวะราวกับได้นัดแนะกันไว้อย่างดี


    เจ้าพวกนักเลงไถ่ตังข้างถนนที่ชอบดักผู้คนตามตรอกตามซอย วันนี้พวกมันไม่รู้ซะแล้วว่ากำลังซ่าอยู่กับใคร !!

    "เอ้ยยย !! พูดไม่รู้เรื่องนี่หว่าาา !! เอ้าาา !! เน้นายยย !! นี่หรือว่าอยากเจ็บตัวกันหาาาา !! ไหนๆ ดูเซ๊ !! หมวกเท่ห์ใช้ได้นะแกน่ะ !!"

    [[ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ ฮะ ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า]]


    ไม่รู้ว่าควรใช้คำว่าน่าขำหรือน่าสมเพ.ชดี หลังจากที่เจ้านั่นใช้มือโสโครกๆของมันลูบคลำหมวกฟีโดร่าทรงสูงสีแดงเข้มที่เปียกปอนของฉันพวกลูกน้องของมันก็หัวเราะออกมาอย่างพร้อมเพรียงกันอย่างเป็นจังหวะแบบเดิมไม่มีผิดเพี้ยน... เจ้าพวกนี้มันเป็นพวกหุ่นจำลองประเภทฝังฉิบราคาถูกหรือป่าวนะหรือว่าสมองของพวกมันจะมีแต่ไขมันกับก้อนเนื้อที่ใช้การไม่ได้ !! ฮึ ฮึ ยังก่อน... ยังไม่ถึงเวลาที่จะได้ยืดเส้นยืดสายซักหน่อย... ฮึ ฮึ ไอ้เรามันก็แก่แล้วควรหัดประหยัดพลังงานและอ้อมแรงไว้ให้มากๆ มีภารกิจที่สำคัญอยู่ข้างหน้ารออยู่...


    ฉันพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองลงก่อนที่จะลงไม้ลงมือทำอะไรป่าเถื่อนออกไปกลางสถานที่ที่มีความศิวิไลซ์แบบนี้ ฮึ ฮึ นี่ฉันพูดจริงๆนะ สถานที่แห่งนี้มันช่างสวยงาม อลังการ เต็มไปด้วยปราสาทยุคเก่าใหญ่โตหรูหราโอ่อ่าดูน่ารื่นรมย์ยิ่งนัก... ประกอบกับสายฝนยามราตรีที่ยังคงโปรยปรายไปทั่วกรุงแบบนี้... มันทำให้ฉันคนนี้ไม่อยากที่จะลงมือทำอะไรป่าเถื่อนขึ้นมาเลยจริงๆถึงแม้ว่าจุดที่อยู่จะเป็นเพียงซอกตรอกระหว่างตึกเล็กๆที่ดูไม่คุณค่าราคาอะไรก็ตาม

    "เฮ้ยยย !! เบื่อที่จะพูดแล้วนะเว้ยยย !! รีบๆส่งเงินมาซะ !! แล้วพวกข้าจะไม่ทำให้นายเจ็บตัว !! นี่ถือว่าพวกข้าปราณีแล้วนะเว้ยยย !! เน้ !! ส่งเงินมาได้แล้ว !!"

    [[ช่ายๆๆๆ ส่งเงินมาได้แล้ว]]


    [[ส่งเงินมาเซ้ !!]]


    [[ยอมแต่ซะโดยดีเถอะ !!]]



    "เน้จะบอกให้เอาบุญนะ !! เคยได้ยินชื่อแก๊ง [Street Court] หรือป๊าววววว !! เหอะ !! พวกข้านี่แหละแก๊ง [Street Court] !! รู้ชื่อพวกข้าแล้วก็จงยอมจำนนแต่โดยดีเถอะ !! คงจะได้ยินชื่อเสียงพวกข้ามาบ้างแหละนะว่าพวกข้าทำยังไงบ้างกับพวกคนที่พวกข้าไถ่ตังด้วย !! ...สุดท้ายดูไม่จืดทุกราย !! ฉนั้นแกน่ะ !! ส่งตังมาซะ !! ก่อนที่จะต้องประสบชะตาแบบเดียวกับเหยื่อรายก่อนๆที่ผ่านมาน่ะ !!"


    [[ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ ฮะ ฮะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า]]

    "อ๋ออย่างงี้นี่เอง..." ฉันเริ่มที่จะพูดโต้ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอันนุ่มลึกแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง

    "หึ...??" พวกมันสงสัยเล็กน้อย

    "ที่แท้ก็พวกแก๊ง [Street Court] แก๊งนักเลงข้างถนนที่เป็นแก๊งนักเลงยักษ์ใหญ่ขาประจำที่คอยดักตีคนรวยตามซอกตึกและตัวอาคารสินะ... ฮึ ฮึ ฮึ ในที่สุดก็ได้เจอตัวเป็นๆซักที... ฮึ ฮึ ฮึ เป็นแฟนตัวยงเลยล่ะ ! ไหนๆเจอตัวเป็นๆทั้งทีก็ขอถามคำถามอะไรหน่อย...มันเป็นธรรมเนียมกันหรือยังไงนะสำหรับพวกนักเลงน่ะที่ว่าต้องทำเหล้าขายในตลาดมืดน่ะ ฮึ ฮึ ฮึ 'สุรานักเลงเบอร์หนึ่ง' [Street Spirit Berserk] นั่นก็คือยี่ห้อเหล้าของแก๊งพวกนายที่คิดสูตรขึ้นมาแล้วนำไปจำหน่ายในตลาดมืดน่ะสินะ ฉันคนนี้เคยดื่มแล้วสุดยอดเลยล่ะ !"

    "เหอะๆ ฮะ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่าาๆๆๆๆๆๆๆ !! แกปัญญานิ่มไปแล้วหรือยังไง !! คิดว่าพูดเรื่องเหล้าขึ้นมาแล้วพวกข้าจะปล่อยแกให้ลอยนวลไปหรอ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่าๆๆๆๆๆ !! น่าขันจริงๆ !! เฮ้ยยยพวกเรา !! ข้าชักชอบไอ้หมอนี่เข้าให้แล้วแหละว่ะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ !! ก็เออสิวะ !! พวกแก๊งนักเลงที่ดูมีชนชั้นหน่อยคอยปล้นแต่พวกคนรวยใจกลางกรุงอย่างพวกข้าน่ะ ก็จะทำสูตรเหล้าขายตามตลาดมืดเป็นธรรมดาล่ะ !! เป็นธรรมเนียมของพวกนักเลงมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ธรรมเนียมที่มีมาอย่างช้านานก่อกำเนิดเป็นแบรนด์ 'เหล้านักเลง' ที่เป็นเครื่องหมายสื่อให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของสังคมนักเลงแบบพวกข้ายังไงล่ะ !! นอกจากนั้นแล้วก็จะมีพวกนักล่าเงินรางวัล !! นักฆ่า !! โจรสลัด !! ไอ้พวกเดนนรกทั้งหลายก็มักจะมาร่วมด้วยแม้ว่าจะไม่ใช่นักเลงขนานแท้ก็ตาม !! แต่ก็ช่างเถอะ !! ถือว่าแบ่งปันสังคมคนเถื่อนให้กันและกัน !! เหอะ !! เปลื้องน้ำลายข้าจริงๆที่ต้องพูดน่ะ !! เอาล่ะ !! คราวนี้มึ.งส่งเงินมาให้พวกกูได้ยัง !!!!!!!!"

    ฮึ ฮึ หมอนั่นตะโกนใส่หน้าของฉันเข้าเต็มๆพร้อมกับมีหยดน้ำลายปนมาพร้อมกับเสียงตะโกนเน่าๆของมันเล็กน้อย


    ฮึ ฮึ เกือบทำฉันขึ้นไม่น้อยแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นนั้น...ฮึ ฮึ ฮึ

    "ฮึๆๆๆๆ ช้าก่อนๆ สิ่งที่ฉันคนนี้อยากจะบอกก็คือ... ถ้าเป็นอย่างที่นายพูดมาแล้วล่ะก็นะ...พวกเราถือว่าอยู่ในสังคมเดียวกันเลยล่ะ... ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ ฮึ ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่าาๆๆๆๆ !!"

    ฉันพูดออกไปพร้อมกับหัวเราะร่วนออกมาราวกับเป็นคนบ้า... เสียงหัวเราะของฉันทำให้สีหน้าของเจ้าพวกนั้นถอดสีออกจนซีดซะกลายเป็นไก่ป่วย


    อาจจะไม่ใช่เพราะเสียงหัวเราะของฉันหรอกที่ทำให้หน้าของพวกมันถอดสีแต่คงเป็นเพราะสิ่งที่ฉันยื่นให้พวกนั่นมากกว่าต่างหาก ฮึๆๆๆๆ ฮะๆๆๆๆๆ ฮ่าๆๆๆๆๆ


    สิ่งที่ฉันยื่นให้กับมือของเจ้าหมอนั่นคือเหล้าชั้นดีที่บรรจุอยู่ในขวดแก้วสีแดงเข้ม ด้านหน้าขวดเขียนด้วยตัวอักษรที่มีลักษณะคล้ายรอยเลือดสีดำว่า...


    [JACK DELENI SPIRIT SUICIDE]


    'สุราอัตวินิบาตแห่งแจ๊คเดเลนี่'

    "เผอิญว่าผ้าคลุมสีแดงเลือดหมูกับหมวกฟีโดร่าทรงสูงสีแดงเข้มของฉัน...จะปกปิดรูปลักษณ์หน้าตาของชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกนายมากเกินไปหน่อยจนทำให้พวกนายมองไม่ออกว่าฉันคนนี้เป็นใคร... แต่จากสีหน้าของพวกนายที่ซีดขาวไร้ชีวิตราวกับถูกดูดเลือดเนื้อไปจนหมดร่างแล้วก็น่าจะบอกได้ว่าพวกนายรู้แล้ว...ว่าฉันคนนี้เป็นใคร... ฮึ ฮึ ฮึ หมู่นักเลงอย่างเราก็คงรู้กันดี... *เหล้านักเลงที่ราคาแพงที่สุดในตลาดมืด... เหล้าชั้นดีที่หายากแต่กลับมียอดขายดีที่สุด... เหล้าที่เมื่อกินแล้วถ้าใจไม่แข็งพออาจจะต้องฆ่าตัวตายไปเลยก็ได้... เหล้าที่คิดค้นโดยนักล่าที่มีค่าหัวแพงที่สุดในสามโลกคนนี้... นักล่าฆ่าหัวที่สังคมนักเลงต่างพากันหวาดกลัวและร่ำรือกันว่าเค้าคนนั้นคือแวมไพร...


    [แจ๊ค เดเลนี่] คือชื่อของฉัน...!!!"
    "หน๊อยแน่แก !! ทำเป็นหยามกันเร๊อะ !! คิดว่าเป็นนักล่าหรือนักเลงรุ่นพี่แล้วจะข่มเลือดนักเลงในตัวของ [Street Court] ลงได้หรอฟะ !! เห๊อะ !! ฝันกลางวันแสกๆ !! ไอ้พวกรุ่นใหญ่รุ่นพี่น่ะ !! สำหรับนักเลงแล้วพวกแม่.งมีไว้ให้สอยเว้ยยย !! พวกเรารุมมันเล๊ยยย !!"

    [[ปัง !!]]
    กระสุนยิงพุ่งเข้ามาแสกหน้าของฉัน...

    [[พรึ่บบ !!]]

    "เฮ้ยย !! มันบินหลบไปแล้ว !!"

    "ไหนวะมองข้างบนดิ๊ !!"
    [[พร่างงง !!]] ชั่วพริบตาเดียวตัวของฉันก็มายืนปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของพวกมันโดยไม่รู้ตัว

    "เ*ี้ยยยย !!"

    [[เปรี๊ยงง !!]] กระสุนจากปืนกระบอกไม้ซัดเข้าระเบิดหัวของนักเลงคนหนึ่ง

    [[เฉือกกก แพละ !!!]] หัวของมันระเบิดออกมาเละเทะเศษสมองสีแดงกระจายออกมาราวกับอ้วกเลอะพื้นเต็มไปหมด

    "ฉิ.บหาย !!"

