+ ตอบกระทู้
Results 1 to 3 of 3

กระทู้: To The "Final of" Ellas : Chapter 26 "หัวหน้า"

  1. #1
    NXT Rookie Jussaateen's Avatar
    เข้าร่วม
    Apr 2015
    ที่อยู่
    มิติเอลลาส
    โพสต์
    249

    Default To The "Final of" Ellas : Chapter 26 "หัวหน้า"

    ...หลายสิบปีก่อน...

    ตึก! ตึก! ตึก! ตึก!

    เสียงฝีเท้าดังไปทั่วภายในป่าที่ลึกเข้าไป ภายในป่านั้นเต็มไปด้วยหมอกควันอันหนาวเย็นและบรรยากาศอันน่าหวาดกลัว เท้าตัวเล็ก ๆ ของเด็กน้อยวิ่งไปทั่ว ในขณะที่ด้านหลังนั้นก็มีเสียงของบางอย่างเคลื่อนตามด้วยความเร็วพอ ๆ กัน

    "แค่ก! แค่ก! แค่ก! แค่ก!"

    เสียงหายใจของเด็กน้อยที่กำลังวิ่งออกห่างจากบางอย่างที่กำลังเคลื่อนมาด้วยความหวาดกลัว เมื่อนั้นเด็กน้อยก็สะดุดล้มลงไปกับรากของต้นไม้ขนาดใหญ่บนพื้น ร่างของเด็กน้อยสัมผัสกับเศษใบไหม้แห้งและดิน มือและเข่าของเด็กบอบช้ำ ตัวเด็กคนนั้นพยายามตะเกียดตะกายลุกขึ้นมาพร้อมสีหน้าที่กำลังหวาดกลัวถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา เสียงฝีเท้าที่รวดเร็วตรงเข้ามาโดยไม่มีการเหนื่อยแต่อย่างใด อีกไม่กี่อดใจมันก็จะมาถึงตรงหน้าเด็กผู้นี้แล้ว

    "บ-.. บ้าที่สุด" เด็กคนนั้นสบถออกมากับตนเอง

    เมื่อนั้นเขาที่ลุกขึ้นยืนเต็มตัวแล้วก็วิ่งต่อเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เสียงนั้นเข้าใกล้ขึ้นมาเรื่อย ๆ เงาขนาดยักษ์เคลื่อนเข้ามาภายใต้หมอกอันหนาทึบ เมื่อนั้นเองเด็กคนนั้นก็รีบวิ่งหลบหลังต้นไม้ข้าง ๆ เขาแล้วพยายามกลั้นหายใจในทันที

    ควั่บ

    เสียงบางอย่าเหยียบย่ำลงไปบนใบไม้แห่ง บริเวญใกล้ ๆ กับที่เด็กผู้นี้ล้มลงไป เด็กคนนั้นพยายามหันหน้าออกไปมองโดยไม่ให้มันสังเกตุเห็น ทว่าทันทีที่เด็กผู้นั้นขยับศรีษะของเขา เสียงลมหายใจก็ดังมาทางเขาราวกับมันจ้องมองมาหา เด็กคนนั้นเคลื่อนไปหลบที่เดิมโดยกลั้นหายใจและไม่ขยับร่างกาย ทำทุกวิถีทางที่ทำได้เพื่อไม่ให้บางสิ่งที่เคลื่อนตามนั้นเห็นเข้า ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าก็เริ่มที่จะเข้าใกล้มา ทีละนิด ทีละนิด เข้าใกล้ต้นไม้ต้นนั้น ตัวเด็กที่เริ่มรู้สึกว่าทุก ๆ อย่างจู่ ๆ ก็เงียบไปแบบผิดคาดเขาจึงขยับสายตามามองไปที่ต้นไม้ด้านหลังเขา

    โครมมม !!

    ไม่ทันที่แม้แต่เด็กคนนั้นจะได้สูดหายใจอีกครั้งหนึ่ง ต้นไม้ด้านหลังของเขาก็ถูกบางอย่างพุ่งชนอย่างรุนแรง สัญชาตญาณแรกคนนั้นขยับขาของเขาออกห่างอย่างรวดเร็วก่อนที่ทันใดนั้นต้นไม้จะหักเป็นสองท่อนตกลงมาเสียงดังไปทั่ว

    "ครือออออออ" เสียงร้องขู่ของสิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาดยืนสองขาขู่ไปที่เด็กน้อยคนนั้นที่ล้มลงไปนั่งกับพื้น รูปร่างและหน้าตาของมันเหมือนเสือ เขี้ยวของมันยาวจนถึงหน้าอกและมีแขนเป็นเคียวที่แข็งแกร่งและดูคมเป็นอย่างมาก เสียงที่ดังออกมานั้นคงจะเป็นเสียงของคนเคียวของมันที่ตัดต้นไม้ทิ้งเพื่อเข้าหาเขา เมื่อนั้นเองมันก็ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้เด็กคนนั้นทีละเล็กทีละน้อยในขณะที่เขากำลังมองด้วยความหวาดกลัว
    "อย-.. อย่าเข้ามา !!" เด็กคนนั้นตะโกนลั่นขึ้นพร้อมกับปิดตาลง เมื่อนั้นเองทุก ๆ อย่างรอบตัวเขากลายเป็นสีขาวดำ เด็กคนนั้นลืมตาขึ้นมาเห็นอสูรกายตนนั้นยืนนิ่ง ทุก ๆ อย่างนั้นหยุดลง เด็กคนนั้นก็ลุกขึ้นมาและกำลังจะวิ่งหนี ทว่าทันใดนั้นเอง หน้าของอสูรกายตนนั้นกลับถูกบดบังในทันที

    "พรสวรรค์อะไรกัน" ด้วยหน้าของเสือที่จู่ ๆ ก็มาหยุดตรงหน้าของเด็กคนนั้นมันยิ้มเหมือนกันมนุษย์และมีสีแดงเลือดเยิ้มไปทั่วปากของมัน เสียงของมันดูเหมือนกำลังอารมณ์ดีกับเด็กผู้โชคร้ายคนนี้
    "อ้าาาา !!!!" เด็กคนนั้นร้องตกใจออกมา เขาที่อุตส่าห์ลุกขึ้นมาได้แล้วกลับล้มลงไปอีกครั้ง เวลาต่างกลับมาดังเดิม อสูรตนนั้นเคลื่อนเข้าใกล้เด็กคนนั้นอย่างเชื่องช้าในขณะที่เด็กคนนั้นนั่งตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวในรอยยิ้มและใบหน้าที่เขาเห็น แม้เขาพอที่จะคิดได้ว่ามันเป็นภาพลวงตา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันมากพอที่จะทำให้เขาฝันร้ายไปอีกนานเลย

    "หยุดเดี๋ยวนี้ ไบเอเกอร์" เมื่อนั้นเองบางอย่างที่เคลื่อนเข้ามาอย่างเงียบสงัดก็พูดกับอสูรกายตัวนั้นขึ้น เมื่อนั้นเองมันก็หยุดเคลื่อนที่ลง
    "กลับไปเฝ้าป่าเหมือนเดิมซะ.. เด็กหนุ่มคนนี้เพียงแค่หลงทางเท่านั้นเอง"

    วาจาที่ดูเป็นมิตรนั้นทำให้เด็กคนนั้นเริ่มหายสั่นกลัว เมื่อนั้นเองอสูรกายตนนั้นก็แปรสภาพของมันกลายเป้นกระต่ายสีขาวตัวเล็ก ๆ ที่ดูไร้พิษภัย ก่อนที่มันจะกระโดดกลับเข้าไปในหมอกควันนั้น เมื่อนั้นเองเด็กคนนั้นก็ค่อย ๆ หันหน้ามาทางด้านหลังของเขา มองดูชายผู้ที่ช่วยไล่อสูรตัวนั้นกลับไป

    "ขอบคุณค-" ไม่ทันที่เด็กคนนั้นจะได้ขอบคุณชายผู้นั้นจนจบประโยค สายตาของเขากลับเปิดกว้างด้วยความหวาดกลัว และไม่คาดคิด
    "หลงทางมาเหรอ เด็กน้อย ไม่ต้องห่วงหรอก... ข้าเป็นมิตร"
    "ข้ามีนามว่าอาชเกอร์ เป็นภูติพรายของป่าแห่งนี้" วาจาจากบางอย่างที่รูปร่าคล้ายมนุษย์แต่มีผิวหนังเป้นต้นไม้และรูปร่างงส่วนหัวเหมือนโครงกระโหลกของกวางที่มองสีหน้าไม่เห็นความรู้สึกอะไรแม้แต่น้อย เหมือนกับว่ามันไม่ใช่มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตที่คล้ายคลึงกับมนุษย์อะไรอย่างนั้น ทว่าเมื่อมันที่เอ่ยนามตนว่าอาชเกอร์เห็นสีหน้าของเด็กหนุ่มจึงหยุดนิ่งไปพักหนึ่งเล็กน้อย

    "ข้าทำให้เจ้ากลัวเหรอ.. ไม่ต้องห่วง ข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า.. ข้าจะพาเจ้ากลับไปที่เดิมเอง" อาชเกอร์พูดขึ้นอย่างเป็นมิตรในขณะที่เด็กคนนั้นยังคงตัวสั่น เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นมาและรีบถอยออกห่างจากอาชเกอร์ด้วยความหวาดกลัวไปพิงต้นไม้
    "อย- อย่าเข้ามา !" เด็กคนนั้นพูดขึ้นมา ในขณะที่อาชเกอร์ค่อย ๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้

    ทันใดนั้นเถาวัลย์บนพื้นก็เริ่มเลื้อยเข้ามาและเข้ามัดร่างของเด็กคนนั้นในทันที ในขณะที่อาชเกอร์นั้นหยุดยืนตรงหน้าเด็กคนนั้นโดยไม่มีปฏิกิริยาอะไรกับการที่เด็กผู้นั้นพยายามดิ้นออกจากเถาวัลย์ด้วยความหวาดกลัวและหวังจะเอาตัวรอดเป็นอย่างมาก

    "ใจเย็น ๆ ก่อนสิ.. เจ้าหนู เจ้าชื่ออะไร" อาชเกอร์ถามเด็กคนนั้นขึ้นมา เมื่อนั้นเองเด็กคนนั้นก็มองกลับไปในขณะที่เถาวัลย์เริ่มเลื้อยเข้ามามัดคอของเด็กคนนั้น

    "ก- เกเบรียล ... ชารล์"
    "เกเบรียล ชารล์... เจ้าชื่อเกเบรียลสินะ" อาชเกอร์ย้ำขึ้นมาพลางขยับมือของเขาเข้าใกล้เด็กคนนั้นในขณะที่เถาวัลย์นั้นเริ่มมัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
    "เจ้าน่ะ เป็นภัยต่อธรรมชาติหรือไม่" คำถามที่ประหลาดมาก ๆ สำหรับสถานการณ์ที่กลับดูจริงจังและตึงเครียดเมื่อหลุดจากปากของอาชเกอร์

    "ม-.. ไม่ !" เกเบรียลที่ใกล้จะขาดใจตอบออกมาโดยมิได้คิดมากนัก ทันใดนั้นเองเถาวัลย์ก็คลายร่างของเกเบรียลลงมา ตัวเกเบรียลตกลงมานั่งคุกเข่าลงไปกับพื้นพลางหายใจเสียงดังไปทั่ว ทันใดนั้นเองอาชเกอร์ก็ค่อย ๆ ลดตัวของมันอย่างเชื่องช้าลงไปมองหน้าของเด็กน้อยคนนี้
    "ได้คิดก่อนตอบรึเปล่า.. เกเบรียล.." เกเบรียลที่ยังคงสับสนกับสถานการณ์นั้นพยายามคิดถึงสิ่งที่เขาควรทำ ณ ปัจจุบัน
    "ค.. คิด" เมื่อนั้นอาชเกอร์ก็หยุดเงียบไป ก่อนที่มันจะค่อย ๆ ลุกขึ้นมาพลางขยับแขนขาไปทั่ว

    "เจ้าคงจะยังงงอยู่ ซึ่งก็ไม่แปลก ... เจ้าไม่ควรจะมาอยู่ตรงนี้ด้วยซ้ำไป แต่ไหน ๆ ที่เข้าอยู่ข้าเลยคิดขึ้นได้ว่า ช่างเป็นเหตุบังเอิญซะจริง.. น่ะนะ"
    "ธรรมชาติ ณ ปัจจุบันนั้นกำลังจะตาย.. ข้าเป็นเพียงสิ่งเดียวที่คอยปกป้องมันจากมนุษย์ที่จะทำลายมัน ณ ปัจจุบัน .. และเพียงลำพังข้าคงทำไม่ได้"
    "ข้าจึงสร้างผู้พิทักษ์ขึ้นมา .. ผู้ที่จะช่วยข้าปกป้องรักษาธรรมชาติ เช่นไบเอเกอร์เมื่อครู่นี้.. และข้ากำลังคิดอยู่ว่า... ข้าอาจจะขอความร่วมมือจากเจ้าได้" อาชเกอร์พูดอธิบายขึ้นมา

    "พรสวรรค์ของเจ้า... เฟม ของเจ้า... เป็นอะไรดีที่มีค่ามาก... แต่เจ้าก้ยังไม่สามารถควบคุมมันได้ มันจึงพาเจ้ามาตรงนี้สินะ เกเบรียล"
    "พ-.. พูดเรื่องอะไรน่ะ ?" ดูเหมือนเด็กคนนั้นจะยังคงงุนงงกับสถานการณ์ เขาไม่รู้ว่าพรสวรรค์ที่อาชเกอร์พูดถึงคืออะไร
    "... ออ.. เจ้าไม่รู้มาก่อนว่ามีเหรอ... เฟม นั่นน่ะ" อาชเกอร์ที่กำลังอ่านสถานการณ์จึงรู้ขึ้นได้ เมื่อนั้นเองเด็กคนนั้นก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นมาก่อนที่เขาจะพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่แม้จะหวาดกลัวแต่ก็พยายามกัดฟันสู้เอาไว้ พลางหายใจหืดหาด

    "ข- ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้าพูดเรื่องอะไรหรอกนะ เจ้าต้นไม้ ! .. ข้าจะกลับไปหมู่บ้านแล้ว" เกเบรียลพูดพร้อมกับเรียกอาชเกอร์ว่าต้นไม้ ซึ่งนั่นทำให้อาชเกอร์นั้นเงียบไปเล็กน้อย ก่อนที่มันจะพูดต่อ
    "เจ้าไม่ได้กลับไปหรอก.. เพราะว่าข้าจะทำให้เจ้าเป็นส่วนหนึ่งกับป่าแห่งนี้"
    "ข้าจะช่วยชี้ทางเจ้าไปสู่หนทางที่ถูกต้องเอง ว่าเจ้าไม่ควรที่จะโตไปเป็นผู้ใหญ่ทำลายธรรมชาติ"

    สิ้นวาจาของอาชเกอร์นั้นเอง เถาวัลย์ก็เข้ามัดร่างของเกเบรียลอีกครั้ง เมื่อนั้นเอง มือของอาชเกอร์กลับมีสีดำบางอย่างออกมา ราวกับเปลวไฟประหลาดที่กำลังร้อนระอุ เมื่อนั้นเอง อาชเกอร์จัดการใช้มือของเขาจับไปที่ใบหน้าของเกเบรียลในทันทีทันใดโดยมิได้ลังเลแม้แต่น้อย ราวกับแน่วแน่ในการตัดสินใจของเขาในขณะที่เกเบรียลยังคงสับสนและเจ็บปวดร้องทรมานในทันที

    "อ้าาา !!!"
    "ไม่นานหรอก เด็กน้อย.. เจ้าจะหายเจ็บปวดแล้ว"

    ควั่บบบ !

    ทุก ๆ อย่างหยุดนิ่งลงและกลายเป็นสีขาวดำ เงาสีดำบางอย่างเข้าทำลายเถาวัลย์ ก่อนที่จะมีบางอย่างรับร่างของเกเบรียลเอาไว้ แม้จะถูกเปลวไฟแผดเผาแต่ก็ไม่มีล่องรอยบาดแผลไหม้แต่อย่างใด เมื่อนั้นเองเงามืดนั้นก็หายไปจากป่าในทันที และเวลาก็กลับมาเดินอีกครั้งดังเดิม อาชเกอร์ทีเห็นดังนั้นก็มองตรงไปด้านหน้า ท่าทางของมันดูงุนงง และผิดหวังเล็กน้อย ทว่าก็น้อยจนแทบจะดูเหมือนไร้ซึ่งจิตสำนึกอะไรขนาดนั้น

    "... เอาเถอะ.. อย่างไรก็แค่เด็กหลงทางเท่านั้นแหละ"
    "และต่อให้มีพิษภัยส่วนหนึ่งของข้าก็เข้าไปในหัวของเจ้าแล้ว.."
    "เกเบรียล..."

    "กำลังฝันถึงข้าเหรอ" มันมองขึ้นไปด้านบนฟ้า หน้าตาของกระโหลกต้นไม้ไร้ความรู้สึกกลับถูกเปลี่ยนเป็นใบหน้าของเกเบรียลในยามเด็กที่กำลังยิ้มอย่างน่าหวาดกลัว เลือดสีแดงที่ท่วมใบหน้าไปหมดนั้นทำให้ทุก ๆ อย่างบนโลกกลายเป็นสีแดงฉานท่วมทุกอย่างที่สามารถมองเห็นได้ และเริ่มีซากศพแขน ขา ร่างกาย ต่าง ๆ ตกลงมาราวกับฝน

    ปัจจุบัน

    "แมร่งเอ้ย !!!!" เสียงของชายหนุ่มตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายในอดีตดังไปทั่ว

    ทว่าตัวเขากลับถูกมัดกับเก้าอี้ และมองไม่เห็นอะไรราวกับถูกบางอย่างคลุมหัวเอาไว้ เขาไม่สามารถมองเห็นได้ แต่ความรู้สึกรอบตัวของเขาก็รู้สึกได้ว่าคงจะถูกขังเอาไว้ในห้องบางอย่าง เกเบรียลพยายามนึกว่าตนมาอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างไร ทว่าสิ่งสุดท้ายที่จำได้คือพวกเขาถูกบางอย่างคลุมหัว ก่อนจะสลบลงไปและเขามตื่นตรงนี้ เมื่อนั้นเองเขาพยายามดิ้นออกแต่ทว่าข้อมือของเขากลับถูกเหล็กบางอย่างล็อคเอาไว้กับเก้าอี้เหล็กเช่นกัน เขาพยายามขยับข้อมือไปมา เพื่อหลุดออกจากพันธนาการนี้แต่ก็ไม่ได้

    "ที่นีที่ไหน ?"
    "ห้องสอบสวน.." เสียงของหญิงสาวตอบกลับไป เสียงที่ไม่คุ้นเคยทำให้เกเบรียลระแวงขึ้นในทันที
    "ไม่ใช่สการ์เล็ตต์.. สการ์เล็ตต์อยู่ไหน !? อาร์มันโด้ด้วย !!??"

    "อยู่อีกห้อง.. รอถูกสอบสวนต่อจากเจ้า... เอาล่ะ ข้าขอฟังให้หมดเปลือกหน่อยนะ"

    ทันใดนั้นเองเสียงฝีเท้าก็ดังเข้ามาเรื่อย ๆ เมื่อนั้นผ้าคลุมสีดำก็หลุดออกจากหัวของเกเบรียล เกเบรียลหันมองออกไปก็พบว่าตนอยู่ในห้องเล็ก ๆ ที่มีกระจกอยู่ด้านซ้ายและขวา ผนังภายในห้องเป็นสีขาวสนิท สิ่งเดียวที่คั่นเขากับหญิงสาวที่หันหน้ามองผนังอยู่คือโต๊ะเหล็กเล็ก ๆ เกเบรียลขยับสายตามองไปด้านหลังก็พบกับชายหัวล้านสวมชุดสูทสีดำยืนเฝ้าอยู่ เป็นเครื่องแต่งกายที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เกเบรียลคิด

    "เครื่องแต่งกายแบบนี้.. พวกแกเป็นใคร"
    "สำคัญด้วยเหรอ.. เอาล่ะ"

    เมื่อนั้นเองหญิงสาวก็หันกลับมานั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่ เมื่อนั้นดวงตาสีฟ้าของหญิงสาวคนนั้นก็จ้องมองกลับไปที่เกเบรียล ผมสีดำนั้นทำให้เกเบรียลครุ่นสงสัยในทันทีด้วยความที่มันดูไม่ธรรมชาติ เมื่อนั้นเองหญิงสาวก็ขยับสายตาไปที่ชายสวมสูทด้านหลังเกเบรียล เมื่อเขาเห็นสัญญาณจึงคว้าบางอย่างออกมาจากชุดและไขกุญแจมือของเกเบรียลออก เมื่อนั้นเองเกเบรียลที่เป็นอิสระก็ถูกชายคนนั้นดึงกุญแจมือใหม่ขึ้นมาอีกครั้งและจัดการล็อคข้อมือของเกเบรียลกับโต๊ะ เกเบรียลที่เห็นดังนั้นก็ขยับตัวขึ้นมาจากเก้าอี้จะต่อยชายคนนั้นเพื่อป้องกันตัวในทันที

    จี๊ดดดด !!!

    "อ้าา ห ่าเอ้ย !!!!"

    เกเบรียลรู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าช็อตจากคอของเขา เกเบรียลที่โดนเข้าไปจึงเสียสมดุลเล็กน้อยในหมัดนั้นทำให้ชายสวมชุดสูทคนนั้นรวบตัวเกเบรียลจับนั่งและล็อคลงไปกับโต๊ะทันพอดี ก่อนที่เขาจะเขกหัวกับเกเบรียลลงไปกับโต๊ะอย่างรุนแรงเป็นการเตือนว่าห้ามขัดขืน เกเบรียลที่โดนไปดังนั้นก็เจ็บไม่น้อย เมื่อนั้นหญิงสาวคนนั้นก็ดึงเอกสารออกมาวางบนโต๊ะก่อนที่จะมองกลับไปที่เกเบรียลราวกับกำลังแอบสื่อว่าเธออยู่เหนือกว่าเขา

    "นายคือเกเบรียล ชารล์?"
    "ผมนั่นคืออะไร?" เกเบรียลถามหญิงสาวขึ้นแทน เมื่อหญิงสาวได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ก่อนที่นางจะตอบกลับไปพลางจับผมสีดำของนางเล็กน้อย
    "คืออะไรของเจ้าหมายถึง?" เมื่อนั้นเองเกเบรียลก็ถุยน้ำลายลงไปบนพื้นอย่างไม่สบอารมณ์และพูดต่อ
    "เจ้าก็รู้" แม้จะดูคลุมเคลือแต่หญิงสาวก็เข้าใจที่ชายคนนั้นสื่อถึง นางดึงวิกผมสีดำของนางออกเผยให้เห็นผมสีฟ้าที่ถูกตัดลงจนสั้น

    "วิกน่ะ.. ข้าซื้อมันมา-... กลับเข้าเรื่อง" หญิงสาวร้ตัวในวาจาของนางจึงกลับสู่บทสนทนาเดิม ทำให้เกเบรียลงุนงงและใครรู้ขึ้นไปใหญ่
    "เกเบรียลคือชื่อเจ้า?"
    "ใช่ .. และเจ้าล่ะ" เกเบรียลตอบกลับพร้อมกับถามต่อ
    "อย่าถามให้มากนัก มิเช่นนั้น"
    "มิเช่นนั้นจะทำไมเหรอครับ?"

    จี๊ดดดด !!

    "ส ัสเอ้ย !!" เกเบรียลสบถขึ้นมาอีกครั้ง
    "เข้าใจ?" หญิงสาวถามต่อพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน
    "เออ"
    "โอเค คำถามต่อไป" หญิงสาวคนนั้นกรอกลงไปในเอกสารและเปิดหน้าต่อไป

    "เจ้าอยู่ฝ่ายเอลลาส.. จริงหรือไม่?" หญิงสาวผู้นั้นถามต่อในขณะที่เกเบรียลขยับหัวของเขาไปมาด้วยความรำคาญ
    "... เอลลาส" เกเบรียลครุ่นคิดว่าควรจะทำอย่างไรดีในตอนนี้ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับไปอย่างใจเย็น
    "เอลลาส... เจ้ารับใช้ราชินีนาระสินะ" หญิงสาวคนนั้นย้ำถามต่อ เกเบรียลที่ขี้เกียจพูดจึฝพยักหน้าแทนคำว่าใช่่ไป
    "อืม... ถ้าอย่างนั้นก็ดี" หญิงสาวคนนั้นยิ้มพลางเขียนลงไปในเอกสารก่อนจะเปลี่ยนไปอีกหน้าหนึ่ง

    "เอาล่ะ เข้าประเด็นจริง ๆ แล้ว.. แผนการของพวกแกคืออะไร?"
    "...." เกเบรียลที่ถูกตามไปดังนั้นก็เงียบไปสักพักหนึ่งด้วยความงุนงง
    "แกได้ยินแล้ว อย่าให้ถามซ้ำ"
    "ฮ๋า ๆๆๆๆๆ ... แล้วข้าจะบอกแกให้ดูโง่ทำไมล่ะ?" เกเบรียลถามตอบกลับหญิงสาวพร้อมรอยยิ้มประชดที่ดูตลกขบขัน เมื่อนั้นหญิงสาวก้หัวเราะตามกลับมาก่อนจะกระดิกนิ้วอีกครั้ง ไฟฟาช็อตคอของเกเบรียลอีกครั้ง ตัวเกเบรียลร้องเสียงหลงออกมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะยิ้มกลับหญิงสาวคนนั้นอีกครั้ง

    "คัน ๆ น่ะครับ" เกเบรียลตอบประชดกลับไป
    "ข้าไม่ได้อยากจะทำให้เจ้าเจ็บด้วยซ้ำไป" หญิงสาวคนนั้นตอบกลับต่อก่อนที่นางจะจ่อปากกาลงไปที่เอกสาร
    "เราพบกับสายสืบมาหลายวันก่อน.. เขาบอกว่า เกเบรียล ชารล์ รู้ถึงแผนการของกลุ่มไวเวิร์นสีฟ้า.. แก" หญิงสาวคนนั้นชี้ไปที่ตัวเกเบรียล
    "ตัวข้าต้องการข้อมูลจากเจ้าว่าแผนการนั้นคืออะไร และทำไปทำไม ก็แค่นั้น ไม่ได้สำคัญอะไรมาก ฉะนั้นอย่าให้มันยุ่งยากไปกว่านี้เลย"

    "ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรล่ะ ว่าหลังจากข้าบอกไปแล้วจะไม่มีเรื่องยาก ๆ เกิดขึ้นกับพวกข้าและเอลลาสน่ะ?" เกเบรียลถามต่อด้วยสีหน้าที่จริงจัง เขาไม่เชื่อใจหญิงสาวตรงหน้าเขาแม้แต่น้อยเช่นเดียวกับคนอื่น ๆ
    ".. พวกข้าไม่ได้อยู่ข้างใดทั้งนั้น เป็นเหมือนแค่คนนอกในตอนนี้ และเราจะฟังคำพูดจากปากของเจ้า เพื่อดูสถานการณ์ว่าพวกข้าควรจะอยู่ข้างใดในสงครามของพวกเจ้าดี" หญิงสาวคนนั้นอธิบายขึ้นมา
    "นั้นก็หนักกว่าเดิมล่ะสิ..."

    "ข้าไม่บอก" เกเบรียลปฏิเสธที่จะตอบคำถาม "และข้าก็จะไม่เล่นเกมกับเจ้าแล้วด้วย" เกเบรียลเสริมต่อ
    "โอ้.. แกเล่นแน่" หญิงสาวตอบด้วยรอยยิ้ม เมื่อนั้นเองกระจกสีดำด้านข้างของเกเบรียลนั้นกลับสว่างขึ้นให้เห็นอีกด้านเมื่อนั้นเองเกเบรียลถึงกับเบิกมองขึ้นมาในทันทีทันใดด้วยสายตาที่ไม่คาดคิด
    "สการ์เล็ตต์ !!" เขาเห็นภาพของสการ์เล็ตต์ถูกมัดเช่นเดียวกับเขาแต่ยังสลบอยู่ มีปืนจ่ออยู่บนขมับหน้าผากของนาง พร้อมจะสังหารนางทุกเมื่อ เมื่อนั้นเองเกเบรียลถึงกลับกัดฟันในทันทีทันใด
    "ก็ได้วะ !" เกเบรียลหันกลับมาตะโกนกับหญิงสาวคนนั้น สายตาที่โมโหและเจตนาคิดจะวิ่งเข้าไปต่อยหญิงสาวในทันที ทำให้นางหลบสายตามองลงไปบนเอกสารและพูดต่อ

    "นั้นเหรอ.."
    "สายของข้าไปสืบมาได้ว่ายัยแม่มดรีอาจะจับตัวริกะด้วยแผนการบางอย่าง ข้าจึงนำกลุ่มทหารเข้าไปคุ้มกันพาท่านริกะหนีออกมาเท่านั้น นางอยู่ที่ไหนแล้วในตอนนี้ ข้าก็ไม่รู้.. นี่แหละทั้งหมดที่ข้ารู้ ทีนี้ปล่อยนาง !!" เกเบรียลอธิบายขึ้นมาอย่างเร่งรีบในขณะที่หญิงสาวนั้นค่อย ๆ จดลงไปในเอกสารโดยไม่รีบร้อนแต่อย่างใด
    "แผนการของแม่มดรีอาที่เจ้าพูดถึงน่ะ .. มีอะไรบ้าง?" หญิงสาวคนนั้นถามต่อพลางใช้มือเท้าคางเล็กน้อยซึ่งนั่นทำให้เกเบรียลโมโหเส้นเลือดขึ้นมาพอ ๆ กัน
    "ข้าไม่รู้ ปล่อยนางซะ !!"

    "เจ้ารู้.. อะไรบ้าง ?" หญิงสาวคนนั้นดูจะดื้อร้นเอามากในคำตอบที่นางต้องการ เมื่อนั้นเองเกเบรียลก็ถุยน้ำลายลงไปบนพื้น เขามองไปที่กระจกและเพ่งเล็งไปที่มันพร้อมกับสมาธิ เขากำลังคิดที่จะใช้เฟมของเขาผ่านไปช่วยสการ์เล็ตต์ออกมา
    "อย่าทำอะไรโง่ ๆ" แม้นางมิได้มองขึ้นไปหาเกเบรียลเลยแต่นางก็รู้สึกได้ว่าเกเบรียลกำลังจะทำอะไรบางอย่างที่โง่เง่าเอามาก ๆ
    "ไม่ต้องสอบสวนแล้ว เสตลล่า" วาจาของชายคนหนึ่งดังก้องภายในห้อง เมื่อนั้นเองทั้งเกเบรียลและหญิงสาวต่างมองขึ้นไปด้านบนเพื่อมองหายผู้ที่เปล่งวาจาออกมา

    "ถามได้มั้ยว่าทำไม" นางพูดถามขึ้นพร้อมกับดีดนิ้วของนางออกมา เมื่อนั้นเองกระจกที่ก่อนหน้านี้มีภาพของสการ์เล็ตต์อยู่นั้น จู่ ๆ ก็จางออก กลับเป็นสีดำเหมือนเดิม ราวกับว่าจริง ๆ แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยซ้ำซึ่งทำให้เกเบรียลผิดคาดไม่น้อย
    "พวกเขาเป็นพวกเรา.. เอาล่ะ ปล่อยเขาแล้วพาไปหาหัวหน้าซะ" เมื่อนั้นเองหญิงสาวก็ถอนหายใจออกมาราวกับเบื่อหน่าย

    นางลุกขึ้นมาและให้สัญญาณชายด้านหลังเกเบรียล เมื่อนั้นเขาก็ปลดกุญแจมือออกมาและดึงตัวเกเบรียลขึ้น ในขณะที่หญิงสาวใช้มือของนางแตะลงไปบนกำแพงด้านหลังนาง เมื่อนั้นเองกำแพงนั้นถูกเลื่อนเปิดออกมา เผยให้เห็นทางเดินยาวตรงออกไปซึ่งหินรอบด้านและหลอดแสงสีแดงยาวตลอดทาง เหมือนกับว่าพวกเขากำลังอยู่ใต้ดินอะไรอย่างนั้น เมื่อนั้นหญิงสาวก็หันมาพูดกับเกเบรียลขึ้น

    "... ตามมา" เมื่อนั้นเกเบรียลก็มองไปรอบ ๆ ด้วยสายตาที่ยังคงหวาดระแวงอยู่ ตอนนี้เขาสามารถหนีไปเลยก็ได้ แต่หากหนีไปแล้ว พวกสการ์เล็ตต์ล่ะจะว่าอย่างไร เมื่อนั้นเกเบรียลก็ถามขึ้นมาอีกครั้ง
    "แล้วสการ์เล็ตต์ กับอาร์มันโด้อยู่ไหน ?" เมื่อนั้นเองเสตลล่าที่กำลังเดินนำอยู่ก็หยุดเดินลง นางหันกลับมามองเกเบรียลด้วยสายตาครุ่นสงสัยเล็กน้อย
    "อาร์มันโด้เหรอ?" หญิงสาวถามเมื่อนางได้ยินคำพูดของเกเบรียล "อาร์มันโด้ ดิอ้อนน่ะนะ ?" นางถามต่อให้ชัดเจนขึ้นในทันที
    "ช.. ใช่" เกเบรียลที่เห็นปฏิกิริยาดังนั้นก็เอะใจเล็กน้อย นางรู้จักกับอาร์มันโด้อย่างนั้นเหรอ
    "นั้นก็ไม่น่าแปลกใจแล้วล่ะ.." หญิงสาวพูดพร้อมรอยยิ้มบนหน้าของนาง ก่อนที่นางจะเดินต่อตรงไปเรื่อย ๆ นำเกเบรียลไปถึงสุดทางที่มีประตูอยู่ด้านหน้า เมื่อนั้นเองนางก็เปิดประตูออกไป เกเบรียลที่ห็นภายนอกประตูนั้นถึงกับตกใจขึ้นมาในทันที
    "ที่นี่มัน...!?"

    "สร้างมาสี่เดือน... ได้ขนาดนี้ข้าก็ทึ่งเหมือนกัน-" หญิงสาวก็ดูจะตกใจในความอัศจรรย์ตรงหน้านางเหมือนกัน
    "อ้อ.. ยินดีต้อนรับสู้ศูนย์บัญชาการใต้ดิน.. อิกดราซิล" หญิงสาวพูดพร้อมกับเดินนำเลี้ยวขวาออกไป ในขณะที่เกเบรียลยังคงมองอยู่

    ภาพของทหารนับพันคนกำลังทำงานอย่างจริงจังภายในบริเวญใต้ดินขนาดใหญ่ มีทั้งเครื่องบินเจ็ต รถถัง และอะไรหลายอย่างมากมาย ทหารขยับขันแข็งทำงานดูอุปกรณ์ส่งเอกสาร เสียงปืนบริเวญลานทดสอบอาวุธดังไปทั่วทำให้ไม่เงียบจนน่าแปลก มันเหมือนกับว่าเขากำลังอยู่ในกลางกองทัพหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่จากสมรภูมิรบ หรือ ค่ายทหารแต่เป็นศูนย์ใต้ดินขนาดใหญ่นั่นเอง

    "กองทัพเรอะ.." เกเบรียลถามขึ้นมาพลางมองดู ขาของเขาแข็งทื่อ ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นดูทรงพลังมากพอที่จะทำลายกองทัพของพวกเขาเลยด้วยซ้ำไป ยิ่งเครื่องบินเจ็ตที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
    "เรียกอย่างนั้นก็ได้แหละนะ" หญิงสาวหยุดเดินและหันไปตอบ "แล้วสการ์เล็ตต์กับอาร์มันโด้อยู่ไหน?" เกเบรียลถามต่อในทันทีเมื่อเขานึกขึ้นได้ สายตาที่เป็นห่วงมากกว่าเดิมนั้นทำให้หญิงสาวหัวเราะออกมาเล็กน้อย เมื่อนั้นนางก็เคาะประตูเหล็กที่ป้องกันแน่นหนาด้านหน้าของนาง
    "ตอนนี้สลบอยู่ในห้องขัง แต่จากที่หัวหน้าพูดก่อนหน้านี้ก็คงจะปล่อยออกมาแล้วล่ะ" หญิงสาวคาดเดา "ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกน่า" หญิงสาวเสริมต่อ เมื่อนั้นเองก็มีดวงตาสีฟ้าจ้องออกมาจากรูของประตูมองดูคนด้านนอก เมื่อนั้นเองหญิงสาวที่พึ่งนึกขึ้นได้ก็หันไปทักเกเบรียลที่เดินตามมาหยุดอยู่ด้านหลังนาง

    "ลืมบอกไป หัวหน้าเราถึงจะดูน่าหมั่นไส้หน่อยแต่จริง ๆ ก็เป็นคนดีนะ"

    เมื่อนั้นเองบานประตูก็เปิดออกมา เผยให้เห็นภายในห้องที่มีการจัดตกแต่งต่าง ๆ คล้ายคลึงกับห้องรับแขก โดยมีสการ์เล็ตต์และอาร์มันโด้นั่งอยู๋บนโต๊ะกำลังดื่มชาหรืิอบางอย่างอยู่โดยไม่ทุกข์ร้อนอะไร และยังมีชายผมสีบลอนด์ยืนอยู่หน้าประตู ครึ่งเอล์ฟที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามกับพวกสการ์เล็ตต์ และชายหนุ่มไว้หนวดที่กำลังสูบบุหรี่อยู่ภายในห้องโดยไม่เกรงใจใคร เขานั่งอยู่บนมุมโต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสารใกล้ ๆ กันกองเป็นพะเนินยักษ์ เมื่อนั้นสายตาของชายไว้หนวดคนนั้นก็เหลือบเห็นเกเบรียลและหญิงสาวเข้า เขาจัดการเขี่ยบุหรี่ทิ้งลงถังขยะใกล้ ๆ กันก่อนจะยิ้มต้อนรับ

    "คุณคงจะเป็นเกเบรียล... ยินดีต้อนรับสู่อิกดราซิล" ชายคนนั้นพูดก่อนจะลุกขึ้นมา เขายื่นมือขวาของเขาเข้ามาหาเกเบรียลราวกับจะจับมือ เกเบรียลก็มองอยู่พักหนึ่งก่อนจะจับมือกลับตามมารยาท
    "ผมเดวิด วินสตัน หัวหน้าของที่นี่" ชายไว้หนวดนาม เดวิด แนะนำตัวกลับ เมื่อเกเบรียลเห็นหน้าใกล้ ๆ จึงเดาว่าเดวิดน่าจะเด็กกว่าเขาอยู่หน่อยหนึ่ง
    "ค.. ครับ" เกเบรียลตอบกลับไป
    "เชิญนั่งตามสบายเลยครับ และก็ขอประทานอภัยที่เสียมารยาทด้วยนะครับ ทหารของผมไม่ทราบว่าพวกคุณมากับเพื่อนของผมน่ะ" เดวิดพูดต่อ เมื่อนั้นเกเบรียลก็นั่งลงข้าง ๆ กับสการ์เล็ตต์

    "เป็นไงบ้าง" เกเบรียลที่นั่งลงไปแล้วก็หันมาถามสการ์เล็ตต์ในทันที
    "ข้าตื่นมาพวกเขาก็ต้อนรับข้าอย่างกับเพื่อนแล้วล่ะ .. เจ้าล่ะ?" สการ์เล็ตต์เอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ดูไม่ได้โกหกหรือหลอกอะไร เกเบรียลที่เห็นดังนั้นจึงเชื่อคำตอบของสการ์เล็ตต์และพูดต่อ
    "ข้าโดนสอบสวนน่ะนะ แต่ไม่นานก็โดนปล่อยตัวแล้วพามาที่นี่น่ะ เธอเห็นด้านนอกยัง?" เกเบรียลตอบกลับและถามต่อ เมื่อนั้นสการ์เล็ตต์ก้มองกลับด้วีหน้างุนงงในขณะที่ชายผมสีบลอนด์ปิดประตูเหล็ก แล้วหันกลับมานั่งลงบนเบาะนั่งใกล้ ๆ กับเอล์ฟสาว
    "ด้านนอกมีอะไรเหรอ?" สการ์เล็ตตืถามต่อ

    "ด้านนอกเป็นพาหนะสำหรับการรบน่ะ" ชายที่พึ่งนั่งหันมาตอบแทน เมื่อนั้นเองเกเบรียลและสการ์เล็ตต์ก็หันไปมองชายคนนั้น ส่วนอาร์มันโด้นั้นดูจะรู้จักอยู่แล้วจึงไม่ได้สนใจอะไรมาก ตอนนี้เขาสงสัยเพียงแค่เรื่องก่อนหน้านี้ เรื่องที่จู่ ๆ โยฮันกลับมาและก็โจมตีพวกเขา
    "ผมเจค็อบ อูซี่.. บอดี้การ์ดของเดวิดน่ะ" เจค็อบพูดแนะนำตัวพลางมองไปที่อาร์มันโด้ "พวกเรามาที่นี่เมื่อสามปีก่อนน่ะ อาร์มันโด้ก็เป็นบอดี้การ์ดอีกคนล่ะนะ" เจค็อบเสริมต่อ เมื่อนั้นทั้งเกเบรียลและสการ์เล็ตต์ก็หันไปมองอาร์มันโด้ เมื่อนั้นเขาก็มองกลับด้วยสีหน้าที่ดูนิ่งเฉย
    "อืม.." อาร์มันโด้ตอบกลับสั้น ๆ

    "ข้าชื่อ เสตลล่า.. เสตลล่า อตอมอส ริห์ม" หญิงสาวผมสั้นแนะนำตัวของนางต่อพร้อมกับนั่งอีกด้านของเบาะนั่ง ก่อนจะถอดถุงมือสีดำออกจากมือของนางและวางลงบนโต๊ะ สีหน้าของนางดูเป็นมิตรเอามาก ๆ ในขณะที่เกเบรียลและสการ์เล็ตต์ยังคงงุนงง
    "เจ้าเป็นน้องของอเล็กซิส ริห์มคนนั้นน่ะเหรอ?" เกเบรียลถามต่อ เมื่อนั้นเองเสตลล่าที่ได้ยินดังนั้นก็สะดุดเปลี่ยนสีหน้าของนางชั่ววูบหนึ่ง จากเป็นมิตรกลายเป็นเศร้าลงเล็กน้อย
    ".. ใช่" นางตอบกลับอย่างแผ่วเบาเมื่อนั้นสการ์เล็ตต์ก็เข้าแทรกต่อ
    "แล้วท่านไปอยู่กับพวกเขาได้อย่างไรล่ะ?" เมื่อเสตลล่าได้ยินคำถามนางก็ลูบหัวของนางเล็กน้อย

    "เรื่องมันยาวน่ะแหละนะ" เสตลล่าพูดตอบ เมื่อนั้นเองเอล์ฟสาวก็แนะนำตัวของนางต่อ
    "ดิฉัน วีนัส ลองกิเอลค่ะ" เมื่อนั้นวีนัสก็ยื่นมือมาจะจับมือกับเกเบรียล เกเบรียลที่เห็นดังนั้นก็คว้าจับมือกลับ ก่อนที่จะปล่อยมือออกมา
    "เอาล่ะ.. อาร์มันโด้" เมื่อนั้นเองเดวิดก็พูดกับอาร์มันโด้ขึ้น อาร์มันโด้ที่ได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นมายืนตรงนิ่งต่อหน้าเดวิดที่ดูจะจริงจังพอสมควรเมื่อนั้นเองเดวิดก็พูดขึ้นมา
    "ดิลเลี่ยน อีวาน่าและโยฮันล่ะ?" เมื่อนั้นเจค็อบ วีนัสและเสตลล่าก็หันไปมองอาร์มันโด้ในทันที เช่นเดียวกับสการ์เล็ตต์และเกเบรียล

    "ดิลเลี่ยน เสียชีวิตแล้วครับ หัวหน้าโยฮันหายตัวไป.. ส่วนท่านอีวาน่าตอนนี้อยู่ในเมืองโซเดียครับ" อาร์มันโด้พูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูจะไม่ได้หวาดกลัวอะไร เดวิดที่ได้ยินคำตอบนั้นก็ตกใจไม่น้อย เช่นเดียกวับคนอื่น ๆ ยกเว้นเพียงสกาณ์เล็ตต์และเกเบรียลที่มิได้รู้ความหลังของพวกเขา
    "พี่ดิลเลี่ยนตายแล้วนั้นเหรอ.." เดวิดย้ำขึ้นมา สีหน้าของเขาดูเศร้าสลดเอาระดับหนึ่ง อาร์มันโด้ที่ได้ยินดังนั้นก็ยืนนิ่ง มิได้ตอบกลับอะไร
    "เอาเถอะ" ทว่าเดวิดก็พูดคำนี้ออกมา ก่อนจะมองไปที่พวกเกเบรียล เสตลล่าที่เห็นดังนั้นเองก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ โดยที่เดวิดมิได้รู้ตัว อาร์มันโด้ก็กลับนั่งลงไปใหม่ดังเดิม

    "เขาเปลี่ยนไปเหรอ?" อาร์มันโด้ถามเจค็อบที่นั่งตรงข้ามกัน
    "มากเลยล่ะ" เจค็อบตอบกลับสั้น ๆ ไป
    "แล้วอะไรพาพวกท่านให้หนีมาหาพวกเราล่ะ?" เดวิดถามสการ์เล็ตต์ขึ้นมา
    "โดนตามล่าน่ะสิ.. พวกเราพึ่งจะพาเกเบรียลหนีิออกมาได้" สการ์เล็ตต์ตอบกลับไป

    "เป็นไปได้มั้ยว่าพวกเขาจะมาถึงนี่ พวกที่ตามล่าพวกคุณน่ะ"
    "เป็นไปได้อยู่" สการ์เล็ตต์ตอบกลับคำถามของเดวิดไป
    "ตามนั้นสินะ" เดวิดที่ได้ยินคำตอบก็เดินตรงไปที่โต๊ะของเขาและดึงวิทยุสื่อสารขึ้นมาจากลิ้นชักในทันทีทันใด
    "คุณลินดา ได้ยินมั้ย"

    "..ได้ยิน.." เสียงดังออกมาจากวิทยุสื่อสาร
    "มอบคำสั่งกับทีมอัลฟ่าและเบต้าให้ไปดูบริเวญรอบนอกสายตาของเธอ สลับกันทุก ๆ สองชั่วโมง ทราบ"
    "ทราบ" เมื่อนั้นเดวิดก็เก็บวิทยุสื่อสารกลับลงไปที่เดิมใต้ลิ้นชักไปก่อนที่เขาจะค่อย ๆ มองไปที่พวกเกเบรียลและสการ็เล็ตต์ที่เริ่มสนทนากับพวกววีนัส และเสตลล่ากัน

    รอยยิ้มของพวกผู้หญิงที่กำลังสนุกกับการพูดคุย กับสีหน้าที่ดูเข้มแข็งและมิได้สนใจอะไรของเกเบรียล เดวิดที่เห็นดังนั้นก็ยิ้มออกมาเบา ๆ ในขณะที่เห็นพวกเขากำลังพูดคุยกัน เขาหันกลับไป ก้มมองลงไปบนพื้นด้วยสีหน้าที่ดูราวกับจะเศร้าแต่ก็ไม่สุดจนร้องไห้ มันรู้สึกเหมือนกับถูกทรมาน มิให้ปลดปล่อยอะไรออกมา

    "พวกคุณรู้จักทีวีรึเปล่า?" วีนัสทักขึ้นมาก่อนใคร

    ณ ภายในป่าลึกแห่งหนึ่ง อีกมิติหนึ่ง

    "อาชเกอร์"

    วาจาของหญิงสาวผู้หนึ่งทักทายบางสิ่งภายใต้ป่าลึกซึ่งเต็มไปด้วยหมอกควันขึ้น หญิงสาวคนนั้นเดินออกมาหยุดอยู่กลางป่า สีหน้าของนางยิ้มแย้มแจ่มใสโดยไม่่สนใจองค์ประกอบของป่าที่มืดมิดและน่าหวาดกลัวแต่อย่างใด ราวกับว่าสิ่งเหล่านี้มิสามารถทำให้นางกลัวได้ เมื่อนั้นเองบางอย่างด้านหลังต้นไม้ก็หัวเราะภายในคอของมัน เสียงดังกระหึ่มไปทั่ว

    "ไง... รีอา" เมื่อนั้นเองอาชเกอร์ก็เดินออกมาจากหลังต้นไม้ รูปร่างของมันที่ดูกลมกลืนกับต้นไม้เป็นอย่างมากทำให้รีอาหันมองผิดทางในคราวแรกเล็กน้อย
    "ต้องการอะไรจากข้าล่ะ" อาชเกอร์ถามต่อพลางยกแขนของเขาขึ้นมา เมื่อนั้นเองบนพื้นดินก็มีไม้พุ่งขึ้นมาและค่อย ๆ ก้อรูปร่างของมันกลายเป็นเก้าอี้ เถาวัลย์บางอย่าง
    "คัมภีร์แห่งบาป.. ข้าจำได้ว่าข้าให้เจ้าเก็บเอาไว้" รีอาตอบกลับอาชเกอร์ นางยืดตรงกอดอก ในขณะที่อาชเกอร์นั้นเมื่อได้ยินคำตอบของรีอาก็เอียงหัวของมัน ก่อนที่อาชเกอร์จะยืดแขนของเขาตรงออกไปด้านหน้า รีอาที่เห็นดังนั้นก็มองไปที่มือของอาชเกอร์ด้วยความงุนงง

    ควั่บ !

    มือของอาชเกอร์นั้นพุ่งตรงเข้าไปแทงทะลุอกของมัน แม้กายจะเป็นไม้แต่ก็มีเลือดหยดออกมาเต็มไปหมด รีอาที่เห็นท่าทางของอาชเกอร์ดังนั้นก็ยืนมองเฉยในขณะที่อาชเกอร์นั้นขยับมือไปทั่วอกของมันราวกับกำลังหาอะไรอยู่ เมื่อนั้นอาชเกอร์ก็หยุดขยับมือของเขาและดึงมือออกมาจากร่าง เผยให้เห็นคัมภีร์ขนาดใหญ๋ที่เปื้อนไปด้วยเลือดสีแดง อาชเกอร์ยื่นไปให้รีอา ซึ่งรีอาก็รับกลับมาก่อนที่นางจะค่อย ๆ ปัดเลือดออกจากคัมภีร์

    "แล้วเจ้าคิดจะทำอะไรกับมันล่ะ ข้าขอถามจะได้มั้ย?" อาชเกอร์ถามต่อ ในขณะที่รีอานั้นกำลังเปิดคัมภีร์ดูอยู่พร้อมกับปัดเลือดทิ้งไป บาดแผลบนกลางอกของอาชเกอร์ก็ค่อย ๆ สมานลงเรื่อย ๆ ทีละเล็ก ทีละน้อย
    "หรือว่าเจ้าจะเรียกวิญญาณของท่านจอมมารออกมาน่ะ รีอา"
    "ข้าไม่ได้โง่เหมือนมาราอุสซะหน่อย.. ข้ามีแผนที่ดีกว่านั้นอีก" รีอาพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้มบนหน้าของนาง เมื่อนั้นนางก็พึ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้ก่อนที่นางจะถามอาชเกอร์ด้วยความครุ่นสงสัย

    "พูดถึง เขาว่ากันว่าเจ้าหลอกใช้มาราอุสนี่? จริงรึเปล่า อาชเกอร์? .." เมื่ออาชเกอร์ได้ยินดังนั้นก็นั่งลงไปบนเก้าอี้ไม้ที่เขาสร้างขึ้น ก่อนจะตอบกลับไป
    ".. จะเรียกอย่างนั้นก็ได้ ข้าแค่ชี้นำให้ใช้พลังของคัมภีร์เพื่อล้างแค้นก็เท่านั้น" อาชเกอร์ตอบกลับไป
    "และนางก็เรีกวิญญาณของจอมมารออกมา และตามหาดาบลูซิเฟอร์เพื่อปลดพันธนาการอีกทีสินะ.." รีอาพูดกับตัวนาง

    "แล้วเจ้ามาแค่นี้เหรอ?" อาชเกอร์ถามกับรีอาต่อ
    "แน่นอนว่าไม่.. ข้าต้องการให้เจ้าช่วยอะไรหน่อยด้วยน่ะ อาชเกอร์.." รีอาที่ได้ยินคำถามก็ตอบกลับไป สีหน้าของนางดูจริงจังขึ้นมาไม่น้อย เมื่อนั้นอาชเกรอืก็ครุ่นสงสัยขึ้นมา
    "ช่วยหาพิกัดของ..."

    "ไคลล์ เมนเซล ที"

    ณ ห้องขังของเมืองอตอมอส ประเทศเอลลาส อีกมิติหนึ่ง

    ตึก ตึก ตึก

    เสียงฝีเท้าค่อย ๆ เดินตรงเข้ามาชั้นใต้ดินของปราสาท เสียงร้องของเหล่านักโทษนั้นร้องออกมา ตะโกนด้วยความอารมณ์เสียและสาปส่ง นักโทษบางส่วนก็หลบอยู่ตรงมุมห้องกรงขังด้วยความหวาดกลัว บ้างก็จะหาทางฆ่าคนตรงหน้าให้หมด อัศวินคุมนักโทษก็เดินตรงมาเรื่อย ๆ พร้อมกับคนอื่น ๆ อีกสิบคนที่ตามหลังมา เดินตรงไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าห้องกรงขังห้องหนึ่งนั่นเอง

    "... ไคลล์ เมนเซล.." อัศวินผู้นั้นพูดขึ้น เมื่อนั้นเองเขาก็ดึงกุญแจออกมา นักโทษที่อยู่ใกล้ ๆ ห้องขังนั้นต่างก็เริ่มโวยวายขึ้นมาในทันที โอดครวญขอความช่วยเหลือด้วย

    อัศวินผู้นั้นไขประตูห้องขังออกมา เผยให้เห็นไคลล์ เมนเซลที่นั่งกอดอกอยู่ตรงมุมห้อง สภาพของเขาสะบักสะบอมไปหมด ใบหน้าที่เป้นรอยม่วง บวมช้ำ ดวงตาข้างหนึ่งที่ถูกซ้อมจนบอดไป สภาพที่ไม่ต้องอธิบายอะไรก็รู้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น

    "... ต้องการอะไร" ไคลล์ถามขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ตัวเขาไม่มีท่าทีจะขยับอะไรเลย
    "ได้รับคำสั่งจากพระราชินี.. พวกเราจะคุ้มกันแกไปที่ห้องขังของเมืองโซเดีย"
    "ให้ไปอยู่ในการดูแลของลอร์ดลูคัส"

    -----------------------
    เดวิดมีหนวด !!!!

    เป็นไงบ้างครับ สำหรับตอนนี้ สั้นไปหรือยาวไปหรืออะไรบอกได้นะครับผม 555

    ก็.. แค่นี้อ่ะแหละครับ ถถถถ


    The Blue Wyverns ACT 2 "The Guardian of Ellas"

    "Alexandra Rose"

    COMING ... NOT SOON ( ͡° ͜ʖ ͡°)

    นามปากกา Yannapat D.S.

    รายชื่อตอนนิยายข้าพเจ้า(เว็บ WMW)

  2. #2
    NXT Rookie aceofspade's Avatar
    เข้าร่วม
    Jan 2013
    ที่อยู่
    Leiper's Fork, Tennesse
    โพสต์
    291

    Default

    มาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่เราตามอ่านแล้วพบว่าตัวละครของตัวเองออกมามีบทเด่นทั้งสองตัว *0*

    จากที่ตามอ่านมาอย่างเงียบๆก็พบว่า****โครตสนุก กลายเป็นว่าติดจนต้องตามมาเช็คว่าลงหรือยัง

    :: มีความคิดว่าเกบนี่ยังคงมีความรู้สึกอยู่ แต่ยังไม่อยากให้มาปะปนกับสิ่งที่ตัวเองต้องรับผิดชอบ
    :: นังอาชเกอร์กลายเป็นคีย์คาแร็คเตอร์ไปได้เยี่ยงไรกัน 5555
    :: กำลังคิดว่าโยฮันจะตามมาหลอกหลอนต่อไหม
    :: ตัวเมนจริงๆกลับมาแล้วสินะ 55555555

    โดยรวมผมชอบนะ ยังตามอ่านอยู่เรื่อยๆ สู้ๆครับ เป็นกำลังใจให้
    I'm Back ... But NOT The Same



    "Reaction Gangster" Genocide Mayhem
    - 1st Triple Crown
    - 1 Time EWF Champion
    - 1 Time EWF Continental Champion
    - 1 Time EWF Tag Team Champion
    - 1 Time EWF Championship Briefcase

  3. #3

    Default

    ชอบดูมวยปล้ำมาหาเราได้นะ
    ****

+ ตอบกระทู้

Posting Permissions

  • You may not post new threads
  • You may not post replies
  • You may not post attachments
  • You may not edit your posts