+ ตอบกระทู้
Results 1 to 4 of 4

กระทู้: Resurrection of the BLOOD : รวมเหล่าอมตะฝ่าวิกฤตแวมไพร์ {Chapter 01} 'Dusk in the desert'

  1. #1

    Default Resurrection of the BLOOD : รวมเหล่าอมตะฝ่าวิกฤตแวมไพร์ {Chapter 01} 'Dusk in the desert'

    Chapter 01 : Dusk in the Desert



    ...

    ...

    ...



    เอม่อน เซเนียร์
    วิหารใต้ดินลึกลับแห่งหนึ่งในตุรกีกลางทะเลทรายชิงพลบ [The dusk desert]


    พวกเรา 3 คน ผม [เอม่อน เซเนียร์] แวมไพร์หนุ่ม (จริงๆก็ไม่หนุ่มหรอกนะแค่หน้าตาดูหนุ่ม) แวมไพร์กร้านโลกจอมวางแผนที่แผนไม่เคยใช้ได้ผลเลยในเวลานี้ [เซียร์] แวมไพร์สาวผมสีดำเกือบยาวผู้มีแววตาสวยคมสีม่วงอมแดงน่าค้นหา [เมอร์ซี่ เซเนียร์] แวมไพร์รูปหล่อผมสีเหลืองบลอนด์จนเกือบจะเป็นสีทองน้องชายแท้ๆของผมเจ้านี่มันจอมพลังมากเรียกได้ว่าเป็นขาลุยของแท้ !!


    แต่ต่อให้พวกเรา 3 คนจะมีพลังพิเศษพิศงมาจากไหน มันก็ไม่อาจช่วยเรา 3 คนให้รอดจากสถานการณ์เลวร้ายที่กำลังเผชิญอยู่ตรงหน้านี้ได้เลยซักนิดเดียว ให้ตายสิผับผ่า !!

    "เอาไงล่ะเอม่อน !! นายมีแผนอะไรอีกล่ะฮะคราวนี้พ่อนักวางแผน !! ชั้นก็เตือนแล้วว่าให้ระวังตอนไปหยิบแผ่นศิลานั่น !! วิหารโบราณแบบนี้ยังไงมันก็ต้องมีกับดักอยู่แล้ว...แล้วตอนนี้วิหารก็กำลังจะถล่ม คราวนี้จะทำยังไงล่ะฮะพ่อนักวางแผน [ผู้ที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลายชั้น คิดวางแผนเหนือกว่าคนและแวมไพร์ทั่วๆไปหลายเท่า]"

    คำพูดที่เซียร์ยกขึ้นมาใช้ย้อนสอนและประชดประชันผมนั่นก็คือคำพูดที่ผมใช้โอ้อวดสรรพคุณและความสามารถของตนเองเสมอก่อนที่จะทำภารกิจทุกๆอย่าง เวลาทำภารกิจซึ่งผมจะเป็นคนนำทีมตลอดผมจะพูดก่อนเสมอว่า 'ไม่ต้องห่วงหรอกน่า... เพราะมีชั้นผู้ซึ่งเป็นนักวางแผนและมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์หลายชั้น คิดวางแผนเหนือกว่าคนและแวมไพร์ทั่วๆไปหลายเท่าอยู่ยังไงล่ะ ฉนั้นภารกิจต้องสำเร็จลุล่วงแน่ๆ !!' ซึ่งดูเหมือนว่าเธอคงจะรำคาญคำพูดเกริ่นนำของผมเอามากเลยนะนั่น แต่ปกติแล้วแผนของผมมักจะใช้ได้ผลนี่นาาา !!

    "จะให้ทำยังไงเล่า !! ก็ชั้นดักทางกับดักที่มันมีก่อนหน้านี้ได้เป็น 10 แล้วนี่นา กับดักเส้นด้ายที่มักจะดักอยู่หน้าสมบัติในระยะ 2 มิลลิเมตรชั้นก็ดักได้แล้ว !! ใครมันจะรู้ว่ามันจะวางกับดักแบบที่สัมผัสแผ่นศิลาแล้ววิหารจะถล่มลงมากันล่ะ !! กับดักแบบนี้ไม่ว่าใครก็โดนดักกันหมดทั้งนั้นแหละน่า !!"


    "จริงๆแล้วมันเป็นเพราะนายโง่เองมากกว่าต่างหากล่ะ !! กับดักวิหารถล่มแบบนี้ใครๆเค้าก็ดูออกกันทั้งนั้นแหละน่า !! เราก็ไม่ได้อายุน้อยๆกันแล้วนะ หนังสือนิยายผจญภัย ภาพยนตร์อะไรไม่ได้หัดดู หัดอ่านมั่งหรือไง !!"


    "นี่เธอว่าชั้นโง่หรอ !! แล้วถ้าเป็นเธอล่ะจะทำยังไง !! ปล่อยสายฟ้าอัดใส่แผ่นศิลาหรอ !! กับดักที่มันวางเอาไว้ต้องการให้วิหารนี้ถล่มอยู่แล้วไม่ว่ายังไงก็ตาม เพราะมันไม่ต้องการให้ใครได้ครอบครองมัน !! เมื่อไหร่ก็ตามที่แผ่นศิลานั่นเคลื่อนที่ไม่ว่าจะถูกสัมผัสเพียงปลายนิ้ววิหารนี้ก็จะถล่มลงมาทันที !! เพราะตามตำนานได้บอกไว้ว่า [แผ่นศิลาสีเลือดไม่มีผู้ใดที่สามารถครอบครองได้ ตัวของมันคือนายของมัน ผู้ใดที่หมายจะครอบครองมันจะต้องพบกับความตาย]"


    "อ่าว !! นี่กลายเป็นว่าชั้นผิดหรือยังไงกัน !! ชิ !! พวกคำพูดที่อยู่ในตำนานแบบนั้นมันจะไปเชื่อได้ยังไงกันเล่า !!"


    ผมกับเซียร์เอาแต่เทลาะกันไปมาจนไม่ได้สนใจสิ่งที่กำลังล้อมรอบอยู่เลยแม้แต่น้อย !!


    "นี่ !! พวกพี่ๆอย่ามัวแต่เล่นละครสามีภรรยาเทลาะกันได้ไหม !! พวกเรามีปัญหาใหม่แล้ว !!]"

    เมอร์ซี่ตะโกนขึ้นมาทำให้ผมและเซียร์ตระหนักถึงสถานการณ์ปัจจุบันตอนนี้ว่าพวกเรากำลังจะตาย !!


    [[ตึกกกกกๆๆๆๆๆๆๆๆ]]


    เสียงฝีเท้ามากมายดังขึ้น...เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังวิ่งกรูกันเข้ามาหาพวกผม 3 คน


    ทันใดนั้นเองผมก็เหลือบไปเห็น...ก่อนจะอุทานขึ้นมาว่า "งานงอกแล้วสิ..."


    ฝูงซอมบี้นับ 100 ตัวกำลังวิ่งเข้ามาด้านในห้องเก็บแผ่นศิลาที่พวกผมกำลังยืนอยู่ ฝูงซอมบี้ทั้งด้านซ้ายด้านด้านขวาด้านหน้า ด้านหลังวิ่งกรูกันเข้ามาปิดกั้นทางออกไว้หมดและกำลังเคลื่อนที่เข้ามาด้วยความเร็วราวกับนักกีฬาวิ่งโอลิมปิค


    เมื่อผมเงยหน้าขึ้นไปมองหาทางออกทางสุดท้ายนั่นก็คือด้านบนเหนือหัว... ก็พบว่ามันถูกปิดตายด้วยกลไกของวิหารเรียบร้อยแล้ว !!


    สิ่งที่พวกผม 3 คนทำได้อย่างเดียวในตอนนี้ก็คือตั้งรับกับฝูงซอมบี้ที่กำลังวิ่งกระโดดเข้ามาด้วยความเร็วสูงเพื่อที่จะกัดกิินเลือดเนื้ออันตายยากของพวกผม !!

    "นั่นมันฝูงซอมบี้แวมไพร์ ตามตำนานบอกไว้ว่ามันเป็นลูกสมุนองครักษ์ของแวมไพร์ที่เป็นผู้สร้างศิลานี้นั่นแหละ !! ในสมัยก่อนมีการใช้คำสาปของแม่มดปลุกชีพแวมไพร์ที่ตายไปแล้วให้ฟื้นขึ้นมาเป็นซอมบี้คอยเฝ้าดูแลวิหาร"


    "มันใช่เวลามาพูดเรื่องตำนานหรือยังไงกันเล่าเอม่อน !!"
    เซียร์กระเดาะปากพร้อมบ่นออกมาอีกครั้ง

    "เดี๋ยวก่อนสิ !! นายก็ทำให้พวกชั้นสลายกลายเป็นเศษฝุ่นแล้ววาร์ปหนีไปจากถ้ำวิหารบ้าบอนี่ซะสิ พลังของนายน่ะ !!"

    เซียร์เสนอแนวทางหาทางรอดขึ้นมาน่าเสียดายจริงๆที่ผมต้องบอกว่า

    "มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นนั่นแหละแต่เหมือนว่าวิหารนี้จะถูกปิดตายแล้วก็ล้อมไปด้วยม่านเวทย์แล้วน่ะสิ !! พลังของชั้นไม่สามารถวาร์ปออกไปได้"


    "งั้นก็มีวิธีเดียวแล้วล่ะตอนนี้..."

    เมอร์ซี่จู่ๆก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงโทนต่ำ

    "ก็สู้กับพวกมันไง"

    คำพูดที่ออกมาจากปากของเมอร์ซี่อาจจะดูเท่ห์อยู่บ้างแต่สำหรับผมมองว่าเห่ยซะไม่มี...

    "นี่ !! ซอมบี้เป็นร้อยๆ เราแค่ 3 คนจะต้านมันไหวได้ยังไง---"

    [[ฉึกกกก !!]]


    ซอมบี้แวมไพร์พุ่งเข้ามาใส่ผมเร็วมากซะจนผมไม่ได้ทันตั้งตัว !! ขณะเดียวกัน ทางด้านเมอร์ซี่และเซียร์ก็กำลังรับมือกับฝูงซอมบี้ที่พุ่งเข้ามารุมด้วยความรวดเร็วเช่นกัน !!


    พวกมันพุ่งเข้ามาเร็วมาก !! ซอมบี้จำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้ามารุมดันผมจนล้มลงไปนอนกับพื้น !! ก่อนที่มือเน่าๆนับ 10 พยายามที่จะคลืบคลานมาแกะเนื้อหนังของผม !!


    [[ฟรึ่บบบ !!]]


    ร่างกายของผมสลายกลายเป็นฝุ่นผงในชั่วพริบตา เสียงของกองฝุ่นจำนวนนึงกระทบกับอากาศเกิดเป็นเสียงดังขึ้นมา !! เศษของฝุ่นที่มีลักษณะเป็นเถ้าธุลีสีเทาที่เหมือนขี้เถ้าที่เกิดจากการเผาศพพุ่งขึ้นมารวมตัวกันกลางอากาศและปรากฏเป็นร่างของผมอีกครั้ง !! ตัวของผมลอยอยู่บนอากาศก่อนที่จะพุ่งตัวลงไปใช้รองเท้าเหล็กเหยียบทะลุกะโหลกซอมบี้จนสมองสีแดงๆของมันทะลักออกมากระจัดกระจายเละเทะ !!


    ผมกระโดดขึ้นไปลอยบนอากาศอีกครั้งก่อนจะพุ่งลงมาพร้อมกับชักดาบซามูไรสีเงินปนแดงออกมาไล่ฟันซอมบี้ขาดไปทีละตัวๆ !! ผมใช้ [ดาบล่าโลหิต] ของผมละเลงหัวของซอมบี้แต่ละตัวด้วยความเมามันส์ !! ทุกครั้งที่ได้จับดาบเล่มนี้มันทำให้ผมรู้สึกสนุก หิวกระหายและเมามันส์ขึ้นมาได้ทุกเมื่อ !!


    ทางด้านเซียร์ปักคฑาสายฟ้าลงพื้น !! สายฟ้าจากคฑาพุ่งออกมาเข้าช็อตสกัดซอมบี้ที่กระโดดพุ่งเข้ามาร่วงไปทีละตัวๆ ในขณะเดียวกันเซียร์ก็ใช้พลังสายฟ้าของเธอเองเผาซอมบี้จนสภาพตัวมันไหม้เกรียมชนิดที่ว่าใบหน้าอัปลักษณ์น่าขยะแขยงของพวกมันก็ไหม้หายไปในชั่วพริบตา


    ส่วนเจ้าเมอร์ซี่เรียกได้ว่าหมอนี่มันคือเครื่องจักรจอมพลังล่าสังหารของจริง !! เมอร์ซี่ไล่วิ่งขวิดกระแทกอัดฝูงซอมบี้แต่ละตัวกระเด็นร่วงลงไปอย่างง่ายดาย !! พละกำลังอันมหาศาลของเมอร์ซี่มาพร้อมกับความรวดเร็ว !!


    ในขณะที่ผมต้องเหาะไปเหาะมาคอยพุ่งลงไปฟันหัวซอมบี้และพุ่งตัวขึ้นมาก่อนที่จะพุ่งลงไปเฉาะหัวตัวอื่นอีกครั้ง บางทีก็ต้องใช้พลังวาร์ปหลบซอมบี้ที่พุ่งเข้ามาโจมตี หรือเซียร์ที่ปักหลักอยู่เฉยๆโดยมีคฑาสายฟ้าคอยจู่โจมในลักษณะของป้อมปราการแต่ก็ต้องคอยระวังซอมบี้ที่หลุดเข้ามาและพุ่งเข้าใส่ด้วยเช่นกัน ตรงข้ามกับเมอร์ซี่ที่เป็นฝ่ายพุ่งเข้าหาฝูงซอมบี้และเป็นฝ่ายไล่ขวิดไล่โจมตีพวกซอมบี้แทน !!


    [[ฟรรรรจ์ !!]]

    "ฮ่ะ !! เอื้อออกก !!"
    ซอมบี้ตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาถึงตัวของเซียร์ได้ !! จนแล้วจนรอด จุดอ่อนของการโจมตีแบบตั้งรับแบบป้อมปราการของเซียร์ก็ปรากฏให้เห็นจนได้ !!


    เซียร์กระเด็นไปชนกับคฑาจนร่วงลงไป !! เรียกได้ว่าป้อมปราการของเซียร์ตอนนี้ถูกตีแตกซะแล้ว !!


    เซียร์ปล่อยกระแสไฟฟ้าช็อตซอมบี้ตัวที่พุ่งเข้าหาเธอจนมันหน้าไหม้และกระเด็นออกไปแล้ว แต่ทว่าซอมบี้หลายสิบตัวที่รอซ้ำอยู่ได้พุ่งเข้ามาพร้อมๆกันกดร่างเซียร์ร่วงลงไปนอนกับพื้น !! ก่อนที่พวกมันจะรุมกินโต๊ะเซียร์อย่างสนุกสนาน

    "ช่วยชั้นด้วยเอม่อน !! เฮืออกก !! ชั้นต้านไว้ไม่ไหวแล้ว !! แอ้กก !!"


    "อ่าววเซียร์ !! ไปช่วยเดี๋ยวนี้แหละ !!"

    เซียร์ร้องทุรนทุรายออกมา เศษฝุ่นขี้เถ้าที่เกิดจากการวาร์ปของผมฟลุ้งไปทั่ว ผมวาร์ปไปฟันซอมบี้ที่รุมเซียร์อยู่รัวๆทว่าพวกมันเยอะมาก !!


    [[ปึก !!]] [[ฟวับบ !!]] [[ฉึกก !!]] [[เฉือกก !!]] [[ฉับ !!]] [[พลับบ !!]] [[ปึ่ยย !!]]


    ผมหมุนตัวใช้ดาบฟันหัวซอมบี้ขาดครึ่งก่อนจะหมุนกลับไปถีบทะลุตัวของซอมบี้อีกตัวจนเครื่องในมันทะลุออกมาก่อนจะหันไปแยกชิ้นส่วนซอมบี้อีกตัวและปล่อยขบวนท่าต่อสู้โดยใช้ทั้งร่างกายและดาบออกมาเรื่อยๆผสานกับการเทเลพาร์ทของผมจนสามารถสกัดฝูงซอมบี้ให้ออกห่างจากตัวของเซียร์ได้ในที่สุด !!


    [[ปึ้งงงงงง !!]]


    เมอร์ซี่หลังจากที่ไปทัวร์ไล่ขวิดไล่อัดซอมบี้อยู่นานจนเกือบจะออกนอกเขตพื้นที่การต่อสู้ในที่สุดก็กระโดดกลับมาจนได้ พร้อมกับงัดอาวุธประจำตัวออกมาปลดปล่อยเครื่องมือปีศาจให้เป็นอิสระ !!


    เมอร์ซี่วางกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ของมันลงกับพื้นก่อนที่จะคว้าเอาปืนปากแตรเก่าๆด้ามจับทำจากไม้ปากปืนทำจากเหล็กขึ้นมาและใช้มันเหนี่ยวไก...


    [[ตู้มมมม !!]]


    อนุภาพการทำลายล้างรุนแรงกว่าระเบิดมือของพวกหน่วยรบนาวิกโยธินซะอีก !! มืออีกข้างนึงของเมอร์ซี่ถือเลื่อยด้ามงอสนิมเครอะที่มีลวดหนามรัดเอาไว้รูปลักษณ์ของมันราวกับปีศาจกำลังหิวโหยที่ถูกล่ามโซ่และถูกมัดด้วยลวดหนามไม่มีผิด !! เมอร์ซี่ใช้มันผ่าร่างของซอมบี้ออกเป็น 4 ท่อนอย่างง่ายดายราวกับปอกผลไม้ร่างของซอมบี้ค่อยๆแยกออกจากกันและไหลหล่นลงไปกองกับพื้นท่ามกลางกองเลือดและเครื่องในที่ยังกระตุกได้อยู่ !!


    เซียร์ตั้งคฑาสายฟ้าให้ขึ้นมาใช้การได้อีกครั้ง !! พวกเรา 3 คนรวมพลังกันต่อสู้แบบป้อมปราการตั้งรับการจู่โจมของพวกซอมบี้แวมไพร์ที่ไม่มีทีท่าว่าจะหมดซักที !!

    "นี่ !! สู้ต่อไปแบบนี้ไม่มีทางชนะหรอกนะ !! พวกมันไม่มีทีท่าว่าจะลดจำนวนลงเลย !!"


    "เอาล่ะ !! ในเมื่อตอนนี้เราตั้งหลักได้แล้วชั้นคิดอะไรดีๆออกละ !! เมอร์ซี่นายเป็นคนที่ทนทานที่สุดแล้วในบรรดาเรา 3 คนนายเก็บแผ่นศิลาเอาไว้ !!"


    "แล้วไงต่อล่ะพี่ !!"


    "ในเมื่อสู้มันไม่ได้ก็ถล่มวิหารให้มันรีบๆพังลงมาเลยละกัน !! ตัววิหารมันทำท่าว่าจะถล่มมาได้ระยะนึงแล้วแต่ก็ไม่ยอมถล่มลงมาจริงๆซะที มีแต่เศษหินเคลื่อนหล่นลงมากับเสียงสั่นสะเทือนจากพื้นถ้ำ... ถ้าให้เดา...กลไกของวิหารนี้มีไว้แค่เพื่อสร้างความตื่นกลัวให้กับผู้บุกรุกเท่านั้นเองต่างหาก !! ก่อนที่จะปิดตายวิหารและปล่อยให้ผู้บุกรุกถูกฆ่าโดยฝูงซอมบี้ !! เมื่อผู้บุกรุกทำอะไรไม่ถูกเนื่องจากความหวาดกลัวว่าวิหารจะถล่มแถมยังมีซอมบี้ที่มาจากทุกสารทิศ ความขาดสติในตอนนั้นก็จะทำให้ตกเป็นเหยื่อของกับดักวิหารได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับเธอยังไงล่ะเซียร์ ฮะ ฮะ ฮ่าา"


    "ชิ !!"


    "ลองคิดดูสิว่าวิหารแบบนี้อยู่มาได้หลายร้อยหรืออาจจะถึงพันปี ต้องมีซักครั้งล่ะที่มีพวกนักล่าสมบัติเข้ามาค้นวิหารนี้เพื่อจะตามล่าแผ่นศิลาแห่งเลือดแต่ทำไมกั๊นน ที่วิหารนี้มันยังคงอยู่ในสภาพที่ดีเหมือนไม่เคยมีการถูกบุกรุกมาก่อน เพราะว่ามันไม่เคยถล่มยังไงล่ะ !! เซียร์...ใช้สายฟ้าของเธอถล่มวิหารให้พังลงมาเลย !! เมอร์ซี่นายกระโดดขึ้นไปพังเพดานถ้ำให้ถล่มลงมามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ !! ส่วนชั้นจะทำหน้าที่ยื้อพวกซอมบี้ที่อยู่ด้านล่างนี้เอง !! ชั้นยื้อได้ไม่นานนะโว้ยย !! พวกนายรีบๆด้วยล่ะ !!"


    "รับทราบบ !!"


    "รับทราบบ !!"
    สิ้นเสียงรับทราบของทั้งสองคนไปก็ถึงเวลาที่ผมจะต้องร่ายรำอีกรอบ


    ผมมีมุกเด็ดประจำตัวของผมอยู่เสมอเอาไว้ใช้สำหรับเอาตัวรอดในเวลาขับขันแบบนี้... ผมแกะกระเป๋ากางเกงของผมออกและหยิบถุงสีดำออกมา นั่นคือถุงขี้เถ้าที่เกิดจากการเผาศพคนตายผมจะพกติดตัวไว้อยู่เสมอ ผมแกะถุงนั่นออกก่อนที่จะโยนมันขึ้นฟ้าและใช้ดาบล่าโลหิตฟันผ่ากลางถุงให้ขี้เถ้ากระจายออกและฟลุ้งไปทั่วรัศมีที่ผมกับเซียร์ยืนอยู่


    ทุกที่ที่มีฝุ่นหรือขี้เถ้าร่างของผมสามารถสลายกลายเป็นฝุ่นผงและหลอมรวมเข้ากับมันได้หมด !! ร่างของผมสลายและรวมตัว สลายและรวมตัว หมุนวนไปรอบๆบริเวณที่มีฝุ่นขี้เถ้ากระจายอยู่ด้วยความเร็วและใช้ดาบล่าโลหิตฟันร่างของซอมบี้ที่อยู่บริเวณรอบๆไปด้วย !! ร่างซอมบี้ที่อยู่รอบตัวร่วงลงไปนอนอาบเลือดภายในชั่วพริบตา กองศพของพวกซอมบี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆในเวลาไม่กี่นาที !!


    ความเร็วในการวาร์ปของผมมากพอที่จะทำให้ฝุ่นขี้เถ้าบริเวณนั้นยกตัวสูงขึ้นราวกับเป็นพายุฝุ่นทอร์นาโดขนาดย่อมๆภายในถ้ำเลยทีเดียว !! ในขณะเดียวกันเมอร์ซี่ก็พุ่งกระโดดขึ้นไปทำลายเพดานถ้ำให้ได้มากที่สุดที่จะทำได้ เหมือนว่ามันจะพุ่งทะลุเข้าไปในเพดานถ้ำและหายไปเลย บ้าบิ่นของจริงนะไอ้นี่ !! ส่วนผมและเซียร์ที่อยู่ภาคพื้นดินก็ยังคงต้องทนอยู่กับฝูงซอมบี้ต่อไป


    เซียร์ปล่อยสายฟ้าของเธอออกไปอย่างไร้ทิศทางเนื่องจากฝุ่นที่ฟลุ้งไปทั่วบดบังการมองเห็นของเธอ หวังให้ถ้ำถล่มลงมาให้ได้ !! ส่วนคฑาสายฟ้าของเซียร์ก็ยังคงทำหน้าที่เป็นป้อมปืนต่อไป


    [[เปรี๊ยงงง !!]]

    "อ้ากกกกก !!"

    สายฟ้าจากคฑาของเซียร์พุ่งมาซัดเข้าที่ผมเต็มๆจนได้ !! เหมือนว่ามันจะพุ่งใส่ซอมบี้ที่กำลังจะพุ่งตัวเข้ามาแต่จากการวาร์ปอันไร้ทิศทางและวาร์ปไปทั่วของผมทำให้ตัวของผมไปรับสายฟ้านั้นเต็มๆ !!

    "เอื้ออก !!"

    ผมกระเด็นลงไปนอนกองอยู่ท่ามกลางฝูงซอมบี้ที่อยู่นอกป้อมที่ผมกับเซียร์สร้างไว้ !! พวกซอมบี่้พุ่งเข้ามาพร้อมกับใช้เขียวของมันกัดเข้าไปที่แขนขวาของผมก่อนจะกระฉากเนื้อสีแดงสดของผมขึ้นมา !! เกิดเป็นรอยเหวอะหวะที่แขนของผม ซอมบี้ตัวอื่นๆก็พุ่งเข้ามาฉุดดึงกระชากร่างของผมจนยับเยิน !!

    "โอ้ยยยย อ้ากกกก แอ้กกกก !!"

    ร่างกายผมได้รับความเสียหายอย่างมากจนไม่สามารถวาร์ปหนีไปได้ไกล... ผมสลายร่างกายที่สะบักสะบอมและเต็มไปด้วยเลือดและรอยเหวอะหวะกลายเป็นฝุ่นและวาร์ปขึ้นไปกลางอากาศอย่างทุลักทุเลแต่ก็ไม่พ้นถูกฝูงซอมบี้ฉุดกระชากขาของผมลงไปรุมขยี้อย่างสนุกสนานอีกครั้ง !!

    "ไม่นะเอม่อน !! ทนไว้ก่อนนะ !!"


    [[เปรี๊ยงง !! บึ้มม !!]]



    สายฟ้าขั้นรุนแรงจากเซียร์พุ่งมาใส่ฝูงซอมบี้ที่กำลังพยายามฉีกกระชากร่างกายของผมอยู่ สายฟ้ารุนแรงมากจนเกิดแรงระเบิดขึ้นมา !!


    ร่างกายของผมยังอยู่ครบ 32 แม้ว่าแขนขาจะถูกรุมแทะรุมกัดโดยฝูงซอมบี้จนเกิดเป็นรอยเหวอะหวะและเลือดไหลอาบไปทั่วแขนขาของผมตอนนี้ถูกเลาะเนื้อออกจนแทบจะเห็นกระดูกอยุ่แล้วใบหน้าและลำตัวผมเสียโฉมไปหมดกระดูกหักและแตกไปหลายซีกจนตอนนี้ขยับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว... ถ้าเป็นคนปกติถ้าโดนซอมบี้แวมไพร์กัดก็จะกลายร่างไปเป็นแบบนั้นด้วยแต่ทว่ามันจะไม่มีผลกับแวมไพร์ พิษบาดแผลที่เกิดจากเขี้ยวเล็บของซอมบี้แวมไพร์ก็ไม่มีผลอะไรกับแวมไพร์อย่างผมเช่นกันอีกไม่นานมันก็จะได้รับการเยียวยาจนหายเป็นปลิดทิ้งเหมือนว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน... ต้องเป็นบาดแผลที่เกิดจากการโจมตีโดยอาวุธที่ทำจาก 'เงิน' เท่านั้นที่สามารถสังหารแวมไพร์ลงได้ แต่ถึงกระนั้นถ้าหากถูกฉีกแขนขาออกเป็นชิ้นๆและถูกหมกเน่าไว้อยู่ในถ้ำแบบนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากตายหรอกนะ !! เป็นชีวิตที่แย่กว่าความตายด้วยซ้ำ !!


    สายฟ้าขั้นรุนแรงที่ทำให้เกิดแรงระเบิดขนาดนั้นเซียร์ไม่สามารถใช้พลังจากร่างกายตัวเองปล่อยออกมาได้แน่ๆ ตอนนี้ฝูงซอมบี้รอบตัวผมถูกแรงระเบิดจนแขนขาและร่างกายของพวกมันแหลกเละเป็นซากเลือดไปหมดแล้วทว่าฝูงที่เหลือกลับมุ่งไปทางต้นตอของสายฟ้าเมื่อกี้แทน นั่นก็คือเซียร์ !!


    ผมตะเกียกตะกายพลิกตัวเพื่อหันไปหาเซียร์... เป็นเซียร์ที่ยืนถือคฑาสายฟ้าของเธออยู่และพร้อมต่อสู้กับพวกฝูงแวมไพร์ !! เธอถอดป้อมปราการของเธอออกเพื่อที่จะใช้มันมาช่วยชีวิตผมแทน !! แต่ว่าถ้าเซียร์ไม่มีป้อมปราการสายฟ้าคอยป้องกันเธอไม่มีทางต้านฝูงแวมไพร์พวกนั้นอยู่แน่ !! สถานการณ์ตอนนี้คนที่กำลังจะแย่คือเซียร์แล้วไม่ใช่ผม !!


    [[เปร๊ยงงง !! บึ้ม !!]]


    เซียร์ปล่อยสายฟ้าจากคฑาระเบิดฝูงซอมบี้แวมไพร์ที่อยู่ตรงหน้ากระจายออก !! ทว่าฝูงซอมบี้แวมไพร์จากด้านหลังพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วและคว้าตัวเธอไว้ !! คฑาหลุดจากมือของเซียร์ไป !! เซียร์พยายามใช้สายฟ้าเข้าสู้ !! แต่ก็ไม่เป็นผลพวกมันมีมากเกินกว่าที่เซียร์จะรับมือคนเดียวไหว !!


    เซียร์ถูกดันร่างลงไปนอนกับพื้นอีกครั้งก่อนจะถูกฝูงซอมบี้ล็อคแขนล็อคขาเอาไว้ !! เธอป้องกันตัวเองไม่ได้อย่างสมบูรณ์ !!


    เซียร์ที่ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ถูกฝูงซอมบี้รุมยำราวกับเป็นของเล่น !! ผมพยายามคลานไปช่วยแต่ก็ไปไหนไม่ได้ไกลเนื่องจากร่างกายได้รับบาดเจ็บมากเกิน !!


    ผมต้องทำอะไรบางอย่าง !! ไม่งั้นร่างกายที่บอบบางของเซียร์ต้องถูกบดขยี้จนแหลกเละก่อนผมแน่ๆ !!


    สายตาแวมไพร์ของผมมองเข้าไปที่ฝูงซอมบี้ที่กำลังจัดงานเลี้ยงฉลองกับร่างกายของเซียร์ พบว่าพวกมันกำลังพยายามกอดรัดร่างของเซียร์ให้ร่างของเธอแหลกละเอียด !!



    "เฮืออออออออออกกกกก อ้ากกกกกกกก !!"

    เสียงร้อนทรมารของเซียร์ดังออกมา ผมจินตนาการไม่ออกจริงๆว่าเธอจะเจ็บปวดขนาดไหน !! ซึ่งผมไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้ซักอย่างเลย !! ผมทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ด้วยการขว้างดาบอีกเล่มของผม 'ดาบสังหารมังกร' พุ่งลอยไปเฉาะหัวซอมบี้สมองไหลร่วงลงไปตัวนึง !! ซึ่งนั่นยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ไปกว่าเดิม !! ฝูงซอมบี้ส่วนนึงหันมาทางผมก่อนที่จะพุ่งเข้ามาเพื่อปิดบัญชีผมให้สิ้นซาก !!


    ผมเอื้อมใช้พลังควบคุมฝุ่นของผมเพื่อหวังจะทำอะไรซักอย่าง (คิดไม่ออกแล้ว) ทว่าเหมือนในหนังไม่มีผิด !! ที่ตัวร้ายใช้เท้าเหยียบมือของพระเอกที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบอาวุธ เป็นการดับความหวังของพระเอกโดยสิ้นเชิง !!


    ...

    ...


    [[กรึก กรึก]]

    [[ครื่นน ครื่นน]]

    [[โคร่มมมมม !!!!!!]]


    เสียงหินกลิ้งตกลงมาจากเพดานถ้ำ !! และแล้ว... ในที่สุด !! เพดานถ้ำก็ถล่มลงมาจนได้ !!


    ก้อนหินขนาดใหญ่ร่วงลงมาทับฝูงซอมบี้จนร่างของมันบี้แบนละเอียดและมีของเหลวน่าสะอิดสะเอียดจากร่างของมันกระจายแชะออกมา !!


    ไม่รู้จะพูดว่าโชคเข้าข้างผมขนาดไหนเมื่อในที่สุดกลไกของวิหารที่ปิดตายถ้ำๆนี้อยู่ในที่สุดก็ถูกทำลายลง ผมสัมผัสได้ถึงฝุ่นผงที่อยู่เหนือหัวขึ้นไปหลายเมตร เม็ดทรายจากบริเวณด้านนอกที่เป็นทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาล !! 'ทะเลทรายชิงพบ' !! ผมสัมผัสได้ถึงทางออก !!


    นอกจากนั้นเศษฝุ่นที่แทรกตัวอยู่ตามชั้นถ้ำก็ร่วงลงมาทับร่างผมพอดี !! ผมใช้พลังประสานเศษฝุ่นรวมเข้ากับร่างของผม เยียวยาบาดแผลให้เป็นปลิดทิ้ง !! ทำให้ตอนนี้พลังของผมฟื้นคืนมาอีกครั้ง !!


    ผมวาร์ปไปหาเซียร์ที่นอนสลบแน่นิ่งอยู่ !! สภาพของเธอสะบักสะบอม เสื้อผ้าขาดวิ่น ผิวสีขาวซีดของเธอมีรอยแผลกรีดเป็นทางยาวไปทั่วร่าง

    "ไม่นะเซียร์ !! ไม่ๆๆ !! ชั้นรู้ว่าเธอยังไม่ตายหรอก ฟื้นขึ้นมาสิเซียร์!!"

    ผมใช้มือตบเข้าไปที่ใบหน้าของเซียร์เพื่อปลุกให้เธอตื่น !! เซียร์ลืมตาขึ้นมา !! ตาของเธอเป็นสีแดงก่ำ แววตาของเธอล่องลอยเหมือนคนไม่ได้สติ ร่างกายเธอบาดเจ็บหนัก เมื่อผมลองคลำๆดูก็รู้ทันทีว่ากระดูกของเซียร์ตอนนี้แหลกละเอียดไปหมดแล้ว !!

    "ล..."


    "เลือด..."


    "ขอเลือดให้ชั้นหน่อย..."

    เสียงแหบเบาดังออกมาจากลำคอของเซียร์ ซึ่งผมฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง

    "ล...เลือด... เอม่อน ใช้เลือด..."


    "เลือด !! เลือดสินะ !! ใช่แล้ว !!"

    แน่นอนว่าสิ่งที่อยู่คู่กับแวมไพร์มาตลอดแม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ สิ่งที่บ่งบอกถึงตัวตน ร่างกาย 'จิตวิญญาณ'


    ขุมพลังเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นรากฐานของพวกเรา... เหล่าเผ่าพันธ์อมตะแวมไพร์ สิ่งนั้นก็คือ 'เลือด' 'โลหิตสีแดงฉาน' นั่นเอง !!


    ผมคว้ามีดพกที่ทำจากเหล็กออกมาจากตลับใส่มีดของเซียร์และรีบใช้มันกรีดแขนของผม !!


    เลือดแวมไพร์สีแดงทับทิมสวยงามเปร่งประกายระยิบของผมหยดเข้าไปสัมผัสที่ริมฝีปากสีชมพูอ่อนนุ่มของเซียร์...

    "อ...เอม่อน..."


    "ขยับเข้ามาใกล้ๆ"

    เสียงเบาค่อยจากเซียร์ทำให้ผมสงสัยเหมือนกันว่าทำไมเธอถึงให้ผมก้มลงไปใกล้ๆ


    "ทำไมหรอเซียร์"
    ผมก้มตัวลงไปหาเธอจนเกือบจะแตะเข้าที่ใบหน้า

    "เจ็บนิดหน่อยนะ..."

    [[แกร๊บบบ !!]]

    "อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !!"

    เขี้ยวแวมไพร์สาวสีขาวนวลยาว 2 ซี่ฝังลงไปที่คอข้างขวาของผมเต็มๆ !! ผมร้องลั่นออกมาด้วยความทรมาร !!


    เซียร์ใช้เขี้ยวแวมไพร์สาวของเธอกัดคอและดูดเลือดแวมไพร์ของผมด้วยความหิวกระหาย !! เลือดของผมถูกดูดออกจากร่างอย่างรวดเร็ว !! สติของผมกำลังจะหลุดลอยออกไป !! ร่างกายของผมอ่อนเพลียและกำลังจะขาดสติ !! เวลารอบตัวของผมเหมือนถูกหยุดลง...


    ก้อนหินที่กำลังร่วงหล่นลงสู่พสุธาดูเหมือนมันกำลังเคลื่อนที่ช้าลงเรื่อยๆ... ฝูงซอมบี้แวมไพร์ถูกก้อนหินจากถ้ำที่กำลังถล่มลงมาบี้แบนตายตามกันไปอย่างช้าๆ


    ทุกๆอย่างเหมือนกำลังจะหยุดนิ่ง โลกรอบตัวของผมแทบจะหยุดหมุน ร่างกายของผมไม่รับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายนอกเลย...


    ในตอนนี้เหมือนทั้งโลกมีเพียงผมและเซียร์อยู่ 2 คน... แต่ทว่าทันใดนั้นเอง...


    [[พรึ่บบบ !!]]


    โลกทั้งใบก็กลับมาหมุนอีกครั้ง และเหมือนจะหมุนเร็วกว่าเดิม !! เพดานถ้ำถล่มลงมาเรื่อยๆ ฝูงซอมบี้พากันหนีตายกันไปหมดแล้ว !! เหลือเพียงแค่ผมและเซียร์ท่ามกลางก้อนหินดินทรายที่กำลังแหลกสลาย


    เซียร์ปล่อยเขี้ยวของเธอออกจากคอของผมแล้ว... ในตอนนี้ แวมไพร์สาวผิวซีดหน้าตาสวยคมที่อยู่ตรงหน้าของผมช่างดูสดใส เปร่งประกาย สวยงาม มีพลังและดูดุร้ายกว่าทุกๆครั้งที่ผ่านมา แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานที่มาพร้อมกับความสวยและดุแฝงอยู่


    เซียร์จ้องมาหาผมพร้อมด้วยรอยยิ้มของแวมไพร์สาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและดูเหมือนกำลังมีความสุข นั่นเป็นลักษณะที่จะเกิดขึ้นของแวมไพร์ทุกๆคนเมื่อได้ดื่มเลือดชั้นสูงสุดซึ่งก็คือเลือดของแวมไพร์ด้วยกันเองจนเต็มอิ่ม... ผิดกับผมในตอนนี้ที่กำลังจะหมดสติและกำลังจะสลบเมือดลงไปกับพื้นถ้ำที่กำลังถล่ม

    "เฮ้ !!"


    "นี่ !!"


    "เฮ้ !! เอม่อนน !!"


    "นี่พาชั้นหนีได้แล้ว !! ใช้พลังของนายวาร์ปชั้นขึ้นไปด้านบนได้แล้ว !!"

    เซียร์ใช้มือตบไปที่หน้าเพื่อพยายามปลุกผม !! เหมือนที่ผมพยายามทำกับเธอเมื่อตะกี้...

    "..." ไร้การตอบกลับจากผม
    "เฮ้นี่ !! ถ้ำมันจะถล่มลงมาทับเราตายอยุ่แล้วนะเจ้าบ้าา !! หยุดฝันหวานแล้วตื่นได้แล้ว !!"


    "~~~~~ก็...เธอกัดชั้นแรงไปนี่...~~~~~"

    ผมครวญครางออกมาไม่เป็นภาษา

    "เฮ้ออ !! ช่วยไม่ได้ล่ะนะถ้าอย่างนั้นก็คงต้องใช้วิธีนี้....."

    {{~~~~~~~~~~~~}}


    ผมที่ไม่ได้สติและไม่รู้สึกตัว...จู่ๆก็รู้สึกถึงความนุ่มละมุนบางอย่างสัมผัสเข้ามา มันถาโถมเข้ามา ณ จุดใดจุดหนึ่งของร่างกาย... ผมไม่ทราบแน่ชัดว่าความนุ่มละมุนและรสสัมผัสอันหอมหวานที่พลุ่งพล่านเข้ามาในเสี้ยววินาทีนี้ผ่านเข้ามาทางไหนของร่างกาย แต่ที่รู้ๆคืออยู่ๆผมก็รู้สึกถึงไออุ่นที่กระจายไปทั่ว ร่างกายของผมเหมือนได้รับพลังบางอย่าง... โลกทั้งใบหยุดหมุนอีกครั้ง แต่คราวนี้มันต่างจากการที่ถูกเธอกัดเข้าที่ลำคอ มันนุ่มนวล แผ่วเบาและอ่อนโยนกว่า... หรือว่า... !!!! (???)


    หรือว่าเธอจะปลุกพลังวิเศษอีกอย่างนึงของผมขึ้นมากันนะ พลังวิเศษที่มีเพียงผมและเธอเท่านั้นที่รู้...


    ผมลืมตาตื่นขึ้นพบว่าเซียร์นั่งอยู่ข้างๆตัวผมและตระเตรียมอาวุธสัมภาระอุปกรณ์ต่างๆของพวกเรา 3 คนเรียบร้อยแล้ว...


    ผมรู้สึกได้ถึงความกระชุ่มกระชวยและพลังที่ฟื้นคืนมาอีกครั้ง !!

    "ได้สติซักทีนะเอม่อน !! นี่ชั้นต้องลำบากใช้พลังสายฟ้าสกัดก้อนหินบ้าๆนี่ให้นายไปซักพักเลยนะเนี่ย !!"


    "เอาล่ะ !! ในเมื่อได้สติแล้วก็ใช้พลังเทเลพาร์ทของนายพาชั้นหนีไปจากที่นี่ซะนะ !!"
    การพูดและท่าทางของเซียร์ดูลนลานเล็กน้อย แก้มของเธอมีสีแดงระเรื่อขึ้นมา ผมที่พึ่งได้สติจึงไม่สามารถคิดไตร่ตรองอะไรได้มากนัก ผมเอื้อมมือไปคว้ามือของเซียร์ไว้ก่อนที่ร่างของเราทั้ง 2 จะสลายกลายเป็นฝุ่นและหายไปจากวิหารแห่งนี้ !!


    ก้อนหินก้อนยักษ์ถล่มลงมาทับตรงบริเวณทีี่พวกเราหายไป...


    [[ฟรึ่บบบบบบ !!]]


    =====================================================================


    [[ฟริ้วววว !!]]


    กองทรายขนาดมหึมาก่อตัวขึ้นมาเองก่อนที่จะระเบิดและกระจายออกไปทั่ว !! ทำให้แวมไพร์หนุ่มผมสีบลอนด์ทองที่กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางผืนทรายเกิดตกใจขึ้นมาเล็กน้อย... ร่างของแวมไพร์หนุ่มสาว 2 คนปรากฏขึ้นพร้อมกับอุปกรณ์สัมภาระและอาวุธต่างๆท่ามกลางเม็ดทรายที่ฟลุ้งกระจายไปทั่ว...


    เป็นเอม่อนและเซียร์ที่ใช้แขนพาดบ่ากันและกันเอาไว้กำลังเดินตรงมาหาเพื่อนร่วมผจญภัยของเค้าอีกคน [เมอร์ซี่]

    "แผ่นศิลาปลอดภัยดีใช่ไหม ฮึ ฮึ ฮึ"
    เอม่อนเอ่ยปากถามเมอร์ซี่ด้วยอารมณ์ขันเล็กน้อยเพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงแผ่นศิลาก็ต้องปลอดภัยแน่ๆเมื่ออยู่ในมือของแวมไพร์ผู้ที่สะบักสะบอมน้อยที่สุดแล้วในภารกิจตามล่าแผ่นศิลานี้

    "อ่าา... ถ้ามันไม่ปลอดภัยล่ะก็พวกพี่คงฆ่าผมตายแน่ๆล่ะนะ ฮึ ฮึ ฮึ"

    เมอร์ซี่ตอบกลับไปพร้อมกับส่งมุขกลับไปให้เอม่อนเล็กน้อยและชูแผ่นศิลาสีเลือดขึ้นกระทบกับแสงอาทิตย์อัศดงที่กำลังลับขอบฟ้าไป...

    "ฮะ ฮะ ฮะ"

    เซียร์เมื่อเห็นแผ่นศิลาปลอดภัยดีก็ล้มตัวลงนอนไปกับพื้นทรายด้วยความสบาย รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอช่างดูสดใสและปลดปล่อยความน่ารักออกมาในชนิดที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยครั้งนัก !!


    เอม่อนและเมอร์ซี่หันไปมองที่เซียร์ด้วยสีหน้าที่พอใจเป็นอย่างมาก...


    แผ่นศิลาสีเลือด... 1 ในอัญมณีแห่งเลือดที่เหล่าแวมไพร์ในอดีตกาลสร้างขึ้นเพื่อกักเก็บจิตวิญญาณและพลังแห่งผู้กล้าเอาไว้ เพื่อหากว่าวันใดวันหนึ่งที่ยุคสิ้นสุดของพวกเผ่าพันธ์อมตะมาถึง หากรวมพลังของอัญมณีแห่งเลือดเข้าด้วยกันก็จะสามารถฟื้นคืนชีพเหล่าวีรบุรุษแวมไพร์ในอดีตกาลที่เคยร่วมกันหลอมรวมเหล่าแวมไพร์ให้เป็นปึกแผ่นให้และใช้พลังของพวกเขาช่วยกันยับยั้งยุคสิ้นสุดของเหล่าแวมไพร์ให้จงได้... และนี่ก็คือภารกิจที่ เอม่อน เซียร์และเมอร์ซี่กำลังทำ ภารกิจอันเปรียบเสมือนการผจญภัยของพวกเขาทั้ง 3 ตามล่าและรวบรวมอัญมณีแห่งเลือดทั้ง 7 และสร้างปาฏิหารย์บางอย่างเพื่อแก้วิกฤตแวมไพร์ที่พวกเค้ากำลังเผชิญอยุ่ให้จงได้


    เอม่อนหยิบแผ่นศิลาขึ้นพินิจพิเคราะห์ดูด้วยความพึงพอใจ... ก่อนที่จะแหงนหน้ามองพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าของทะเลทรายชิงพลบไป...


    ท้องฟ้าสีส้มแดง มีแสงอาทิตย์อัศดงอยู่ตรงกลาง ผืนทรายเริ่มมืดไม่มีสีเนื่องจากแสงเงาจากพระอาทิตย์ 'บรรยากาศยามสนธยา'


    เอม่อนจ้องมองไปยัง 'สนธยา' ที่อยู่ตรงหน้าเขาด้วยแววตาที่เหมือนกับกำลังตามหาอะไรบางอย่าง แววตาแห่งความสงสัย แววตาที่กำลังต้องการหาคำตอบเกี่ยวกับอะไรบางอย่างซึ่งอาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับ 'บรรยากาศยามสนธยา' ที่มีท้องฟ้าสีแดงเลือดอยู่ก็ได้


    เซียร์เกิดสงสัยจึงหันไปมองเอม่อนด้วยใบหน้าที่งุนงง... เอม่อนเหมือนจะรู้สึกตัวได้จึงเอ่ยปากพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า...

    "ชั้นน่ะชอบท้องฟ้ายามสนธยาแบบนี้ที่สุดเลยนะ... มันดูอบอุ่นในขณะเดียวกันก็ดูมีพลังและดูเกรี้ยวกราด ดวงอาทิตย์ที่กำลังจะหนีหายและลับขอบฟ้าไปน่ะชวนให้เกิดความน่าค้นหาขึ้นมาเลยล่ะ..."

    เอม่อนหยุดพูดและนิ่งไปชั่วขณะ ใบหน้าของเค้ายังคงจ้องมองท้องฟ้ายามสนธยาอยู่...ก่อนที่จะพูดขึ้นมาอีกครั้ง...

    "พวกเธอน่ะ... เคยได้ยินเรื่อง... 'สนธยาแห่งความตาย' หรือป่าว"

    {{{END Chapter 01}}} To be continue...
    {{{RESURRECTION OF THE BLOOD}}}



    "I kill for money for blood and for my hunger. I never give a dam about this pathetic vampire world"

    Jack Deleni


    {{Chapter 02 part 1}}: Coming 2/5/2017

  2. #2

    Default

    รอติดตามตอนต่อ ๆ ไปครับ สนุกดีครับ

    -- แพทริเซีย เมอร์ด็อก --

    ---

    -- My Fiction Character --

    " ไม่ใช่คนดี แต่พร้อมจะเสียสละ "-- ปีเตอร์ เมอร์ด็อก --
    " แก้แค้นให้พี่ชายของตน "-- แพทริเซีย เมอร์ด็อก --
    " หนีจากความตาย "-- เฟลิเซีย อัลคาซ่า วิลเลเบลล่า แห่งบิลเดมาริโอ องค์ที่ 14 --
    " ผู้ล่า "-- เคลลี่ อลาคอน เฮอร์โมเซอร์ดิเบลล่า แห่ง บิลเดมาริโอ องค์ที่ 8 --

  3. #3
    Indy Wrestler Nekokun's Avatar
    เข้าร่วม
    May 2016
    ที่อยู่
    โลก
    โพสต์
    51

    Default

    รอตอนต่อไปครับ

  4. #4

    Default

    นี่มีฉาก kiss กันตั้งแต่ chapter แรกเลยเร๊อะ !!! จขกท.ท่าจะใจร้อน

+ ตอบกระทู้

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts