Masked Rider ‘s Legacy : Evolution
เหล่าทหารหาญยังคงต่อสู้สุดใจเพื่อมวลมนุษยชาติ ถึงแม้จะบาดเจ็บ จะเหนื่อย จนแทบจะยืนไม่ไหว ต่อให้แขนขาด ขาขาด แต่ตราบใดที่ยังคงสู้ได้ พวกเขาไม่คิดท้อ พวกเขาจะสู้ต่อไป จนกว่าชีวิตจะหาไม่
กองกำลังDRSห้าร้อยนายกำลังฝ่าฟันกับมรสุมครั้งใหญ่ในชีวิต กองกำลังไฮบริดจ์นับหมื่นๆตัวกำลังรุมล้อมพวกเขา เรื่องความร้ายกาจนั้น พวกนั้นไม่ใช่ปัญหาแม้แต่น้อย เพราะพวกเขาสามารถกำจัดมันได้ง่ายๆ พวกมันอ่อนแอ เพียงแต่ จำนวนที่มากนั้นเป็นข้อได้เปรียบของพวกมัน และต้องฆ่าพวกมันสามครั้งถึงจะตายสนิท
เหล่าทหารเริ่มโดนกดดันหนักขึ้นๆๆ เพื่อนๆร่วมทีมค่อยๆล้มลงไปทีละคนสองคน แต่พวกเขาก็ยังไม่หยุดและสู้กับแรงกดดันนั้นต่อไป เพราะถึงแม้พวกเขาจะไม่สามารถเอาชนะพวกไฮบริดจ์ได้ แต่พวกเขาก็ยังคงมีแสงสว่าง แสงที่คอยนำพาพวกเขาไปสู่ชัยชนะ แสงเล็กๆน้อยๆที่กำลังจะเปล่งประกายจนเป็นดวงอาทิตย์ แสงแห่งความหวังที่เรียกว่าชัยชนะ แสงแห่งความหวังนั้นมีชื่อว่า คาเมนไรเดอร์
ตอนที่10 : ยินดีต้อนรับ
“ย้ากกกกกกกกกกก” เสียงร้องของทหารหนุ่มทัตสึยะ จุน ตะโกงกู่ก้องออกมาระหว่างที่กำลังไล่ฟาดพวกไฮบริดจ์ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาฟัน เขาแทง เขาชก เขาถีบ เขายิง เขาหลบ เขาป้องกัน ทำทุกวิถีทางเพื่อชัยชนะและเพื่อเอาชีวิตรอด อย่างน้อยถ้าเขาจะตาย เขาก็จะขอลากพวกสัตว์อัปลักษณ์หน้าจระเข้พวกนี้ลงนรกไปกับเขาให้มากที่สุด
เขาลุยดะ บุกตะลุยขึ้นหน้ามาเรื่อยๆจนทิ้งห่างกับทหารDRSอีกห้าร้อยนาย ตอนนี้เขาเหมือนลูกแกะหลงฝูง
แต่ถึงเขาจะโดนห้อมล้อมจนเหมือนอยู่ตัวคนเดียว ด้วยฝีมือของเขานั้นทำให้เขายังคงอยู่รอดได้ ทักษะการต่อสู้ของเขายอดเยี่ยมมาก
ทางด้านของไฟซ์และเบลด ตอนนี้ทั้งคู่ประกบหลังกันต่อสู้ ช่วยกันดูด้านหลังซึ่งกันและกัน
ฝูงไฮบริดจ์กรูเข้ามาไม่ขาดสาย ซึ่งพวกเขาสามารถกำจัดไปได้คนละหลายร้อยตัวแล้ว แต่มันก็ยังคงมากันไม่หยุดไม่หย่อน รวมทั้งต้องสู้กับพวกสัตว์ประหลาดระดับแม่ทัพ ทั้งออเฟน็อคแต่ละชนิด กูรอนกิแต่ละหมายเลข มาคาโม่แต่ละพันธุ์ที่บุกเข้ามาลุยใส่พวกเขาทั้งสองถึงแปดตัว
ไฟซ์หยิบไฟซ์ช็อตขึ้นมาใส่ที่หมัด แล้วระดมชกเข้าไปที่พวกไฮบริดจ์ตัวแล้วตัวเล่าจนมันตาย ตายซ้ำแล้วซ้ำอีก ต้องใช้ถึงสามหมัดถึงจะจัดการมันจนจอดสนิทได้ แต่สำหรับพวกระดับแม่ทัพ พวกมันฉลาดเกินกว่าจะรับหมัดนั้นของไฟซ์ กูรอนกิตั๊กแตนมันหลบหมัดได้ และโจมตีสวน แต่ไฟซ์เองก็ไม่ได้โง่ขนาดรับการโจมตีสวนเช่นกัน เขาหลบและใช้หมัดซ้ายชกเข้าไปที่บริเวณท้อง ล่อให้กูรอนกิตัวนั้นลดการ์ดต่ำลงมากัน แล้วใช้จังหวะนั้น ซัดหมัดขวาที่สวมไฟซ์ช็อตตั๊นเข้าไปที่หน้าอย่างแรงจนหัวของมันกระจายกลายเป็นควัน
ไฟซ์ถีบร่างไร้ชีวิตของมันจนกระเด็น แล้วร่างนั้นก็ระเบิดอย่างแรง ทำให้ไฮบริดจ์หลายสิบตัวโดนแรงระเบิดตายไปบ้าง บางตัวก็ฟื้นขึ้นมาใหม่
ส่วนเบลด ตอนนี้จัดการใช้ดาบคู่ใจของเขาฟาดฟันใส่ศัตรูทุกตัวที่ขวางหน้า ไม่รู้ว่าจะเป็นไฮบริดจ์หรือสัตว์ประหลาดประเภทไหน เขาก็จัดการฟันทิ้งจนหมดเมื่อมีท่าทีว่าเป็นศัตรู แต่ตอนนี้ เขาชักจะเริ่มอารมณ์เสียขึ้นทุกทีๆ อารมณ์ของเขาเริ่มร้อนแรงขึ้นมาด้วยความโมโห
“ปั๊ดโธ่!! ทำไมมันมีมากขนาดนี้ฟะ ฉันชักจะรำคาญแล้วนะเฟ้ยยยย!!!”
เขาจัดการฟันพวกไฮบริดจ์เป็นแนวขวางจนพวกมันกระจัดกระจายไปเกือบสิบตัว ทำให้เขามีช่องว่างในการตั้งหลัก
“ตอนนี้ล่ะนะ!! เคนโกะ ต่อจากนี้ไปฉันจะขอบินหน่อยล่ะ ฝากด้านล่างให้นายด้วยละกัน!!”
“โอเค จะทำอะไรก็ทำไปเลยไคโตะ!”
เบลดกางไพ่ออกจากด้ามดาบแล้วหยิบการ์ดมาสองใบ Absorb + Jack
เขาใช้ทั้งสองใบนี้ทำให้ร่างของเขาเปล่งประกายเป็นสีทอง มีปีกโผล่มาที่ด้านหลัง เขาแปลงร่างเป็นJack Formอีกครั้ง และพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ก่อนที่จะทิ้งดิ่งโฉบลงมาเหมือนกับเหยี่ยว ใช้ดาบของเขาฟาดฟันศัตรูจากบนฟ้ารวดเดียว จนเกิดระเบิดจากร่างของพวกมันเรียงเป็นแนวยาว และยังไม่จบแค่นั้น เขาบินเลี้ยวไปมาและใช้ดาบฟันพวกไฮบริดจ์จนกระจาย เพียงพริบตาเดียว พวกไฮบริดจ์หายไปไม่ต่ำกว่าสองร้อยตัวถ้าคาดเดาจากตาเปล่า
ห่างออกไปอีกฝั่ง เป็นจุดที่แปลกที่สุดในสนามรบนี้ เพราะเป็นพื้นที่กว่างเป็นวง ไม่มีไฮบริดจ์ตัวไหนหรือสัตว์ประหลาดใดๆเข้ามาไกล้ในรัศมียี่สิบเมตร ในวงนั้น มีคนอยู่ห้าคน
สี่คนยืนเรียงแถว ประชันหน้ากับอีกคนที่อยู่คนเดียว สี่ขุนพลแห่งไดช็อคเกอร์ อยู่เบื้องหน้าคาเมนไรเดอร์คิง
“สี่ต่อหนึ่งเหรอ?” คิงพูดพร้อมกับหักนิ้ว “ก็ดีเลย จัดการพักระดับบอสก่อนแล้วอะไรๆก็จะได้ง่ายขึ้น เข้ามาพร้อมกันทั้งสี่คนเลย.... หรือจะให้ฉันลุยเข้าไปดีล่ะ?”
คิงยื่นมือออกไปข้างหน้าแล้วกวักมือเรียกท้าทายให้ลุยเข้ามา ไคสะเห็นดังนั้นจึงเดินลุยเข้าไป แต่เจออัลติเมทจับแขนเอาไว้
“ไอ้เจ้านี่ฉันขอ.... พวกแกสามคนไสหัวไปซะ อย่ายุ่ง”
“เอ๋ๆ อะไรกันเนี่ยอาโอยาม่า คิดจะสนุกคนเดียวเลยรึไง?” ไคสะไม่พอใจจึงทักท้วง แต่อัลติเมทไม่สน เดินผ่านไคสะมุ่งตรงไปหาคิง
ไคสะยักไหล่ด้วยความเซ็ง
“ชิ... งั้น ฉันจะไปหาเจ้าไฟซ์ละกัน ครั้งที่แล้วมันเล่นฉันได้เจ็บแสบนัก”
จากนั้นไคสะก็เดินฝ่าฝูงไฮบริดจ์ไป พวกมันเปิดทางให้ไคสะเดิน ส่วนอโพโลไกทส์และมินิสเทอร์รี่ก็เดินแยกทางกันไป จนตอนนี้ในวงนั้น มีเพียงแค่อัลติเมทและคิงอยู่
“ชิ ฉันบอกให้สี่คนลุยเข้ามาไม่ใช่รึไง แต่นี่เข้ามาแค่คนเดียวแบบนี้จะดูถูกฉันไปหน่อยแล้วนะ” คิงชี้นิ้วใส่อัลติเมทด้วยความไม่พอใจ จากนั้นก็วางมือลงและพุ่งตัวอย่างเร็ว วิ่งเข้าใส่อัลติเมท และอัลติเมทก็ทำเช่นเดียวกัน
ทั้งสองปล่อยหมัดออกมา หมัดของทั้งคู่กระแทกเข้าหน้าอกของอีกฝ่าย จนเกิดประกายแสงสีทองและเสียงดังราวกับปืนใหญ่ จากนั้นทั้งคู่ก็สไลด์ถอยออกมาคนละสองเมตร แล้วก็พุ่งเข้าจู่โจมใส่กันอีก
ทางด้านเบลดตอนนี้กำลังบินโฉบ ใช้ดาบคู่ใจฟาดฟันพวกสัตว์ประหลาดจนระเบิดไปหลายต่อหลายตัว แต่ก็จู่ๆก็มีอะไรสักอย่างสีแดงๆพุ่งเข้ามาใส่หน้าเขา ทำให้ต้องเอียงตัวหลบกระทันหัน และเสียหลักในการบินล้มลงกระแทกพื้น
เขารีบลุกขึ้นมา มองขึ้นไปบนฟ้า กรงจักรสีแดงที่ร่อนผ่านเข้าไปเมื่อกี้ บินย้อนกลับไปสู่มือของเจ้าของ หรือที่รู้จักกันในนามว่าอโพโลไกทส์
เบลดจำได้ทันทีว่าตอนที่เจอมาเอดะนอนจมกองเลือด หมอนั่นพูดถึงศัตรูที่ถือโล่สีแดง
“แก.. อโพโลไกทส์สินะ” เบลดใช้ดาบจิ้มพื้นแล้วยันตัวเองให้ลุกขึ้น
อโพโลไกทส์ไม่ตอบ แต่ชักดาบออกมาเตรียมต่อสู้ พวกไฮบริดจ์ที่อยู่รอบข้างรู้ถึงจิตคุกคามของอโพโลไกทส์ ทำให้พวกมันเดินออกห่างจากพื้นที่นั้นเป็นวงเหมือนที่ๆคิงและอัลติเมทกำลังสู้กันอยู่
“แก ฆ่า มาเอดะ.... แก แก แก!!!!!”
เบลดร้องคำรามออกมาแล้วพุ่งเข้าไปใช้ดาบฟันใส่อโพโลไกทส์ แต่มันยกโล่บัง แล้วปัดดาบของเบลดทิ้ง จากนั้นก็ใช้ดาบของมันแทงเข้ามาที่ท้องของเบลด แต่เบลดหมุนตัวหลบทันอย่างหวุดหวิดก่อนที่จะถอยหลังออกมาสามก้าวเพื่อตั้งหลัก และพุ่งเข้าไปใช้ดาบโฟมกระหน่ำฟันใส่อโพโลไกทส์อีกครั้ง เขาฟันไม่ยั้ง ฟันไม่หยุด ด้วยอารมณ์โกรธ ด้วยความแค้น ทำให้เขาสูญเสียความเยือกเย็นไป การโจมตีของเขาจึงดูออกง่ายและมีช่องโหว่มากมาย
อโพโลไกทส์ใช้ช่วงเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่เบลดง้างดาบจะฟันโยนโล่กรงจักรของเขาใส่ ซึ่งเบลดหลับมันได้อย่างเฉียดฉิว แล้วกระหน่ำดาบฟันใส่อโพโลไกทส์อยย่างต่อเนื่อง แต่ก็ฟันไม่ถึงตัวซะทีเพราะดาบของเขาถูกอโพโลไกทส์ปัดป้องได้หมด
กรงจักรที่ขว้างออกไปพุ่งฝ่าเข้าไปในกลุ่มพวกไฮบริดจ์ แล้วก็ค่อยๆวนกลับมาทางเดิม กลับมาหาเจ้าของเหมือนบูมเมอร์แรง
เบลดที่กำลังโจมตีใส่อโพโลไกทส์แบบไม่ยั้งนั้นไม่ทันได้ระวังอะไร คิดแต่จะจัดการศัตรูที่อยู่ตรงหน้าอย่างเดียว ทำให้กรงจักพุ่งมากระแทกใส่หลังของเขาอย่างแรงจนเสียหลัก แล้วจังหวะนั้น อโพโลไกทส์ใช้ดาบคู่ใจแทงเข้าใส่ร่างของเบลดโดยเล็งไปที่หน้าอกด้านซ้าย แต่ครั้งนี้เบลดรู้ทัน ถึงแม้ว่าจะช้าไปเสียหน่อย แต่เขาก็ยังโยกตัวหลบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ดาบของอโพโลไกทส์จึงจิ้มเข้าไปที่ไหล่ซ้ายของเขาแทน อย่างน้อย ก็ยังดีกว่าโดนแทงหัวใจ
อโพโลไกทส์ดึงดาบออกมาแล้วถีบเบลดซ้ำจนลงไปกลิ้งกับพื้น แล้วค่อยๆเดินเข้ามาจะปิดบัญชี
เบลดค่อยๆกระเสอกกระสนลุกขึ้นยืนช้าๆ ในหัวของเขาเริ่มที่จะสงบลงและนึกสมเพชตัวเอง
(อีกแล้ว.... ปล่อยให้อารมณ์โกรธครอบงำอีกแล้ว ปล่อยให้ความแค้นมันควบคุมจิตใจ บ้าที่สุด! เราต้องควบคุมอารมณ์ อย่าให้อารมณ์ควบคุมเรา เหมือนตอนนั้น เราต้องสู้โดยใช้สมองและความเยือกเย็น การโจมตีอย่างเดียว มันไม่ช่วยให้ชนะ มันต้องมีอย่างอื่นด้วย!!)
อโพโลไกทส์ฟันดาบลงมาที่เบลด แต่เขายกดาบกันไว้ได้ จากนั้นก็กางปีก แล้วบินหนีพุ่งขึ้นฟ้าไป
“อะไรกัน คิดจะหนีแล้วรึไง ไอ้ท่าทีห้าวๆเมื่อกี้ไปไหนซะล่ะ?”
“เปล่า ฉันไม่ได้หนี แค่มาตั้งหลักแล้วใช้หัวคิดตะหากเล่าเจ้าบ้าเอ๊ย!!!”
เบลดบินออกห่างจากอโพโลไกทส์เข้าไปในดงไฮบริดจ์ จากนั้นก็ใช้การ์ดสองใบ Magnet+Tackkle
ไฮบริดจ์จำนวนมากในแถบนั้นถูกผลของMagnetดึงเข้าสู่ตัวของเบลด ล้อมรอบตัวของเขาไว้จนร่างของเขาหายไปในฝูงไฮบริดจ์ เหมือนกับมีโดมครึ่งวงกลมล้อมรอบเข้าไว้
ระหว่างที่อโพโลไกทส์ยืนดูด้วยความงุนงงงว่าเขาจะทำอะไร มีแสงสีทองแกมฟ้าลอดออกมาจากช่องว่างในดดมครึ่งวงกลมนั้น และเสียงระเบิดก็ดังประทุขึ้น ร่างของไฮบริดจ์จำนวนมากที่ถูกดึงให้อัดกันเป็นโดมรอบตัวเบลด ถูกเบลดใช้ความสามารถของTackkleที่เสริมพลังร่างกายให้แข็งแรงขึ้น กระแทกจนปลิวว่อนกระจายไปทั่ว
และมีไฮบริดจ์ที่ถูกดีดมาจำนวนนึงพุ่งเข้าใส่อโพโลไกทส์ เขาจึงรับใช้ดาบแล้วโล่ของเขาฟันและกระแทกเพื่อเปิดทาง ไม่ให้ร่างของไฮบริดจ์พวกนั้นกระแทกถูกตัวเขา
เบลดใช้จังหวัดนั้นบินขึ้นฟ้า แล้วใช้การ์ดSlash+Thunder+Much+Kick
ดาบของเขาเปล่งประกายแสงและมีสายฟ้า เช่นเดียวกับขาขวาของเขา เขาข้างดาบอย่างแรง ทำให้ดาบพุ่งลงไปเหมือนกับดาวตก เผป้าหมายคือร่างของอโพโลไกทส์ที่กำลังเผลอ
แต่อโพโลไกทส์ไหวตัวทัน ใช้โล่ของเขายกขึ้นมากันดาบไว้ แต่ความแรงของดาบนั้นทำให้ตัวของอโพโลไกทส์สไลด์ถอยไปสามเมตรเลยทีเดียว
การโจมตีของเบลดยังไม่จบเท่านี้ เขาหันยื่นเท้าขวาเล็งมาที่อโพโลไกทส์ที่กำลังเซจากการโจมตีเมื่อครู่นี้อยู่ แล้วจัดการใช้ปีกของเขาออกแรงดีดตัวอย่างแรง บวกกับผลของการ์ดMuchทำให้ความเร็วคูณสอง
เบลดพุ่งลงมาไรเดอร์คิกใส่ด้ามดาบของเขาซ้ำเข้าไป และด้ามดาบของเขาก็กดลงไปที่โล่ของอโพโลไกทส์อย่างแรงจนเกิดสะเก็ดไฟพวยพุ่งออกมาจำนวนมาก
อโพโลไกทส์พยายามต้านการโจมตีของเบลด แต่ในที่สุดก็ทานไม่ไหว ตัวของเขากระเด็นลอยไปอย่างเร็วเหมือนกับลูกปืนใหญ่
เบลดเองก็เช่นกัน ก่อนที่อโพโลไกทส์จะกระเด็น มันออกแรงใช้โล่ของมันสะบัดร่างของเบลดจนกระเด็นไปอีกทาง ทำให้ร่างของทั้งสองกระเด็นหายไปในกลุ่มของไฮบริดจ์
และทันทีทันใดนั่นเอง เบลดก็บินฝ่าฝูงไฮบริดจ์จนร่างของพวกมันกระเด็นไปคนละทิศละทาง เขาพุ่งตรงไปยังอโพโลไกทส์ที่เพิ่งลุกขึ้นยืนเมื่อสักครู่ ขกยื่นดาบไปข้างหน้า ร่างของเขาก็เหมือนกับหอกที่ถูกโยนพุ่งออกไปยังเป้าหมาย ร่างของเขาเปล่งประกายสีทอง พุ่งแรงเหมือนดาวตก
Meteor Scintillation(ประกายแสงดาวตก)!!
ร่างของเบลดพุ่งปะทะกับอโพโลไกทส์เข้าไปอย่างจัง แรงระเบิดพุ่งกระจายออกเป็นวงกลมรัศมีกว้าง พวกไฮบริดจ์ที่โดนเข้าไปบางตัวถึงกับระเบิดตายไป แม้แต่ไฟซ์ที่อยู่ห่างไปค่อนข้างมากถึงกับล้มลงไปกลิ้งกับพื้น
สภาพพื้นที่ที่เกิดการปะทะ เต็มไปด้วยควันและไฟลุกเป๋นหย่อมๆในบางจุด พื้นเป็นรอยไหม้ และอโพโลไกทส์ ยืนอยู่เหนือร่างของเบลดซึ่งตอนนี้คลายออกจากร่างแจ๊ก ฟอร์มไปแล้ว
“อะไรกัน? ทะ ทั้งๆที่ฉันเป็นฝ่ายจู่โจม แต่กลับ...!!”
เบลดที่กำลังจะลุกขึ้นยืน โดนเท้าของอโพโลไกทส์เสยเข้าหน้าไปอย่างแรงจนลงไปกลิ้งหลายตลบ
ในตอนนี้ ร่างของอโพโลไกทส์ห้อมรอบด้วยออร่าสีฟ้าใสระยิบระยับ ต้นกำเนิดของออร่านี้มาจากแถบเหล็กที่ติดอยู่ตรงกลางหน้ากาก มันเหมือนกับตัวปล่อยพลังของอโพโลไกทส์ ซึ่งเมื่อใช้พลังนี้แล้ว ความสามารถของอโพโลไกทส์จะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่าสามเท่า
“พลังนี้ มันมาจากเจ้านี่” อโลโลไกทส์ชี้ไปที่แถบเหล็กสีเงินที่ติดอยู่ตรงกลางหน้ากาก “มันคือSoul Charge ที่เก็บพลังวิญญาณจากศัตรูที่ฉันเคยกำจัดมาได้ ฉันจะดูดพลังของพวกนั้นมาเก็บไว้ในนี้ และจะปล่อยออกมาใช้ในยามจำเป็น และเมื่อฉันใช้พลังนี้ ก็ไม่เคยมีใครหน้าไหน รอดตายจากเงื้อมมือฉันสักคน..... เช่นเดียวกับไรเดอร์สกอร์เปี้ยนส์ และแกคือรายต่อไป เบลด”
อโพโลไกทส์ง้างดาบขึ้นฟ้า แสงอาทิตย์ส่องลงมาที่ใบดาบวิบวับ ราวกับแสงสุดท้ายในชีวิต ที่เบลดจะได้เห็นมัน
แสงนั้นถูกบดบัง อโพโลไกทส์สังเกตุว่ามีเงาทาบตัวของเขาจึงหันไปดู มีร่างๆหนึ่งกระโดดทาบกับแสงอาทิตย์ เป็นร่างแห่งความหวังของเบลดที่ชื่อว่าไฟซ์
“ออกไปห่างๆจากไคโตะซะ!!!”
ไฟซ์กระโดดพุ่งตัวลงมาใช้มือข้างที่สวมไฟซ์ช็อตชกเข้าไปที่โล่ของอโพโลไกทส์ที่ยกขึ้นมาป้องกันจนทั้งมันและโล่ของมันปลิวกระเด็นไป
ไฟซ์รีบมาดูอาการเบลด
“ไม่เป็นไรนะไคโตะ”
“เออ ฉันยังไหว ว่าแต่นายเถอะ รีบเข้าไปถึงตัวอิโอริจังซะทีสิ มันจะไม่ทันเวลาอยู่แล้วนะ!!”
“ฉันรู้น่ะ แต่ว่า เจ้าพวกกองทัพสัตว์ประหลาดมันมากเกินไป นี่ถ้าใช้Axelได้อีกล่ะก็ คงจะ....”
ยังพูดไม่ทันจบประโยค แรงลมเฉือนก็พุ่งเป็นแนวนอนมาฟันเข้าที่ร่างของไฟซ์กับเบลดจนกระเด็นทั้งคู่ อโพโลไกทส์ใช้ดาบของมันฟันผ่าอากาศมานั่นเอง
“ไอ้พวกหนูสวะสองตัว มันชักจะรำคาญขึ้นทุกทีๆ ฉันจะขอฆ่าพกแกเดี๋ยวนี้เลยจะได้มั้ย?”
อโพโลไกทส์ชูดาบขึ้นฟ้า ออร่าที่ปกคลุมร่างทั้งหมดย้ายไปที่ใบดาบก่อตัวเป็นคมดาบขนาดยักษ์สูงประมาณหกเมตร กว้างสองเมตร
“ตายซะพวกหนูสกปรก Soul Rip Caliber!!!!”
อโพโลไกทส์ฟันผ่าลงมาตรงกลางโดยเล็งมาที่ไฟซ์และเบลดที่หมดหนทางสู้ แต่จู่ๆกลับมีบางสิ่งบางอย่างพุ่งลงมากระแทกพื้นอย่างแรงไกลๆกับตัวของอโลโลไกทส์ ทำให้ร่างของเขาเสียสูญและวิถีดาบเฉียงออกไป
คลื่นพลังของดาบพุ่งตรงเหมือนครีบฉลาดไปตามพื้น ผ่านร่างของไฟซ์และเบลดไปทางขวาอย่างหวุดหวิด คลื่นพลังนั้นพุ่งไปกระแทกพวกฝูงไฮบริดจ์จนกระจัดกระจาย พื้นเกิดรอยไหม้สีดาวลากยาวไปสุดลูกหูลูกตา
อโพโลไกทส์หันไปทางที่ๆมีบางสิ่งบางอย่างที่ว่าตกลงมา มันไม่ใช่สิ่งของ แต่มันคือ คาเมนไรเดอร์ฟาส และเดด
คาเมนไรเดอร์เดดคร่อมตัวของฟาสและใช้ดาบกดลงไปโดยเล็กที่คอ แต่ฟาสเองไยอมง่ายๆใช้ดาบของเขากันดาบของเดดเอาไว้อย่างสุดแรง จากนั้นก็สอดเข่าเข้ามาระหว่างตัวของเขาและเดด แล้วออกแรงถีบจนเดดปลิว
ฟาสรีบลุกขึ้นมาเพื่อจะเล่นงานเดดต่อ แต่กลับถูกอโพโลไกทส์ใช้โล่กระแทงเข้าที่ข้างลำตัวอย่างแรงจนล้มลงไป
ส่วนเดดใช้เจ็ตแพ็คของเขาพุ่งเข้าใส่อโพลไกทส์
“เฮ้ๆๆ เจ้านั่นคือเหยื่อของฉัน ไม่ว่าใครก็ห้าม.....!!!!”
เดดเบี่ยงตัวหลบเพราะกรงจักรสีแดงพุ่งมาใส่ แต่นั่นเป็นแค่การโจมตีนำร่อง ของจริงคือคมดาบของอโพโลไกทส์ที่ฟันเข้ามาตอนที่เดดเสียหลักจนเดดพุ่งไถลลงไปคลุกกับพื้น
เบลดพุ่งมาใช้ดาบจะฟัน แต่โดนกรงจักรที่ขว้างออกไปบินวนกลับมากระแทกที่หลังจนล้มลง
ไฟซ์เองก็ไม่ยอมน้อยหน้า ควักโทร์ศัพท์ขึ้นมาจากเข็มขัดเปลี่ยนเป็นปืนแล้วระดมยิงใส่อโพโลไกทส์ แต่ถูกโล่ของมันป้องกันเอาไว้ได้หมด แล้วกระสุนที่ยิงไปนั้นถูกสะท้อนกลับมาเข้าตัวของไฟซ์ซะเอง
ทางด้านของคิงและอัลติเมท ในตอนนี้ ผลแพ้ชนะก็ออกมาแล้ว
ร่างของคิงเต็มไปด้วยควันไฟ และร่างกายก็เปื้อนเป็นรอยสีดำเหมือนถูกไฟเผา สภาพของเขาในตอนนี้แทบจะยืนไม่อยู่ แต่ก็ยังคงฝืนสู้ต่อไปอีกอย่างดื้อรั้น
“บ้าน่า ขนาดคล็อคอัพก็ยัง..... บัดซ บ!! ฉันไม่ยอมแพ้แกหรอก!!!”
คิงส่งเสียงคำรามด้วยความแค้นแล้วพุ่งเข้าใส่อัลติเมท จากนั้นก็ปล่อยหมัดขวาเข้าไปที่หน้า แต่หมัดนั้นเบี่ยงออกไป เพราะอัลติเมท ใช้ขาของเขาเตะเข้าไปที่ขาขวาของคิงจนเสียสมดุล จากนั้นก็ใช้หมัดขวาที่ถูกห่อหุ้มด้วยไฟสีดำซัดเข้าไปที่กลางอกของคิงจนตัวลอย
ร่างของคิงร่วงสู่พื้น และดิ้นรนด้วยความทรมานเพราะความร้อนของไฟดำนั้นสูงกว่าห้าพันองศา ถ้าไม่ใช่ร่างของไรเดอร์คงไม่จบที่มีรอยไหม้ แต่คงโดนหลอมละลายเป็นแม็กม่าไปสบายๆ
อัลติเมทยืนมองสารรูปของคิงที่แพ้หมดท่า ก่อนที่จะหันหลังให้ และเดินจากไป
ณ ที่หน้าผา บอสของไดช็อคเกอร์ยืนดูสงครามด้วยสีหน้าสนุกสุดขีด
“ไงล่ะแม่หนูน้อย ตอนนี้เพื่อนของพวกเธอกำลังเสียเปรียบสุดๆเลยน้า และเวลาตอนนี้ก็.... อืม เหลือแค่5นาที!! อ่ะฮ่า!! คงไม่ทันซะแล้วล่ะ!!”
บอสของไดช็อคเกอร์หัวเราะอย่างร่าเริง แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะสีหน้าของอิโอรินั้นไร้ความกังวลใดๆ
“เธอ... ไม่กลัวเลยงั้นเหรอ” เขาถามเสียงเบาๆ
อิโอริไม่ตอบในทันที เธอจ้องมองไปที่สนามรบสักพัก และค่อยๆหันมาหาบอส
“ฉันเชื่อ ว่าเคนจัง จะต้องมาช่วยฉันแน่นอน”
เมื่อใดยินคำตอบ บอสก็อดที่จะขำไม่ได้ในที่สุด
“อ๊ะ ฮ่าฮ่า!! ถ้าเธอเชื่ออย่างนั้นก็ดี จงเชื่อมั่นและมีหวังต่อไปเถอะ เพราะเมื่อเธอกลายเป็นราชันย์ เธอจะไม่เหลือความรู้สึกพวกกนี้อีกแล้ว”
5นาทีสุดท้าย สุริยุปราคาเริ่มบังดวงอาทิตย์ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ สมาธิของทุกคนอยู่ที่การต่อสู้ พวกไรเดอร์ฝ่ายธรรมะกำลังฟันฝ่าเพื่อเข้าไปช่วยอิโอริออกมาก่อนพิธีจะเริ่ม แต่ทว่าพวกเขาทั้งหมดทุกหยุดไว้โดยอโพโลไกทส์
เบลดพุ่งเข้าไปโจมตีเพื่อเปิดช่องว่าง ส่วนไฟซ์รีบวิ่งผ่านไปในจังหวะนั้น แต่ก็โดนซัดกลับด้วยการสะบัดดาบเพียงครั้งเดียว และฟาสที่เพิ่งเข้ามาร่วมวงต่อสู้ ตอนนี้ถูกเดดลากไปฟัดกันที่อื่นอยู่ แถมยังทุกคนยังต้องคอยปัดป้องการโจมตีของไฮบริดจ์ที่มารอบทิศรอบทาง
เดดใช้เจ็ตของเขาพุ่งเข้าไปกระแทกเข้าท้องของฟาส แล้วดันยาวไปตามทาง ทั้งคู่พุ่งเข้ากระแทกกับไฮบริดจ์ไปหลายต่อหลายตัว
ฟาสใช้ดาบของเขาจิ้มไปที่พื้นเพื่อหยุดเจ็ตแพ็คของเดด แต่ทำได้อย่างมากก็แค่ช่วยชลอความเร็ว เขาจึงเปลี่ยนแผน ใช้มือข้างซ้ายที่ว่างแย่งเดดจับคันบังคับ แล้วบิดเพื่อเบี่ยงวิถีการบิน ทำให้เจ๊ตแพ็คสะบัดไปทางซ้ายแล้วจิ้มลงพื้นพร้อมๆกับตัวของเดด
ฟาสพุ่งเข้ามาโจมตีต่อเนื่องด้วยดาบขณะที่เดดยังคงมึนงงกับการกระแทกพื้นอย่างแรงเมื่อสักครู่จนล้มกลิ้ง จากนั้นก็ใช้การ์ดเรียกค้างคาวยักษ์ออกมา ท้องฟ้าแตกออกเหมือนกระจก มีค้างคาวขนาดยักษ์บินออกมาแล้วโฉบใส่เดดจนล้มกลิ้ง ส่วนพวกไฮบริดจ์ก็โดนลูกหลงกันตามๆไป ฟาสรีบกระโดดขึ้นหลังค้างคาว จากนั้นก็บินขึ้นฟ้า แล้วพุ่งไปที่อโพโลไกทส์ที่สู้กับเบลดและไฟซ์อยู่
ค้างคาวยักษ์โฉบใส่อโพโลไกทส์ทีเผลอทำให้เสียจังหวะ เบลดรีบหมุนตัวแล้วตวัดดาบฟันโล่ของมันจนกระเด็น แต่ก็โดนสวนด้วยดาบทันที
แต่ช่องว่างที่เบลดสร้างไว้ให้นั้น ไฟซ์รีบพุ่งตัวผ่านอโพโลไกทส์ได้ทันอย่างหวุดหวิด มันรีบหันตัวตาม แล้วแทงดาบโดยเล็งไปที่หลังของไฟซ์ แต่ก็เจอขวาด้วยฟาส ที่ใช้การ์ดท่าไม้ตายพุ่งดิ่งเป็นควงสว่านปะทะเข้าที่ข้างลำตัวอย่างแรง
อโพโลไกทส์เริ่มได้รับความบาดเจ็บขึ้นมาบ้างเล็กน้อยที่บริเวณเอวซ้าย เบลดจึงรีบจัดการต่อโดยม้วนตัวกับพื้นไปหยิบโล่ของอโพโลไกทส์ที่ตกอยู่ขึ้นมา แล้วเหวี่ยงเข้าใส่ตัวอโพโลไกทส์เอง มันสามารถใช้ดาบปัดเอาไว้ได้ทันเฉียดฉิว แต่การโจมตีจริงๆมันต่อจากนี้ เบลดพุ่งเข้าไปใช้ดาบแทงกระซวกซ้ำเข้าไปที่เอวซ้ายที่ฟาสเปิดแผลไว้ให้จนทะลุ ร่างของอโพโลไกทส์ล้มลงไปนอนกองกับพื้นในที่สุด
ฟาสกระโดดลงมายืนข้างๆเบลด ทั้งคู่มองหน้ากัน
“นายเป็นใครกัน?” เบลดถาม
“คาเมนไรเดอร์ฟาส ก็แค่ไรเดอร์คนนึง ที่ต่อสู้เพื่อปกป้องโลกแบบนาย”
“งั้นเหรอ ก็ดี ครั้งนี้ขอบใจมา...” เบลดกำลังจะยื่นมือเพื่อจะขอจับมือกับฟาส แต่ถูกคมดาบของเดดที่พุ่งเข้ามาฟันเข้าไปอย่างแรง เช่นเดียวกับฟาสที่โดนเข้าไปเหมือนกัน
ทั้งคู่ลงไปนอนกองกับพื้น
“หึหึหึ สนุกดีจริงๆเลย เอ้าพวกนายน่ะ....” เดดจัดการหมุนตัวฟันใส่ไฮบริดจ์ที่พุ่งเข้ามาทางด้านหลังจนระเบิดตาย ก่อนที่จะหันกลับมาพูดต่อ “รีบลุกขึ้นมาซะ ฉันยังสนุกไม่พอเลย”
ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงให้นานกว่านี้ เมื่อพูดจบเดดยกดาบคู่ของเขาตั้งท่า แล้วพุ่งเข้ามาฟันใส่เบลดและฟาส
ทั้งคู่รีบกลิ้งตัวหลบแล้วลุกขึ้นยืน จากนั้นก็เริ่มโจมตีเดดกลับไปบ้าง แน่นอนว่าต่อให้เป็นเดดแต่สองรุมหนึ่งเขาก็ย่อมเสียเปรียบ เบลดและฟาสจากที่ตั้งรับ ตอนนี้ทั้งคู่รุมฟันใส่เดดได้มากขึ้นๆ และในที่สุดก็เป็นฝ่ายไล่ต้อนเดดเสียเอง
เดดโดนปัดดาบออกจากมือทั้งสองข้าง จากนั้นก็โดนดาบของเบลดและของฟาสแทงเข้ามาที่หน้าอก จนไสลด์ไปกับพื้นถึงหลายเมตร
เดดลงไปคุกเข่ากับพื้นเพราะอาการบาดเจ็บ แต่ เขาเริ่มหัวเราะขึ้น
“หึ หึ หึ อ่ะฮ่ะฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!” เสียงหัวเราะของเขาสยดสยองฟังดูคล้ายคนโรคจิต
“แกหัวเราะอะไร?” ฟาสถาม
“สนุก... สนุก... สนุกจริงๆ!! ให้ตายเถอะ!! สนุกจนฉันคุมตัวเองไม่อยู่แล้วว้อยยยยยยยยย!!!!!” เดดเหยียดตัวขึ้น กางแขนกางขา
ร่างกายของเขาลอยขึ้นฟ้าและเปล่งแสงสีขาวรอบตัว ร่างของเขาค่อยๆเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ไรเดอร์อย่างแน่นอน เขาเปลี่ยนไปเป็นออเฟน็อค
ร่างกายสีดำ ใหญ่โตมหึมา สูงประมาณสองเมตร ร่างกายที่เทอะทะเหมือนหุ้มเกราะ กรงเล็บขนาดใหญ่ที่แขน มีเขาสองข้างงอกยาวออกจากหัว
ไม่ใช่แค่ออเฟน็อคธรรมดา แต่เป็นระดับบิ๊กของออเฟน็อค หรือแม้แต่จะเป็นสัตว์ประหลาดประเภทอื่นก็ยังถือเป็นระดับท็อปคลาส ตอนนี้ จากคาเมนไรเดอร์เดด ได้กลายร่างเป็น ดราก้อน ออเฟน็อคแล้ว
“เอาล่ะ” มันค่อยๆก้าวเท้ามาที่เบลดและฟาสช้าๆ “มาสนุกกันเลยดีกว่า...ไอ้พวกสวะทั้งสอง”
ไกลออกไป ตอนนี้ไอออนกำลังประลองกับมินิสเทอร์รี่อยู่ การต่อสู้สองสองคนนี้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เรียกได้ว่าจัดเต็มทุกเม็ด ทั้งคู่แลกหมัดใส่กันไม่มียั้ง
ไอออนชกเข้าไปที่หน้าของมินิสเทอร์รี่ ต่อด้วยหมัดซ้ายอัดเข้าที่ลำตัว แต่มินิสเทอร์รี่จังหมัดที่สองไว้ได้แล้วบิดอย่างแรงจนตัวของไอออนตีลังกาไปตามแรงบิดแล้วลงไปนอนกระแทกกับพื้น
มินิสเทอร์รี่ยกขาชี้ฟ้า แล้วสะบัดลงมาเหยียบซ้ำอย่างเร็วโดนเข้าไปที่ท้องของไอออนอย่างจังจนพื้นยุบลงไป
ไอออนจับขามินิสเทอร์รี่แล้วผลักออกไป จากนั้นก็สปริงตัวขึ้นมายืน แต่ก็โดนถีบเข้าที่ท้องทันทีจนเกือบจะล้ม มินิสเทอร์รี่ไม่รอช้าใช้จังหวะที่ไอออนยังเซอยู่ ชักดาบออกมาแล้วฟันแนวขวางไปที่ลำตัวไอออนอย่างแรง
ไอออนลงไปกลิ้งกับพื้น แล้วลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็กางกรงเล็บออกจากแขนทั้งสองข้าง
มินิสเทอร์รี่ใช้ดาบฟันเข้ามา แต่ไอออนใช้กรงเล็บจากแขนซ้ายรับไว้ แล้วฉันกรงเล็บข้างขวาแทงเข้าไปที่ท้อง จากนั้นก็ใส่ต่อเนื่องด้วยกรงเล็บคู่ฟันไขว้เป็นตัวเอ็กซ์
มินิสเทอร์รี่กระเด็นออกไป แต่ได้พวกไฮบริดจ์ที่เดินอยู่ยั้วเยี้ยเป็นเบาะรองเอาไว้จึงกระเด็นไปไกลมาก เขาเก็บดาบแล้วเปลี่ยนเป็นปืน จากนั้นก็ใช้การ์ดแยกร่างทำให้ร่างของเขาแยกออกเป็นห้าร่าง แล้วก็หันปืนห้ากระบอกเข้าที่ไอออนแล้วกระหน่ำยิงใส่ไม่ยั้ง
ไอออนเข่าทรุดกับพื้น แล้วค่อยๆลงไปนอน
“คาเมนไรเดอร์ไอออนที่ว่าแน่ยังได้แค่นี้เองเหรอ ฉันผิดหวังจริงๆ” มินิสเทอร์รี่ค่อยๆเดินเข้ามาหาไอออน แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะตกใจกับเสียงแปลกๆที่ดังขึ้น
Kuwagata! Kamakiri! Batta! GATA! GATAKIRIBA!! GATAKIRIBA!!
ร่างของไอออนลอยขึ้นฟ้าเปล่งแสงสีเขียว จากนั้นร่างกายค่อยๆเปลี่ยนฟอร์มเป็นGatakiriba Combo
“อะไรกัน!?” มินิสเทอร์รี่เซถอยไปไปเล็กน้อยเมื่อได้รับคลื่นพลังที่รุนแรงแผ่ออกมา
ไอออนส่งเสียงคำรามเสียงดัง จากนั้นร่างของเขาก็ค่อยแยกออกมา เป็นสองร่าง จากสองร่างเป็นสี่ร่าง แล้วแยกออกไปเรื่อยๆม่มีท่าทีจะหยุด และสปีดในการแยกร่างก็เร็วขึ้นเรื่อยๆ ร่างที่แยกออกไปบางร่างนั้นก็ไปกระแทกใส่พวกไฮบริดจ์จนตายไปหลายตัว
มินิสเทอร์รี่อึ้งกับภาพที่เห็น คาเมนไรเดอร์ไอออนกาตาคิริบะคอมโบ ยืนห้อมล้อมร่างกายเขา ไม่ต่ำกว่าพันตัว
ไม่ใช่แค่มินิสเทอร์รี่ที่ตกใจ แม้แต่พวกทหารDRSที่กำลังสู้สุดขาดใจเพื่อรักษาชีวิตยังต้องหยุดสู้ เพราะถึงจะอยู่ไกล แต่แยกออกมาเป็นพันตัวก็ต้องสังเกตุเห็นเป็นธรรมดา หรือแม้แต่ดราก้อน ออเฟน็อค เบลด และฟาสเองก็หยุดสู้เช่นกัน
มีแต่ไฟซ์ที่ยังคงวิ่งมุ่งหน้าไปทางหน้าผาฟ่าฟันสูงไฮบริดจ์เพื่อไปช่วยอิโอริออกมา ตอนนี้เขาไกละจะถึงเต็มทีแล้ว
กลับมาที่ไอออน มีร่างแยกสองตัวดึงเหรียญสีเขียวออกจากเข็มขัด แล้วใส่เหรียญอื่นแทน ตัวนึงใส่สีเทาครบสามเหรียญ ส่วนอีกตัวใส่สีฟ้า
Rhino! Gorilla! Elephant! Sagozou! Sagozou!
Orca! Eel! Octopus! Sha Sha ShaUTa! Sha Sha ShoUTa!
ไอออนสีเขียวและสีฟ้าทุกคนกระโดดขึ้น ยกเว้นตัวสีเทา
ตัวสีกระทืบเท้าอย่างแรง แล้วก็ทุบหน้าอกส่งเสียงร้องเหมือนกอริลล่าจนพื้นสั่นสะเทือน จากนั้นก็หยิบถาดวงกลมที่เอวขวามารูดไปที่เหรียญตรงเข็มขัด
Scanning Charge!
เขากระกบขาชิด จากนั้นก็พุ่งตัวขึ้นไปเหมือนจรวดรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ แล้วค่อยทิ้งดิ่งลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
เกิดคลื่นสั่นสะเทือนเป็นวงกลมที่ข้างหน้าตรงบริเวณที่มินิสเทอร์รียืนอยู่ ขาของเขาทะลุปักไปกับพื้นทำให้ขยับตัวไม่ได้ ไฮบริดจ์ที่อยู่บริเวณไกล้ๆก็โดนลูกหลง พวกมันทุกตัวโดนดึงรวบมาอัดกันเป็นกระจุกเบียดกับมินิสเทอร์รี่
จากนั้นพวกที่โดนแรงกระแทกทำให้ขาจมพื้นนั้นค่อยๆถูกดึงมาเข้าหาไอออนซันโกโซคอมโบที่รออยู่แล้ว
เขาเชิดหัวขึ้น เขาของเขาที่เหมือนนอแรดส่งแสงสีส้ม และหมัดยักษ์ของกอริลล่าทั้งสองข้างก็เช่นกัน
เมื่อเป้าหมายค่อยๆถูกดึงเข้ามาในระยะโจมตี ไอออนก็จัดการโหม่งและชกหมัดออกไป กระแทกใส่กลุ่มก้อนศัตรูที่ถูกดึงมาจนระเบิดกระจัดกระจาย ไฮบริดจ์ที่โดนไปทุกตัวร่างระเบิดและสลายไปในอากาศ ยกเว้นมินิสเทอร์รี่ที่กระเด็นและกลิ้งไปตามทาง
มินิสเทอร์รี่ค่อยๆลุกขึ้นยืนช้าๆ สันหลังของเขาเย็นวาบบอกลางร้าย
Scanning Charge!!
เขาเงยหน้าขึ้นไปที่ท้องฟ้า ไอออนอีกนับพันตัวทำเช่นเดียวกับไอออนซันโกโซคอมโบ เตรียมที่จะใช้ไม้ตาย
พวกสีเขียวพุ่งตัวราวกับจรวดกระจายไปหลายๆทิศทาง พุ่งลงมาถีบด้วยความเร็วสูงเหมือนผีพุ่งใต้ใส่พวกไฮบริดจ์ แรงถีบที่แรงมหาศาลทำให้หนึ่งคนกำจัดได้ประมาณเกือบสิบตัวเลยทีเดียว
กระสุนสีเขียวหรือคาเมนไรเดอร์ไอออนกาตาคิริบะคอมโบพุ่งลงมาที่พื้นรัวราวกับปืนกล
เบลด ฟาส และดราก้อนออเฟน็อคหยุดสู้และหลบไปมาเพราะกลัวที่จะโดนลูกหลง ส่วนไฟซ์วิ่งไม่คิดชีวิต แม้ร่างของไอออนที่พุ่งลงมาจะเฉียดหัวเขาไปเขาก็ไม่สน เพราะเวลาเหลือน้อยลงทุกที
ตอนนี้ทุกพื้นที่ทั่วสนามรบมีแต่ระเบิดที่เกิดจากลูกถีบผีพุ่งใต้ของไอออนร่างสีเขียว
ส่วนร่างสีฟ้านั้น ขาสองข้างของเขาเปลี่ยนเป็นหนวดปลากหมึกหลายเส้น แล้วหันปลายหนวดมาจ่อเป็นที่เดียวกันแล้วหมุนตัวเหมือนหัวสว่าน และพุ่งลงมาโดยเล็งมาที่มินิสเทอร์รี่ที่กำลังบาดเจ็บ
แต่อัลติเมทกระโดดเข้ามาใช้หมัดเพลิงดำชกประทะเข้ากับลูกถีบควงสว่าน ทำให้เกิดเสียงดังราวกับปืนใหญ่ ร่างของไอออนกระเด็นไป เช่นเดียวกับอัลติเมทและมินิสเทอร์รี่
กลุ่มควันคละคลุ้งปนกันเศษฝุ่นที่ปลิวว่อน ไฟลุกไหม้เป็นจุดๆในแต่ละที่ ทุกเสียงสงบลง
เมื่อควันค่อยๆจาง ก็เผยให้เห็นภาพที่น่าตกใจ
ไฮบริดจ์ทุกตัวนั้น หายไปหมด ไม่เหลือแม้แต่ตัวเดียว ด้วยฝีเท้ามหาประลัยของไอออนเพียวๆ ในสนามรบตอนนี้เหลือพวกทหารที่บาดเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลางหมอบและคลานไปกับพื้น มินิสเทอร์รี่ กับอัลติเมทนอนคลุกฝุ่นอยู่ ไอออนที่ค่อยๆลุกขึนมาอย่างลำบาก ตอนนี้เหลือเพียงไอออนสีฟ้าเพียงคนเดียว ร่างแยกทั้งหลายได้หายไปหมด อีกด้านดราก้อนออเฟน็อค ยังคงไม่เลิกสู้ กำลังไล่โจมตีใส่เบลดและฟาสอย่างสนุกสนาน ระดับพลังต่างกันมากเกินไปต่อให้รุมทั้งสองก็ยังสู้ไม่ไหวแม้แต่น้อย และไกลๆนั้นก็เป็นร่างของอโพโลไกทส์ที่ถูกเบลดแทงทะลุร่างจนตายไป
ส่วนที่หน้าผา บอสของไดช็อคเกอร์หัวเราะชอบใจ
“ให้ตายเถอะ!! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!! เจ๋งจริงๆ ถูกใจฉันจริงๆ!! เจ้าคาเมนไรเดอร์ไอออนเล่นรวดเดียวหมดเลยงั้นหรือเนี่ย เหนือชั้นมากๆ! น่าจะลองไปทาบทามมาอยู่พวกเดียวกับฉันจริงๆให้ตายเถอะ”
เขาค่อยๆหันมาที่อิโอริที่มีสีหน้าเคร่งเครียด ตาของเธอจ้องมองไปที่ฟ้าที่มืดลงจนเกือบสนิทแล้ว
“ยังคิดว่ามีหวังอยู่อีกงั้นเหรอแม่หนู ดูพวกนั้นสิ พวกพ้องของเธอน่ะ คนนึก็หมดแรงข้าวต้มจากการกำจัดพวกไฮบริดจ์นับหมื่นตัว อีกสองคนก็สู้กับคาเมนไรเดอร์เดด หรือดราก้อนออเฟน็อคอยู่ เวลาน่ะ เหลืออีกแค่.... โอ๊ะโอ!! ยี่สิบวินาที!! เอ้าๆๆ เรามาเคาท์ดาวน์กันดีกว่า”
เวลา ไม่เหลือแล้วจริงๆ อิโอริยอมรับในข้อนั้นดี คงไม่มีใครมาช่วยเธอทันแน่นอน น้ำตาแห่งความสิ้นหวังค่อยๆไหลรินออกมาจากตา แสงแห่งความหวังค่อยๆดับมอดลงไปเหมือนกับแสงไฟของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะกลายเป็นสุริยุปราคาเต็มดวงสีดำเหมือนกับจิตใจของเธอในตอนนี้ เธอได้แต่รอเวลา ที่จะเปลี่ยนเป็นราชินีแฟงไกอา
“อิโอริจังงงงงง!!!!”
ไฟที่กำลังจะดับมอดประทุขึ้นมาอีกครั้ง
“เคนจังงงงง!!” อิโอริส่งเสียงร้องเรียกทั้งน้ำตา
บอสของไดช็อคเกอร์มองไปที่ข้างล่างหาว่าต้นเสียงอยู่ที่ไหน ไฟซ์ตอนนี้อยู่ที่ไหน แต่ไม่ใช่ ข้างล่างไม่มี งั้นทางขวา ก็ไม่มี ทางซ้าย ก็ไม่มี
เขาค่อยๆมองไปบนท้องฟ้า แสงสีแดงพุ่งเข้ามากระแทกใส่ตัวเขาอย่างแรง ตามด้วยลูกถีบของไฟซ์
Crimson Smash!!!
ร่างของบอสไดช็อคเกอร์เจอไม้ตายของไฟซ์ซัดจนตัวปลิวก่อนที่จะลงไปกลิ้งไม่เป็นท่า
ไฟซ์หันมาหาอิโอริ ทั้งคู่สบตากัน ทุกแม้จะอยู่ในร่างของไฟซ์ แต่อิโอริยังรู้สึกได้ถึงสายตาอันอ่อนโยนของเคนโกะ สายตานี้ไม่เคยทำให้เธอต้องผิดหวัง สายตานี้ เพียงแค่ได้สบตาก้รู้สึกว่าพึ่งพาได้ สายตานี้ จุดประกายความหวังไว้กับเธออีกครั้งหลังจากที่ความหวังนั้นหมดไปแล้วหนนึง
“ไม่เป็นไรนะอิโอริจัง! ฉันพาเธอหนีไปเดี๋ยวนี้ล่ะ!!”
เหลือเวลาอีกแค่ห้าวินาที เพียงแค่ไฟซ์กระชากโซ่ที่พันธนาการอิโอริเอาไว้ ทุกๆอย่าก็จบ มือของไฟซ์ยื่นไปข้างหน้า เพื่อที่จะช่วยอิโอริ
“เฮ่ย ฝันหวานไปพริบตานึงเลยใช่มั้ยแก?” เสียงที่เย็นยะเยือกกระซิบเบาๆที่หูของไฟซ์
คาเมนไรเดอร์ไคสะพุ่งเข้ามารวบตัวไฟซ์จากด้านข้าง แล้วทั้งคู่ ก็ร่วงลงหน้าผาไป
“เคนจังงงงงงงงงงงงงงงงงง!!” น้ำตาแห่งความสิ้นหวังไหลออกมาอีกครั้ง ความหวังของเธอได้จากไปแล้ว และท้องฟ้าก็มืด ดวงอาทิตย์โดนบดบังจนมิด สุริยุปราคาเต็มดวงแล้ว
บอสของไดช็อคเกอร์ค่อยๆเดินมาช้าๆ มือของเขาปิดฝุ่นที่เลอะเสื้อผ้าของเขาออกไป
“แหมๆๆ แฟนของแม่หนนี่ร้ายใช่ย่อย ถีบฉันซะปลิวเชียะ.... แต่เอาเถอะ ฮซากิคุงก็ทำได้ไม่เลวเลยน้า” เขาหยุดเดินและชูมือขึ้นฟ้า “สุริยุปราคาเต็มดวงแล้ว ถึงเวลาพิธีซะทีนะ”
บอสค่อยๆพึมพำเบาๆ ไม่ได้ศัพท์ มันไม่ใช่ภาษามนุษย์แน่นอน มันเหมือนเป็นคาถาอะไรสักอย่าง เมื่อคาถาเริ่ม ร่างของอิโอริก็เกร็งไปทั้งตัว น้ำตาของเธอหยุดไหล และตาของเธอค่อยๆกลายเป็นสีแดง
ทางด้านของเบลดและฟาส ตอนนี้พวกเขาสองคนถูกดราก้อน ออเฟน็อคเล่นงานจนลุกไม่ขึ้นแล้ว และกำลังจะถูกดราก้อนปิดบัญชี
“หึหึหึหึ ฉันไม่สนใจหรอกว่าทางนั้นจะทำพิธีอะไร แต่เดี๋ยวฉันจะฆ่าพวกแกสองคนให้เสร็จสรรพ และเจ้าพวกนั้นจะเป็นรายต่อไป”
ดราก้อนค่อยๆยกกรงเล็บขึ้น แล้วก็แทงลงมาที่เบลดก่อนเป็นรายแรก
แต่ฟาสใช้แรงฮ์อกสุดท้ายเอาดาบมากันกรงเล็บเอาไว้ ทำให้มันหยุดห่างจากหน้าของเบลดแค่เซนเดียว เบลดใช้โอกาศนั้นตวัดดาบมั่วๆเข้าไปที่ท้องของดราก้อนจนกระเด็น และตรงนั้น คาเมนไรเดอร์คิงรออยู่แล้ว
“ไรเดอร์คิก!!!”
ขาของคิงห้อมล้อมด้วยสายฟ้า เตะตวัดขากระแทกเข้ากับร่างของดราก้อนที่พุ่งมาพอดิบพอดีจนปลิวไปไกล
เบลดลุกขึ้นยืนแวกระชากของของคิงไว้
“แก... มาช่วยฉันทำไม!?”
“ปล่อยน่ะ!?” คิงปัดมือของเบลดออก “ฉันก็แค่เดินมาพอดีแล้วเจ้านั่นมันพุ่งมาใส่ฉันตะหาก!!”
ทั้งสองคนทำท่าเขม่นใส่กัน แต่ฟาสยื่นมือมาขวางไว้
“อย่าเพิ่งกัดกันน่า!! ถึงเราจะรอดจากไอ้ตัวเมื่อกี้มา แต่สถานการณ์ทางนั้นมันเลวร้ายขึ้นแล้วนะ!!”
ฟาสชี้นิ้วไปที่หน้าผา ตอนนี้ออร่าสีแดงดำปกคลุมล้อมรอบตัวของอิโอริมากขึ้นเรื่อยๆ และจู่ๆก็มีแสงสีดำพุ่งมาจากสุริยุปราคาพุ่งมาจุดที่อิโอริจังอยู่ จากนั้นก็เกิดฟ้าผ่า พายุฝนโหมกระหน่ำเข้ามากระทันหัน
สภาพอากาศในวันนี้จากพยากรอากาศนั้นท้องฟ้าจะแจ่มใสไร้ฝน แต่จู่ๆกลับมีพายุฝนพัดเข้ามาได้อย่างน่าประหลาด แต่ก็ไม่นานนัก มันก็เริ่มซาและหยุดไป พร้อมๆกับสุริยุปราคาที่ค่อยๆจางหาย แสงจากดวงอาทิตย์เริ่มสาดส่องมาที่พื้น และก็ผ่านพ้นไป สุริยุปราคาจากไปแล้ว
สภาพอากาศส่องสว่างดังเดิม ยกเว้นตรงหน้าผาที่อิโอริจังอยู่ ตรงนั้นมีออร่าสีดำแดงปกคลุมเป็นจุดเล็กๆ ในออร่านั้น มีเงาคนตะคุ่มๆยืนอยู่ จากรูปร่างแล้วเป็นผู้หญิง
ข้างๆนั่นเอง บอสของไดช็อคเกอร์ค่อยๆก้มหัวคำนับช้าๆ
“ยินดีต้อนรับ...... ราชินีแห่งแฟงไกอา”
To be continuous
มาคุยกันหน่อยนะครับ วันนี้ก่อนอื่นต้องขอโทษเลยที่ลงช้า เพราะผมติดสอบมา และก็ต้องขอโทษอีกเพราะว่าบอกได้ตรงๆตอนนี้ผมแต่งแบบค่อนข้างแย่ครับ เนื่องจากติดช่วงสอบเลยไม่ได้แต่งยาว พล็อตเรื่องที่คิดไว้ก็หลงๆลืมๆบ้าง เลยทำให้จัดระเบียบเรื่องไม่ดี ยัดตัวละครก็มั่ว ฉากสู้ก็ทำแบบขอไปที ใครไม่พอใจบทบาทอะไรยังไงจะด่าจะว่าได้เลยครับ ครั้งนี้ผมยอมรับผิดเต็มๆ แต่สัญญาว่าตอนหน้าจะพยายามให้ดีกว่านี้ครับ จะขอโทษจริงๆกับตอนที่ไม่ค่อยได้เรื่อง และเชื่อว่าคงพิมพ์ผิดเยอะ เพราะขี้เกียจตรวจ เหนื่อย แะไม่อยากเสียเวลาแล้วเลยรีบลง ตอนนี้มีแต่ความผิดพลาดจริงๆ แถมยังสั้นมากซะด้วย แต่ก็ขออย่างนึงละกันนะครับ ฝืนใจสนุกไปกับมันเท่าที่จะฝืนได้ละกันนะครับ ขอบคุณมากที่อ่านตามมาจนจะครึ่งเรื่องแล้ว



Quote