    [[พรึ่บ !!!]] ฉันไปปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหลังของพวกมันอีกตัว

    [[เชือกกกกกกกกกกก !!]] ดาบสั้นทำด้วยเหล็กชั้นดีสีเงาแวววาวพุ่งเข้าแทงหลังของนักเลงทั้งสองก่อนที่ฉันจะกดด้ามดาบลึกเข้าไปยังกระดูกสันหลังก่อนที่จะลากดาบลงมาเป็นทางยาวตามแนวกระดูกสันหลังและควักมันออกมาจากร่างของนักเลงแบบเป็นๆ

    [[ปัง !!]] กระสุนจากนักเลงยิงไม่โดน

    [[ปังๆๆ]] ฉันยังคงกระโดดไปมาตามซอกตรึกคอยหลบกระสุนอยู่เรื่อยๆ

    [[ปังๆๆ !!]]

    [[เปรี๊ยง !!]]


    [[ฉึก !!]] คราวนี้เป็นกระสุนเหล็กที่พุ่งเข้าไปฝังที่กลางขั้วหัวใจของนักเลงคนนั้นแทน ฮึ ฮึ ฮึ จงหลับฟันดีเถิดนะ

    [[พรึ่บบ !!]] [[เฉืออกกกกก !!]] "อ้าาาาาาาาาาาากกกกก !!!"



    ฉันพุ่งเข้ามาต่อหน้าต่อตาของนักเลงคนนั้นพร้อมใช้ดาบแทบทะลุเข้าไปในท้อง แขนของฉันทะล่ำเข้าไปข้างในก่อนที่ฉันคนจะกระฉากตับสีแดงสด !! ออกมาจากท้องของนักเลงคนนั้น !! นักเลงคนนั้นหมดสติก่อนที่จะล้มทั้งยืน เลือดจากร่างของเค้าเอ่อล้นนองพื้นโดยที่ท้องมีลำไส้เล็กปลิ้นออกมา น่าสยดสยองและน่าขยะแขยงในเวลาเดียวกัน


    [[ปิ้ววว แป๊ววว !!]]


    เหลือนักเลงคนสุดท้ายเท่านั้นที่ยังไม่ได้ถูกสังหารลงอย่างเลือดเย็น


    กระสุนโลหะของมันพุ่งมาทางฉันคนนี้ทว่ามันช่างเปล่าประโยชน์ราวกับเศษฝุ่นที่ไม่มีความหมาย ฉันใช้ผ้าคลุมสีแดงที่เปื้อนเลือดสดๆจนทำให้มันดูเป็นสีแดงยิ่งขึ้นปัดกระสุนให้ร่วงหล่นลงพื้นไปไม่ต่างจากเม็ดฝน


    นักเลงผู้สิ้นหวังยังคงใช้มือข้างเดียวของเค้าถือปืนและยิงใส่ผ้าคลุมกันกระสุนของฉันไปเรื่อยๆจนในที่สุดตัวเค้าก็ถ่อยหลังไปจนมุมซอย...


    ฉันยิ้มอย่างกรุ้มกริ่มก่อนจะถอดหมวกที่เปียกน้ำฝนออกมาและใช้ผ้าคลุมเช็ดเล็กน้อยพร้อมกับหยิบขวดสุราอัตวินิบาต ถ้าจะให้เรียกง่ายๆก็คือ [สุราฆ่าตัวตาย] ฉันเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอันเลือดเย็นแบบฆาตกรสังหารหมู่ว่า

    "เค้าว่ากันว่า... มนุษย์ที่มีจิตใจไม่เข้มแข็งพอน่ะ... เมื่อดื่มสุรานี้แล้ว... จะลงมือฆ่าตัวตายอย่างเลือดเย็นน่ะ... ยิ่งถ้ามนุษย์คนนั้นมีจิตใจที่เปราะบางเพียงใด... เมื่อดื่มแล้ว... ก็จะฆ่าตัวตายด้วยวิธีที่โรคจิตเพียงนั้น... ไหนมาดูกันซิ... ว่าจิตใจของนายจะเปราะบางขนาดไหนกัน..."

    สายตาอาฆาตของฉันจ้องมองลงไปยังดวงตาทั้งคู่ของมัน... ฝันร้ายของฉันเข้าหลอกหลอนประสาทและจิตใจของนักเลงกระจอกๆที่เรียกแก๊งตนเองว่า [Street Court] จนวิญญาณของมันมอดไหม้ม้วยมลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว... จิตใจที่หลงเหลืออยู่ของมันก็คงจะเป็นเพียงกองผงขี้เถ้าอันแสนเบาหวิวที่สามารถปลิวว่อนและกระจายออกไปทั่วเพียงแค่ใช้ลมเป่าเท่านั้น ช่างเป็นจิตใจที่อ่อนแอเสียจริงๆ


    ฉันใช้ดาบสั้นของฉันแทงทะลุรองเท้าของมันเข้าไปจนถึงเนื้อจนมันร้อง "จ๊ากกกกกกกกกกก !!" ออกมา


    ทันใดนั้นเองฉันรีบเปิดขวดสุราและจับมันกรอกใส่ปากของนักเลงผู้นั้น...


    ไม่กี่อึดใจ... เจ้านักเลงนั่นก็ลงมือสังหารตัวเองด้วยวิธีการที่ง่ายที่สุดนั่นก็คือยิงตัวตาย !! แต่ทว่า...


    [[แกรก...]]


    กระสุนปืนนั้นได้หมดไปแล้ว...


    หยดน้ำตาเริ่มไหลรินออกมาจากเบ้าของนักเลงคนนั้น เค้ากัดฟันตัวเองด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะทำ เค้าเริ่มอ้าปากและแลบลิ้นออกมาก่อนที่จะกัดลิ้นตัวเองจนขาดออกเป็น 2 ส่วน !! ตัวของเค้าล้มนอนลงไปทว่าดวงตาทั้งสองข้างยังคงเบิกข้างไว้อยู่... สติยังคงอยู่กับตัวของเค้า ตราบใดที่ยังคงมีชีวิตอยู่ฤทธิ์ของเหล้าก็จะส่งผลให้ชายคนนั้นสังหารตนเองต่อไปเรื่อยๆ


    เค้าใช้มือของเค้าควักลูกตาทั้ง 2 ข้างออกมาจนเลือดไหลนองไปทั่วก่อนที่จะคว้าลูกตาพวกนั้นและนำมันเข้าปากของเค้าไป เค้านำลูกตาเข้าปากและกลืนมันลงสู่ลำคอ


    เมื่อนำมือเข้าปากเพื่อนำลูกตาทั้ง 2 ลงคอไปแล้วมือของเค้าก็ยังไม่ยอมดึงออกมาจากปาก เหมือนเจ้าหมอนั่นกำลังล้วงอะไรที่อยู่ในลำคออยู่...


    [[พรวดดดดดดดดดดดด !!]]


    เจ้าหมอนั่นใช้มือของตัวเองกระฉากลิ้นที่เหลือออกมาจากปาก !! ก่อนที่จะสิ้นใจลงอย่างน่าอนา.ถ ท่ามกลางกองเลือดที่ดูไม่น่ามอง


    ชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆที่กระจายกองอยู่ทั่วพื้นทำให้ฉันคนนี้พะอืดพะอมเล็กน้อย...


    ...ซะที่ไหนกันล่ะ...


    ฉันยืนมองดูผลงานอย่างพออกพอใจและหยิบขวดสุราฆ่าตัวตายขึ้นมาดื่มอึกใหญ่... ถือว่าเป็นการดื่มฉลองสำหรับผลงานในครั้งนี้ก็แล้วกัน... คงกำลังสงสัยอยู่ล่ะสิว่าทำไมฉันถึงกล้าดื่มสุราขวดนี้... ก็อย่างที่บอกไปว่าคนที่มีจิตใจแข็งแกร่งพอเท่านั้นถึงจะดื่มมันได้โดยไม่เกิดใจเสาะฆ่าตัวตายขึ้นมา...


    สำหรับฉันแล้ว... เหล้าสุราที่ตนเป็นคนคิดค้นขึ้นมาเองนั้นก็เป็นแค่เครื่องดื่มทำลายสุขภาพธรรมดาๆแต่สร้างความรื่นรมย์และกระชุ่มกระชวยได้ก็เท่านั้น ไม่เคยคิดว่ามันเป็นสิ่งที่น่าเกรงกลัวต่อตัวฉันเองเลยแม้แต่น้อย... เพราะว่าจิตใจของฉันคนนี้... มันด้านชาซะจนแทบจะเรียกได้ว่าไร้หัวใจไปแล้ว...


    ปกติคนเค้าจะต้องรับประทานอาหารก่อนที่ดื่มเหล้าตาม... ทว่าฉันคนนี้กลับมีนิสัยที่ตรงกันข้าม... หลังจากดื่มสุราฆ่าตัวตายจนหมดขวดในเวลาไม่กี่นาทีแล้ว... ฉันค่อยหยิบซากศพของเจ้านักเลงคนนั้นขึ้นมา... ก่อนที่จะลงมือ (ลงปาก) เขมือบศีรษะของชายคนนั้นเข้าไปในคำเดียว...


    เมื่อเขมือบศีรษะของชายคนนั้นเข้าไปแล้ว ฉันจึงยกร่างที่ไร้ศีรษะของชายคนนั้นขึ้นสูงก่อนที่จะพลิกกลับหัวและดื่มเลือดที่ไหลออกมาจากตัวของชายคนนั้น... เมื่อเลือดไหลออกจากร่างจนเขย่ายังไงก็ไม่ไหลออกมาแล้ว ฉันจึงกัดกระชากและรับประทานร่างของชายคนนั้นจนหมดไม่เหลือแม้แต่กระดูก... ช่างดูเป็นการกระทำที่มูมมามและไร้ซึ่งอารายธรรมเล็กน้อย... หากผู้ติดตามของฉันคนนี้มาเห็นเข้าคงจะดูไม่ดีเลยทีเดียว... โชคดีที่ฉันขอให้เธอคนนั้นล่วงหน้าไปรอก่อนที่สถานที่นัดรับภารกิจเรียบร้อยแล้ว...


    หลังจากที่จัดการกับศพทุกศพด้วยวิธีแบบเดียวกันจนเสร็จแล้ว... จึงได้เวลาที่ฉันคนนี้จะมุ่งหน้าไปยังสถานที่นัดรับภารกิจ...


    บาร์เหล้าลึกลับแห่งหนึ่งในเมืองลับแลสุดแสนจะศิวิไลซ์...


    จะเรียกว่าเป็นเมืองลับแลได้ไหมนะ... ก็ดูสิ... นี่มันก็แค่เมืองหรูหราที่เต็มไปด้วยปราสาทที่งดงามกลางกรุงเบอร์ลินก็เท่านั้นเอง... มันจะเรียกว่าเป็นเมืองลับแลได้ยังไงกัน... ฉันคนนี้รู้สึกสงสัยไม่น้อย... หวังว่าจะไม่ได้มาผิดที่ล่ะนะ...


    นัดรับภารกิจกับแวมไพรที่ชื่อ [นีโอ คริมสัน]


    จะว่าไป...แวมไพรตระกูลนี้เรียกได้ว่าเป็นตระกูลที่สูงศักดิ์สุดๆเลยทีเดียว... ภารกิจจะเป็นอย่างไรนะ... อ่าหะ.... ป่านนี้ผู้ติดตามของฉันคงจะเจรจาเรื่องภารกิจกับเจ้าแวมไพรคนนั้นจนเสร็จสิ้นแล้ว... แต่ก็ช่างเถอะเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท... ก็จะไปพบให้เห็นหน้าค่าตากันหน่อยล่ะนะ...


    ฉันคนนี้สะบัดผ้าคุมที่เปียกปอนฝนและเดินออกจากซอกตึกนั้นผ่านหอนาฬิกาที่เข็มชี้อยู่ที่ตีสามสี่สิบห้านาที... (3.45) และเดินออกจากจุดๆนั้นไปท่ามกลางสายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาชำระล้างรอยเลือดที่เอ่อล้นอยู่เต็มพื้นของซอกตึก


    สายฝนยังคงโปรยปรายต่อไปพรางมีเสียงกึกก้องจากฟ้าร้องฟ้าผ่าเข้าแซกเล็กน้อย...และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง...


    END
    {{{RESURRECTION OF THE BLOOD}}}



    "I know why you want to bully me !! Because I'm so special right ?? Because I'm unique !! Because I'm better than you !! People don't like things that are better than them !!"

    Nicodemus Ywain


    {{Chapter 03}} coming soon

  2. #2

    Default

    รอคอยวันที่ตัวละครของผม Debut อยู่นะ 555+

    ชอบเซียร์น่ารัก ซึนๆ ผมดำ ปากร้าย เมอร์ซี่ เซเนียร์ดูเท่ห์ดีนะแต่บทโคตรน้อยสงสัยจะเป็นตัวประกอบจริงๆ

    "The little queen of ELLAS"

+ ตอบกระทู้

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts